น้ำฝนรวมตัวกับหยดน้ำตา

เวลาเป็นของมีค่า..โชคดีที่เป็นมะเร็งสมอง..น้ำฝนรวมตัวกับหยดน้ำตา

พายุลมแรง ป่วยไข้ก็หยุดงานกวาดใบไม้ในสวน.....

ฟังความเห็นของพี่พี ให้นึกถึงตัวเอง และขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยย้ำความเข้าใจ
ลองดูนะ ว่าแมลงก็อยากจะหลบฝน หยุดกวาดใบไม้สักพัก เพื่อเรียกพลังกลับคืนเหมือนกัน แต่มันทำไม่ได้ ..จนเมื่อวานนี้



มีภาพรายงานความคืบหน้าผ้าต่อล้านปี เป็นผืนแล้วน๊า

เมื่อ วานหลังจากอบรมคุ้มไปชุดใหญ่ ทำให้เขาสงบได้ระดับหนึ่ง แต่ก็คงยังบลาๆ ตลอดทางที่พากันไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล ตอนที่เขาทำกายภาพบำบัด แมลงก็ไปทำอุลตร้าซาวน์และประคบร้อน และนวดให้กล้ามเนื้อคลายตัว แต่ไม่ได้ฝังเข็มเพราะจะมีหมอเฉพาะพฤหัสและศุกร์ ..ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง วันศุกร์ตอนคุ้มไปโรงพยาบาล คงจะต้องโดนหมอลงเข็มซะหน่อย วันจันทร์อุลตร้าซาวน์และประคบซ้ำอีกทีจะได้หายสนิท
..แต่ถ้ากลับไปยกของหนักอีก ก็จะเจ็บอีก ซ้ำซากแบบนี้
ไม่่ได้การ..
แมลง ประกาศต่อสมาชิกในบ้านทั้งสองท่าน ฉันจะไม่ยกของหนักแล้ว ถ้าผู้ใช้บริการไม่ยอมรับการบริการจากผู้ถูกว่าจ้างมา ก็ต้องยกตัวเอง ...
คุ้มโต้กลับ ฉันทำเองได้
แมลง ว่า เออ ตามใจ ถึงฉันจะพยายามยกเธอ เราคงจะล้มไปด้วยกัน เพราะฉันเจ็บมากแล้ว ต้องถนอมไว้ ถ้าถึงขนาดขับรถไม่ได้ ทีนี้ล่ะเดือดร้อน..
คุ้มฮึด ลุกขึ้นยืนหมุนตัวขยับตัวเข้าห้องน้ำเอง แมลงยืนดูเฉยอยู่ รู้เต็มอกว่าขาซ้ายเอาไม่รอด ก้นจ้ำเบ้าแน่นอน มองเห็นล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าจะลงท่าไหน แต่ไม่ห้าม เมื่อตัดสินใจแล้ว ต้องรับผลของการตัดสินใจของตัวเอง
เป็นดังคาด ทีนี้ยอมเรียกคุณผู้ช่วยมายก แมลงยืนดูเฉย เขาทั้งสองก็พยายามกันจนลุกนั่งได้ โล่งอก..



ผ้าไทย ลงสีไปแบบมั่วๆ ไม่ต้องใช้สมองเลย ใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้ว บางวันทำได้มาก บางวันทำได้น้อย บางวันไม่ได้ทำอะไรเลย

แมลง รุกคืบ เมื่อเป็นดังนี้ ก็สมควรแก่เวลาที่ผู้ให้บริการ นอนหลับสบายตอนกลางคืนและนอนกลางวันเล่นทั้งวันมาเป็นเวลาครึ่งเดือน ควรเริ่มทำหน้าที่ได้แล้ว ในขณะเดียวกัน ผู้รับบริการจำต้องยอมรับว่า ควรถนอมแรงและสติปัญญาของแมลงไว้เพื่อช่วยเหลืออย่างอื่นที่ไม่มีผู้ใดจะมา ทำแทนให้ได้จะดีกว่า..
ว่าแล้ว ไม่ทันให้ใครตอบรับหรือปฏิเสธ แมลงหอบหมอนและผ้าห่ม ไปนอนห้องแขก ที่มีประตูตรงกัน และเชิญให้คุณผู้ช่วยหอบอุปกรณ์เครื่องนอนของเธอไปนอนที่เดิมของแมลง คืนนี้เราจะเปิดประตูนอนกัน มีอะไรจะได้เรียกกันได้ ไม่ใช่อย่างที่แล้วมา คุณผู้ช่วยเปิดประตูนอนเงียบตั้งแต่หัวคำ่ ใครจะไปเรียกเล่าถ้างั้น..



อัลมอนด์ส ไลด์คุ๊กกี้ทำง่ายและอร่อยมากๆ ได้สูตรกันมาต่อๆ จากต้นฉบับฝรั่งถึงน้องClose to Heaven และโส่ย มาถึงมือแมลง อร่อยกินเพลิน หยุดไม่ได้ ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

ทั้งผู้ให้บริการยกของหนักและผู้รับ บริการตัวหนักต่างทำหน้าที่ของตัวไป แมลงนอนอีกห้องนึง มองไปเห็นกัน ลืมตาขึ้นมา(แล้วหลับต่อ) เห็นว่าเขากำลังวุ่นวายกันอยู่เหมือนที่แมลงทำมาหลายเดือน มีคนมาช่วยผ่อนอย่างนี้รู้สึกดีมากๆ ที่ได้หลับเต็มอิ่มในที่อยู่ของตัวเอง
ผ่าน พ้นคืนแรกมาได้ จะต้องมีคืนต่อๆไป ตอนกลางวัน คุณผู้ช่วยไม่กลับไปนอนเล่นร้องเพลงอยู่ในห้องอีกต่อไป ถ้าจะหลับก็มาหลับอยู่ใกล้ๆกัน ไม่ว่ากันอยู่แล้ว

ดูเธอจะปรับตัว ได้ หลังจากแมลงเล็คเชอร์ชุดใหญ่ แต่ไม่ได้เช็คบิลเหมือนไข่มุก เพื่อให้เขารู้ว่าหน้าที่และบทบาทที่แท้จริงเป็นอย่างไร และการมาอยู่เป็นเหมือนผู้ช่วยที่มาผ่อนแรง และแมลงก็จะดูแลเขาเหมือนที่ดูแลญาติ กินเหมือนกันและช่วยกันทำหน้าที่ให้คุ้มได้อยู่สุขสบาย แบ่งหน้าที่ แบ่งงานกัน



ทำเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกยังไม่ทันได้ถ่ายรูป หมดเสียก่อนคราว นี้คุณผู้ช่วยเตรียมกล่องขนมรอเลย บอกว่าทำอีกนะ รอบหน้าแมลงจะหั่นให้บางเฉียบ ยิ่งบางยิ่งอร่อย จะทำอีกวันเสาร์ วันอาทิตย์ไปหาหมอที่กทม. จะได้หอบเอาไปให้พี่หญิงใหญ่



ที่เห็นนี่ ชิ้นหนาไปหน่อย เพราะผลุบเข้าผลุบออก แป้งละลายย้วย ต้องส่งเข้าไปสงบจิตอยู่ในตู้เย็นหลายรอบ กว่าจะทำเสร็จ

พายุ ฝนลมพัดแรงแบบนี้ ถ้ามีคนมาช่วยกลางร่ม ยังพอกวาดใบไม้ได้อีก..หลายคนเบื่องานกวาดใบไม้ในสวน แต่แมลงไม่เคยเบื่อ..เคยเห็นพวกคนสวนที่คอนโดบ่น แต่ถ้าเป็นแมลงจะดีใจที่มีใบไม้ร่วง เพราะหมายความว่าจะได้มีงานทำต่อไป..

ที่เราเหนื่อย เพราะใจเราเข้าไปยึดจับ กังวลว่าจะทำให้เขาได้ไม่ดีที่สุดในยามนี้ แต่พอวางได้ ประตูทางออกก็เปิดให้เอง..

15 กันยายน


จิตเป็นเนื้อนาที่สะสมเมล็ดพันธุ์...

ใน สามสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์รายวันที่เกิดขึ้นให้โอกาสแมลงได้เรียนรู้ของจริงจากคุ้ม ไม่ใช่แต่จากในตำรา ทำให้แมลงพิจารณาทฤษฎีจิตวิทยาของฝรั่งกับคำสอนของพระพุทธเจ้า..ไม่ต่างกัน เลย เพียงแต่คนสอนเขาใช้วิธีอธิบายและการนำไปใช้ต่างกัน..ลองดูนะ

การรับรู้

การ รับรู้ของคนเรา ผ่านอวัยวะรับรู้ทั้งห้า จะตีความอย่างไรขึ้นอยู่กับพื้นฐานประสบการณ์เดิม เมื่อตีความอย่างไร ก็จะมีพฤติกรรมตอบสนองตามที่ตนเข้าใจ (พวกพ่อค้าต้องหาวิธีสร้างประสบการณ์ที่ดี หรือทำให้ตีความทีี่ดีเป็นไปในทางที่เขาจะขายของได้ เช่น ซื้อไอปอด ไอแปด บีบี แล้วจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นต้น
เขาจะพยายามให้เรารับรู้ทางบวกอยู่เสมอ จะได้ขายของได้เรื่อยๆ
...
การ รับรู้ของคนเราผ่านอวัยวะทั้งห้า และตีความไปต่างๆนาๆตามพื้นฐานประสบการณ์ของแต่ละคน(ความจำได้หมายรู้) เมื่อตีความถูกต้องก็ตอบสนองถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจกัน ความรัก ความเมตตา ความสามัคคี นำไปสู่มิตรภาพระหว่างกัน เมื่อตีความผิดพลาดก็ตอบสนองผิดพลาด ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความโกรธ เกลียดชัง และนำไปสู่ความทุกข์

การเรียนรู้

การเรียนรู้เป็น การสะสมประสบการณ์จากการทดลองกระทำ การเรียนรู้เกิดขึ้นตลอดชีวิต และจะกักเก็บผลของการเรียนรู้ไว้ เพื่อจะนำไปใช้อีกเมื่อเกิดเหตุการณ์ประเภทเดียวกัน

..เอ..ไม่ต่างกับธรรมะของพระพุทธเจ้าเลย

เรา กระทำสิ่งใด มันจะถูกเก็บไว้ในเนื้อนาของเราเอง เมล็ดพันธุ์นั้นจะงอกงาม เป็นใบเป็นต้นเป็นดอกเป็นผลขึ้นมา ขึ้นอยู่กับว่าเมล็ดพันธ์ุนั้นเป็นพืชชนิดไหน
ถ้าเราหมั่นฝึกฝนจิตใจ เราก็จะสามารถควบคุมการเกิดของเมล็ดพันธุ์พวกนี้ได้ อย่างรู้ตัวตลอดเวลา
..ฝึกฝนมากจะได้ concious ไม่หลุดไปเป็น unconcious ในยามหลับหรือยามตื่น



วัน ก่อนไปหาหมอต้องเจาะเลือด แดรกคูล่าจะมาเจาะที่บ้านตอนหกโมงครึ่ง งดน้ำงดอาหาร แต่คุ้มตื่นมาหากล้วยน้ำว้าตอนตีสามตีสี่เป็นประจำ..เง่ออ

ตั้งแต่ ไปผ่าBiopsy มาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว การตื่นมากลางดึก แล้วเอาความฝันมาปนเป ทำท่าเอาจริงเอาจัง พูดเป็นตุเป็นตะ ส่วนใหญ่จะทำให้ตัวเองมีปัญหากับการผ่อนคลายเวลาฉี่ พอยามตื่นในตอนกลางวัน ย้อนไปพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางคืน บ้างก็จำได้ บ้างก็จำไม่ได้ แมลงเล่าให้ฟังก็ได้ขำกัน

มาพิจารณาเรื่องที่คุ้มพูดในยามหลับ ตอนกลางคืน ที่แรกๆสมัยอยู่ที่โรงพยาบาล แมลงตระหนก แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจ ก็ดูว่าเป็นธรรมดา แมลงก็จะคุยด้วยน้ำเสียงเดียวกับที่แม่ปลอบลูกเวลาฝันร้าย ให้เขาคลายใจและฉี่ได้อย่างไม่ต้องกังวล กับเรื่องส่งฉี่ไปทางอีเมล์ให้คนนู้นคนนี้ เรื่องกระดาษก๊อบปี้ที่เอามาซับฉี่ เรื่องเก็บฉี่ไปส่งแลปที่โรงงาน เรื่องหมึกพิมพ์ที่จะต้องลงกระป๋องฉี่ หาแคนทีนเพื่อจะกินอาหารกลางวัน(ตอนเที่ยงคืน???)..

เอ ดูๆไปนี่มันเรื่องงานของเขาทั้งนั้นเลยนี่..

เรื่องพวกนี้มันถูกกักเก็บไว้อย่างแน่นหนาในจิตใจ ถูกปล่อยออกมาอย่างไม่รู้ตัว...unconcious



unconcious ไม่รู้ตัว ก็จะหยิบกล้วยใส่ปากก่อนที่เขาจะมาเจาะเลือด ต้องใช้วิธีนี้ ..ไม่เข้าท่าเล้ย

unconcious situation เริ่มมาปรากฎในตอนกลางวันแล้ว

เมื่อ วันอาทิตย์ที่สิบแปด เจอรรี่เพื่อนชาวดัชท์ที่มาขับรถพาเราไปหาหมอที่กทม. ต้องงงงันอย่างมากตอนขับรถขากลับ เมื่อคุ้มที่หลับอยู่จู่ๆก็ลืมตาขึ้นมาแบ่งชอกโกแล๊ตให้กิน (ไม่มีอะไร มีแต่อากาศ เหมือนที่เด็กๆเล่นสมมติกินขนมกัน) แมลงนั่งอยู่ตอนหลังก็เลยบอกว่า มันเป็นแบบเดียวกับเรื่องPee-mail และป๋องฉี่ตอนกลางคืน เจอรรี่ก็ไว เข้าใจทันที อ้าปากรับ เคี้ยวอร่อย
คุ้ม หันมาเห็นคุณผู้ช่วยหลับ ก็ว่า โธ่ มัวแต่หลับเลยอดกินของอร่อย แล้วส่งให้แมลงบ้าง แมลงก็ว่าเออ อันนี้ดีนะ ไวท์ช๊อกโกมีอัลมอนด์ด้วย เขาหันกลับไป เสียงเศร้าแล้วว่า แต่ของเขาไม่มีแล้ว อดกิน แมลงก็เลยพูดเสียงเดียวกันกับที่พูดกับเขาตอนกลางคืน ว่าไม่เป็นไร ในตู้เย็นที่บ้านยังมีอีกเต็มเลย เดี๋ยวกลับถึงบ้านก็กินช๊อกโกแล๊ตกันให้อร่อย..เขาว่า อือๆ แล้วหลับต่อ
..คุ้ม เคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ถึงสมัยเด็กๆสองสามขวบ ช่วงหลังสงครามโลก ที่บ้านเขาอดอยากกันมาก พ่อตายในสงคราม เวลายายกับแม่มีช๊อกโกแล๊ตมาจากพวกทหารอเมริกันที่มาประจำแถวชายแดนฝรั่งเศส มาให้กินกันสามคนพี่น้องจะถนอมกินกันมาก ค่อยๆกินแบบกลัวหมด และแบ่งกันกินด้วย โดยเฉพาะกับ Helca น้องสาวคนเล็ก ..
...
ช่างน่าสะเทือนใจจริงๆ
...
ยามกลางวัน นั่งกินข้าวกัน ถามถึงเรื่องช๊อกโกแล๊ตเมื่อวาน เขาบอกว่าไม่รู้เรื่อง แต่จำได้ว่าแมลงบอกเรื่องว่ายังมีอีกในตู้เย็น ..



ถ้า เราฝึกจิตใจให้ "รู้" อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น ความจำเป็นที่ต้องใช้สก๊อตเทปปิดปากแบบนี้จะไม่มีเลย จะกินเมื่อไหร่ จะพูดเมื่อไหร่ จะพูดอะไร สบม. เราจัดการได้

19 กันยายน


จิตเรานั้นไซร้ ..ช่างคิดกันไปด้ายย...

ลองมาดูเรื่องการรับรู้เรียนรู้กันต่ออีกสักเรื่อง..

เมื่อ ตอนตีสองคืนนี้ แมลงดีดตัวผึงจากอีกห้องนอนหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งที่วางไว้ใกล้มือ เผื่อว่าเวลาเขาเรียกแล้วเราไม่ได้ยิน ให้สั่นกระดิ่ง

คุ้มตื่นมา วุ่นวายเรื่องฉี่เปียก แมลงเข้ามาทำความสะอาดให้ ถอดเสื้อที่เปียกออกมาจัดการ เปลี่ยนผ้ารอง ทำทุกอย่างจนเกือบเสร็จในขณะที่คุ้มบลาๆ ตลอดเวลา คุณผู้ช่วยที่นอนอยู่ข้างๆคุ้ม หาได้รู้สึกตัวไม่ หนำซ้ำ แมลงดูเธอในความมืด เห็นหน้าซึดๆ นอนหงาย ไม่เคลื่อนไหว..



ผล ข้างเคียงจากยากันชัก Depakine ทำให้มือสั่นมากๆ ทำให้เวลากินอาหารเองก็จะเลอะเสื้อผ้า แมลงก็เลยมีไอเดียทำผ้ากันเปื้อนแบบเด็กๆ ให้ ดูออกจะชอบมาก เพราะห่วงลุคตัวเอง

คุ้มโมโหใหญ่ ว่านอนเป็นตายแบบนี้แล้ว แมลงยังต้องทำเองใช้ไม่ได้ ต้องจัดการๆๆๆ
ส่วน แมลงว่า เอ ..เธอตายหรือปล่าว พยายามดูที่ท้องว่ามันพองยุบไหม ไม่กล้าที่จะเอามือไปอัง ถ้าเกิดเธอไม่ตาย เดี๋ยวตื่น เราไปกระชากออกจากการหลับลึก ไม่ดี..กะว่าจัดการธุระให้คุ้มเสร็จก่อน จะลองไปอังจมูกเธอดูว่ายังหายใจไหม อาการไหลตายมันก็เป็นไปได้ แม้ว่าจะอายุยังน้อย เผื่อต้องเรียกรถพยาบาลกลางดึก
..
แต่ เมื่อใกล้จะเสร็จภาระกิจจัดการป๋องฉี่คุ้ม เธอก็ตื่นขึ้นมาพูดอะไรไม่รู้มากเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เธอทำให้คุ้มไปเมื่อ สองชั่วโมงก่อนหน้านั้น แมลงว่า เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องพูด นอนเถอะ (คิดว่า เออ โชคดีที่เขายังมีลมหายใจ ไม่งั้น งานเข้า ยัยแมลงแล้วคืนนี้)




ใช้ เวลาสองวัน(นานเพราะว่าไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาทำ ลุกทั้งวัน เดี๋ยวรีโมท เดี๋ยวซีดี เดี๋ยวกระดาษ เดี๋ยวนู่นนี่ นั่น เอ..ถ้าไม่มีแมลงนี่จะทำไง นั่งชกหัวตัวเองเพราะโมโหมัง) ทำผ้ากันเปื้อนนี้ทำไชส์พิเศษ ชนิดคลุมหมดทั้งด้านหน้า ป้องกันซ๊อสสะบัดได้แน่นอน วันนี้เริ่มประเดิมวันแรก คุ้มว่า เพสโต้ซ๊อสสปาเก็ตตี้นี่ต้องภูมิใจมากแน่ๆเลย ที่ได้เป็นหยดแรกบนผ้าผืนใหม่ แมลงก็เลยต่อให้ว่า เหมือนนีล อาร์มสตรองเหยียบดวงจันทร์คนแรกเลยใช่ไหม อิอิ เพ้อเจ้อพอๆกัน

พอ ทบทวนถึงเรื่องนี้ ก็อดขำไม่ได้ เออเนาะ..จิตช่างคิดไปได้ สองคนสองจิตใจ รับรู้เรื่องเดียวกันในมุมที่ต่างกัน เพราะการเรียนรู้ในอดีตมันต่างกันแท้ๆเลย



24 กันยายน


ทุกกิจกรรม ทำอย่าง "รู้"สึก"ตัว"

เพื่อน ทั้งคนไทยและคนฝรั่งมาเยี่ยมบ้าน ต่างก็พูดเหมือนๆกันว่า ดูหน้าตาทั้งคนป่วยและคนดูแลดูแจ่มใสดี ไม่เหมือนที่คิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนเก่าเชื้อสายเจ้า(ทำนอง ณ อยุธยาอะไรประมาณนี้)ของคุ้มที่มาเยี่ยมเมื่อสองวันก่อน ถึงกับเอ่ยปากถามว่า แมลงทำได้อย่างไร ที่มีทีท่าสงบ ไม่หดหู่ เสียขวัญ หรือหมดอาลัยตายอยากในชีวิตที่ต้องอยู่กับคุ้มที่ไม่สบายด้วยโรคร้ายที่คุก คามชีิวิตแบบนี้ หนำซำ ยังมีอารมณ์แปรปรวนร้ายกาจอีก

..เอ สงสัย เขาจะดูจากตะกร้าการฝีมือ และการทำอาหารสารพัดที่วุ่นวายอยู่ในบ้านนี่กระมัง



เพื่อน คนนี้มากับภรรยา ท่ีหง่อมพอๆกัน ก็เลยไม่พาเขาออกไปกินอาหารนอกบ้านตามธรรมเนียมปฏิบัติของคุ้ม เพราะเกรงจะเอาไม่อยู่ ทั้งขับรถ ทั้งจัดการคุ้ม และต้องดูแลคนหง่อมอีกสองคน สองปีก่อนที่เขามาเยี่ยมเรา ท่านชายเกือบต้องส่งโรงพยาบาลเพราะสะดุดขาตัวเอง ดีที่แมลงดึงไว้ทัน เฉียดฉิว

อาหารที่ทำนั้นเป็นสลัด สปาเก็ตตี้ เวียนนาชิกเก้น ประมาณนี้ คุณผู้ช่วยสนุกกับการทำและกินอาหารฝรั่ง ทำให้ไม่ลำบากเท่าไหร่ที่จะทำกินกันเองที่บ้าน

ที่สนุกมากคือ ทำขนมปัง Walnut Bread from Southern Burgundy ที่ได้สูตรมาจากน้องบุ๊ง Close to Heaven เป็นการทำขนมปังครั้งแรกหลังจากครั้งสุดท้ายที่ทำคือเมื่อเกือบยี่สิบปีที่ แล้ว พอลงมือทำ ให้สนุก ฮีกเหิม จะทำสูตรอื่นๆต่อไป



ส่วน ผสมก็ไม่มีอะไรพิสดาร นับว่าเป็นสูตรที่ทำได้ไม่ยาก ไม่ได้ใช้เวลาและพลังงานในการทำมากนัก นอกจากเวลาที่ต้องรอให้ยีสต์ทำงาน..เข้าทางไม่ชอบทำอะไรที่มันยาก



แป้งdoughหน้าตาเหมือนพุงแม่มดเอ๊กซ์ไม่มีผิด เห็นยีสต์เขาทำงานไหม

เจ้า ของสูตรเขาใช้เครื่องนวดขนมปัง แต่บ้านเราไม่มี และไม่เดือดร้อน เมื่อน้องเขาว่าใช้มือนวดก็ได้ ยังจำได้ดีถึงความรู้สึกตอนนวดแป้งขนมปังเมื่อครั้งสุดท้ายที่ทำ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ให้เกิดอาการคัน ต้องทำให้ได้ เจ้าขนมปังนี่ ฮี่มๆ
ว่าแล้ว วันที่ลงมือ ..ทุกขั้นตอนของการทำงาน แม้ว่าจะต้องผลุบเข้าผลุบออก ถูกเรียกตลอดวัน..ห้องน้ำ กระดาษเอสี่ โทรศัพท์ รีโมททีวี ปริ้นท์อีเมล์ ส่งอีเมล์ ทำกับข้าว จัดยา แผ่นซีดี ..ไม่เป็นไร ก็ยังทำออกมาได้ ตอนนวดแป้งเป็นขั้นตอนที่ชอบที่สุด และเป็นที่ยินดีที่ไม่มีเครื่องนวด

สัมผัสที่อุ้งมือนวดลงไปบนแป้ง เป็นความรู้สึกรู้"ตัว" ที่เรารับรู้ได้จากสมาธิทุกวินาที ..
เหมือน กับการจรดฝีเข็มลงไปบนผ้าที่เย็บ ทีละนิดๆ ซึ่งการเย็บด้วยมือ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการใช้จักรเย็บผ้าในแบบเดียวกันกับเครื่องนวดขนม ปัง



ลูกร้านเบเกอรี่อย่างคุ้ม ดูออกจะอยากรู้อยากเห็น ว่าแป้งขึ้นดีไหม แมลงทำถูกไหม ให้กำลังใจตลอด ว่าถูกทางแล้วๆ



แบ่ง ทำตามสูตรเป็นสี่ก้อน คุ้มขอประเดิม ให้คุณผู้ช่วยไปหนึ่ง เก็บอีกสองไว้ให้แขกกินเป็นอาหารเช้า ไม่มีใครจับได้ ว่าเป็นขนมปังที่ทำเองเป็นครั้งแรก



ดูใกล้ๆ เสียดายที่ไม่มีรูปแผ่นขนมปังที่สไลด์เป็นแผ่น นุ่มอร่อยใช้ได้ มีส่วนผสมเหลือ เดี๋ยวทำอีก ยังสนุกไม่หาย..
ขอบคุณน้องบุ๊งเจ้าของสูตร ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ทำขนมปังหลังจากที่เคยทำไปเมื่อนานนนน..มาแล้ว

28 กันยายน


บททดสอบเรื่องของเสียกับจิตใจ...

บท ทดสอบที่จะเล่าให้ฟังนี้ มันออกจะขัดแย้งกับความสนุกสนานในการทำขนมปังอย่างมาก แต่มันก็ทำให้คนที่รู้จักตัวจริงของแมลงตั้งแต่เล็กแต่น้อย อย่างแม่มดเอ๊กซ์และพี่หญิงใหญ่ขำได้ แต่สำหรับคนอ่านท่านอื่นอาจข้ามไปได้ แมลงขอเตือนว่า อาจทำให้เกิดจินตนาการว่า ขนมปังของแมลงไม่อร่อย ฮ่าฮ่า

หมายเหตุ..เรื่องนี้ได้รับการอนุญาตให้เผยแพร่ได้เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาจิตใจจากคุ้มเจ้าของเรื่องแล้ว

การ ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อคุ้มเจ็บป่วยและอ่อนแอ ไม่เพียงแต่ต้องประคองอารมณ์ของคุ้ม แมลงยังต้องประคองอารมณ์ของตัวเอง ที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เต็มที่ นอนช่วงกลางคืนไม่พอ ทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน ต้องระมัดระวังและตามดูจิตใจอย่างใกล้ชิด

คุ้มอ่อนแรงลงทุกวันๆ ในขณะเดียวกัน น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นเริ่ือยๆ น้องนักกายภาพก็กรุณามาทำpassive exerciseให้ที่บ้าน อย่างน้อย ก็เพื่อไม่ให้หัวเข่าติด และปวดหลัง ตอนตื่นนอนและก่อนนอน แมลงจะนวดแบบสวีดิชที่เท้าและขาให้ เพื่อแก้ปัญหาเท้าบวมเพราะอาการคั่งของtissueและเลือดจากการที่ขยับตัวน้อย



ขนม ปังโฮลวีทสูตรที่ได้มาจากน้องบุ๊ง Close to Heaven อร่อยและง่ายอย่างมาก ตอนปิ้งทาเนย แยม ดาร์กชอกโก และน้ำผึ้ง ได้รสชาติและกลิ่นที่ดีมาก คุณผู้ช่วยกินไปสามแผ่นรวด เช่นเดียวกันกับคุ้ม..ประสบความสำเร็จ นับว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มาก เพราะทำให้เรามีขนมปังใหม่สดกินได้ทุกวันโดยไม่ต้องออกไปซื้อที่ร้านเจ้า ประจำ ซึ่งตอนนี้ทำได้ยากเพราะคุ้มยากแก่การเคลื่อนย้ายตัวเองอย่างมาก

บท ทดสอบเริ่มจากการช่วยเหลือยามขับถ่ายที่แต่เดิมแค่ประคองไปที่นั่งถ่ายและ ช่วยปล่อยน้ำชำระ มาเป็นการใช้มือช่วยล้างทำความสะอาดด้วย แมลงมีถุงมือยางแบบโรงพยาบาลซึ่งช่วยให้สัมผัสเบา ไม่เจ็บเหมือนกับการใช้มือเปล่า ..ยากนะ สำหรับคนไม่เคยทำ ถ้าเป็นนางพยาบาลคงเป็นเรื่องธรรมดา

บททดสอบเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ บางวัน มีเหตุหลุด ..ของเสียออกมาก่อนที่เราจะไปถึงที่นั่งถ่าย ..แว๊ก เต็มพื้นเลย เต็มขาแมลงด้วย เพราะต้องเอาขาเป็นเก้าอี้เสริมประคองให้คุ้มนั่งบนที่ได้ปลอดภัย ..
แม่ และพี่ ได้ยินเรื่องนี้ ขำก๊าก เพราะเขารู้ว่าแมลงเป็นคนดัดจริตมาก อย่าว่าแต่ห้องน้ำสกปรกหรือมีกลิ่น จานข้าวมีคราบหรือไม่สวยยังไม่ยอมกินข้าวเล้ย



รูป ร่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะไม่ได้เอาdoughออกมาทำshapeให้ขอบอยู่ใต้ก้น ทำให้ด้านข้างเผยอ..ไม่สวย มีรอบแก้มือ..และเวลาที่รอให้ยีสต์ทำงานก็ไม่แน่ชัด เพราะผลุบเข้าผลุบออกกับภาระกิจประจำวันอื่น

แมลงตรวจดูใจ ณ เวลานั้น ไม่มีความรู้สึกไม่ดี หรือรังเกียจ แต่จดจ่ออยู่กับการจัดการคุ้มให้สะอาด และเคลียร์พื้นที่ให้อยู่ในสภาพดีอย่างเดิม และอย่างรวดเร็ว..
นิ่ง มาก...สอบผ่านฉลุย ไม่ยากเท่าไหร่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ไม่มั่นใจ ว่าตัวเองจะทำได้ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเซนซิทีฟ หรือมีความดัดจริตเหลือเกิน

เอ..ควรจะเปลี่ยนชื่อตอนว่า Input และ Output ดีไหม

4 ตุลาคม


ชีวิตนั้นหนา ..ไม่มีอะไรแน่นอน..
คีโมฉบับทุลักทุเล

หลัง จากคีโมด้วยยาแบบกินTemodal ด้วยแผนมาตรฐานไปหกเดือน สแกนดูเจ้าเซลร้ายด้วยMRIทุกอย่างดูคงเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คุ้มก็เลยตัดสินใจต่อเป็นเดือนที่เจ็ดกับคีโมTemodal แต่พอเราไปตรวจเจ้าเซลร้ายหลังจากเดือนที่เจ็ดผ่านไป กลับพบเซลร้ายเม็ดเล็กๆอีกสี่เม็ดที่ด้านหน้า เอ้อ..เนาะ เจ้านี่เองที่ทำให้คุ้มมีอาการหลอนแมลงตอนกลางดึกบ่อยๆ

เมื่อมีเซล ร้ายเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีก นั่นแปลว่า ยาTemodalใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป คุณหมอส.ก็ใช้แผนสองตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก ก็คือยาฉีดAvastin ที่ต้องให้ทุกๆสองสัปดาห์ ตามน้ำหนักตัวของคุ้ม คือต้องได้แปดร้อยมิลลิกรัม หนึ่งโดสคิดเป็นเงินเกือบๆ สองแสนบาท ขาดนิดหน่อย ถ้าเราไปฉีดที่โรงพยาบาลธ. เราซื้อยามาเองได้ เขาคิดค่าบริการห้าพันบาท เราหิ้วมาจากเยอรมัน ประหยัดไปเกือบๆห้าหมื่นบาท แต่ถ้าไปฉีดที่โรงพยาบาลก. เขาไม่ให้เราเอายาเราเอง ราคาเต็มเหมือนกันทั้งสองโรงพยาบาล ครั้งแรกเราไปฉีดทันทีหลังพบหมอ จึงไม่มียาของเราเอง และจ่ายในราคาเต็ม..ปาดเหงื่อน้องชายโอ และพี่หญิงใหญ่ขับรถมารับที่พระรามสอง เพราะแมลงไร้ความสามารถจะนำทางไปโรงพยาบาลธ.ได้ เส้นทางช่างสับสนเหลือเกิน

Christine ขับรถพผู้โดยสารอีกสาม คุ้ม แมลงและRike ขึ้นไป นัดพบกันที่ปั๊มน้ำมันกลางทาง เปลี่ยนรถให้คริสตีนไปกับพี่หญิงใหญ่ และย้ายชายโอมาเป็นคนขับรถให้เรา ขากลับเขาก็ออกมาส่งที่เดิม พี่หญิงใหญ่ตามเรากลับมาเล่นทำขนมปังที่หัวหินได้สามสี่วัน

ทุลักทุเล..ในระดับหนึ่ง




สาว นี้ดูจะตาสว่าง ดูแลจัดหาผลไม้และป้อนให้บิดากิน ยามเราเป็นเด็กเล็กช่วยตัวเองไม่ได้ อ่อนแอ เขาดูแลเราอย่างดี เลี้ยงดูให้แข็งแรงเติบใหญ่ ถึงเวลากลับกัน เมื่อเขาอ่อนแอ ก็ดูแลช่วยเหลือ ถึงไม่ใช่เหมือนหรือเท่าที่เขาเคยทำ พ่อแม่ก็ชื่นใจนักหนา


ไม่ พอ..คีโมรอบสองAvastin ในอีกสองอาทิตย์ถัดมา ตามกำหนดคือวันที่ 24 Philipp ห้ิวยาใส่ตู้เย็นในเครื่องบินมาถึงวันที่ 23 แต่เจ้ากรรม น้ำมาล้อมรอบโรงพยาบาลธ.เรียบร้อยแล้ว ทำไงดี ต้องหาโรงพยาบาลแถวบ้านที่จะฉีดยาให้เราได้ หามีไม่ ทั้งนี้ ยาที่จะฉีดนี้ถือเป็นยาอันตราย ต้องมีเครื่องมือและพยาบาลเฉพาะจึงจะทำได้

แมลงคิดหาวิธีและติดต่อไปสารพัด แม้กระทั่งว่าจะไปไกลถึงภูเก็ต ..ก็หาได้ไม่ โทรศัพท์และอีเมล์ทั้งวัน
ใน ที่สุด ได้รับข้อมูลว่าเส้นทางโรงพยาบาลก.ยังแห้ง ก็เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลก. ด้วยความช่วยเหลือและการอำนวยการของคุณหมอส.ที่งดออกตรวจในโรงพยาบาลเอกชน ทั้งหมด เพราะต้องดูแลคนไข้ที่ศิริราชเป็นหลัก
คืนวันอังคารคุณหมอใช้ เบอร์โทรของตัวเองโทรมาคุยกับแมลงสองรอบ รอบนึงว่าให้คุ้มไปตรวจเลือดที่หัวหินก่อนจะได้ประหยัดแรงไปหนึ่งชั่วโมง อีกรอบนึงโทรมาตอนคืนวันพุธ สามทุ่ม ยังอยู่ที่ศิริราช ขอให้บุญรักษาคุณหมอ ..ชีวิตที่มีคุณค่าคือชีวิตที่มีประโยชน์ต่อคนอื่น ..คุณหมอส.นี่เองเป็นตัวอย่าง



ผลไม้หน้าตาธรรมดาๆ แต่อร่อยกว่าไปกินที่โอเรียนเต็ลร้อยเท่า เพราะเตรียมจากหัวใจ


วัน พฤหัส พากันหอบหิ้วไปโรงพยาบาลก.กันตั้งแต่ยังไม่แปดโมงเช้า เวลาฉีดยาชั่วโมงครึ่ง กว่าจะกลับถึงบ้านเกือบห้าโมงเย็น รถทั้งขาเข้าขาออกหนาแน่นเป็นอย่างมาก
แมลงทำซุปมะเขือเทศให้คุ้ม กินอาหารเย็นเสร็จ พากันสลบไปแต่หัวค่ำ..

น้ำไม่มีทีท่าว่าจะลดง่ายๆ คนกรุงลี้ภัยมาอยู่กันแถวนี้เต็มไปหมด
แมลงและคุ้มซื้ออาหารมาใส่ตู้เย็นไว้ ไม่ออกไปข้างนอก ให้หวาดเสียวรถราจะเฉี่ยวชน
ยังไม่รู้หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร กับการที่ต้องหอบหิ้วเข้ากทม.ไปฉีดAvastin รอบสาม

30 ตุลาคม


เรื่องนอนเรื่องใหญ่...

ก่อน ที่จะเกิดเรื่องที่ไม่พึงประสงค์นี้ แมลงไม่ได้คิดมาก่อนว่า เรื่องนอนมีความสำคัญมากขนาดนี้ แค่รับรู้ว่าแต่ละวันได้นอนเต็มอิ่มทุกๆวัน เพื่อตื่นมาแจ่มใสมีแรงเล่นนู่นนี่
แต่เดี๋ยวนี้เวลาที่จะนอนแบบหลับลึก เต็มอิ่ม ยิงยาว จนถึงสว่างเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย นับตั้งแต่ที่คุ้มเข้าๆออกๆโรงพยาบาล แมลงเริ่มหัดนอนกลางวัน และนอนทันทีที่มีโอกาส
สองอาทิตย์ที่ผ่านมา แมลงได้ผู้ช่วยใหม่ที่เข้าใจงาน และช่วยงานได้มาก เราตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน แบบช่วยเหลือกัน แมลงทำอาหารให้เขากิน ในขณะที่ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน และดูแลคุ้ม เรื่องไหนที่ใครทำได้ ก็ทำไป โดยแบ่งหน้าที่กันชัดเจน การยกคุ้มขึ้นลง เขามีเทคนิคที่ถูกต้องก็ตกเป็นหน้าที่เขา แต่ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย จะต้องสองคนเสมอ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุ้มอ่อนแรงมากๆในสัปดาห์นี้



เห็น คุ้มนอนที่พื้นนี่อย่าตกใจ เป็นรูปสุดท้ายก่อนเปลี่ยนเตียงใหม่ แมลงพาคุ้มลงจากเตียงเองแล้วเอาไม่รอด เพราะพี่หญิงใหญ่พาคุณผู้ช่วยไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ คุ้มว่าเธอแต่งตัวเหมือนเด็กหลังสงครามโลกครั้งที่สอง..เราสองคนค่อยๆโรยตัว ลงพื้นอย่างนุ่มนวล แมลงจะเรียกยามมายก เจ้าตัวไม่ยอม บอกว่าพวกยามนั่งขึ้เกียจกันทั้งวันมายกแค่นี้ได้ตังค์ร้อยนึง เค้ายอมนอนกับพื้นดีกว่า ก็เลยปล่อยให้นอน อยากรู้ว่าจะทนได้กี่น้ำ ..นับแล้วสิบนาที ก็เรียกยามมายก


ตอนเช้าตื่นมา พากันลงจากเตียง แมลงจะทำหน้าที่จัดหายาก่อนหลังอาหารเช้า กินผลไม้ น้ำผลไม้ปั่นและมูสลี่ ขนมปังปิ้ง กาแฟดัดแปลงของเยอรมัน ในขณะที่คุณผู้้ช่วยออกไปเก็บกวาดรอบๆบ้าน จากนั้นคุ้มเข้าห้องน้ำ ขึ้นเตียงนอนต่อ ก็จะช่วยกันทำงานบ้าน แต่แมลงมีเวลาทำน้อยกว่าเพราะต้องเตรียมอาหารกลางวัน หลังอาหารกลางวัน ก็จะพากันงีบเอาแรง เพราะเราทั้งสองคนจะต้องตื่นกันเกือบตลอดคืนถ้าคุ้มตื่นกลางคืนแล้วพูดอะไร ไม่รู้เรื่องหรือต้องการออกจากเตียง แต่ถ้าเขานอนหลับดี แค่จัดการเรื่องฉี่ ก็เป็นหน้าที่ของคุณผู้ช่วย ปล่อยให้แมลงนอนอีกห้องนึงที่เปิดประตูตรงกัน แต่รอบหัวค่ำสองทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง คุณผู้ช่วยจะได้นอนเต็มอิ่มโดยไม่ถูกรบกวน




เตียง ใหม่ที่คุณภาพดี มีมอเตอร์ยกขึ้นลงแบบอัตโนมัติ ที่เพื่อนโส่ยช่วยไปถอยออกมาให้(ขอบคุณมากนะคร๊า..เราไม่มีขาจะออกไปไหนได้ เพื่อนช่วยอย่างนี้ ทุ่นแรงไปได้หลาย) ใครไปใครมาคุ้มเขาจะอวดว่าเตียงนี้ใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ของPorcheสามีเพื่อน ดีไซน์เนอร์ของแมลงเค้าไปหาราคาพิเศษมาได้ ลดได้ตั้งห้าสิบเปอร์เซนต์..แมลงโกหกเป็นไฟแล้วตอนนี้
เตียง เก่า หมุนโยกกันจนกล้ามขึ้น วันนึงขึ้นลงหลายรอบก็หมุนกันดังโคร๊งเคร๊ง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่คือเวลาขึ้นลงแล้วบาร์ข้างเตียงที่ยกขึ้นลงได้ ขูดขาที่เนื้ออ่อนบางให้เป็นแผลที่หายยาก อีกทั้งบาร์นี่มีอาการง่อกแง่ก เกรงว่าจะร่วงลงมาสักวัน



เตียง ใหม่นี้สะดวกแก่การใช้งานอย่างมาก ปรับท่านั่งได้เหมือนนั่งเก้าอี้ ทำให้กินอาหารบนเตียงได้ และปรับสูงพอที่จะช่วยให้ผู้ดูแลหลังยาวอย่างแมลงได้ช่วยทำกายภาพบำบัดยึด แขนขาให้คุ้มได้โดยไม่ปวดหลัง ..เยี่ยมๆ..น่าเจ็บใจตัวเองที่ไม่ยอมตัดสินใจซื้อสักที..ทำให้เสียโอกาสใน การใช้ไปตั้งเยอะ..แย่จริงๆ

คุ้มนอนหลับได้ดี มีตื่นบ้างเพื่อฉี่แต่ก็หลับต่อได้ บรรยากาศในบ้าน ดูสงบ ไม่ปั่นป่วนเหมือนที่ผ่านมา คุ้มนิ่งและพูดน้อยจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงเลยในแต่ละวัน และเมื่อพูดคุยก็ไม่แสดงอารมณ์รุนแรง แต่ค่อยๆพูดจนแทบจะไม่ได้ยินเสียง

2 พฤศจิกายน

เพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน....

เมื่อ หลายวันก่อน แมลงได้คุยกับน้องสาวคนนึงที่มีหน้าที่ในปัจจุบันเหมือนกัน คือต้องทำดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคชนิดเดียวกันกับคุ้ม ตรวจพบเมื่อเดือนกุมภา หลังคุ้มสองเดือน เขาอายุน้อยกว่าคุ้มเกือบยี่สิบปี เซลร้ายเกิดคนละที่ สามารถผ่าตัดและฉายแสงกำกับได้ หลังการรักษาตามแผนมาตรฐาน สามารถเดินได้ แต่กลับเป็นว่า เจ้านั่นดื้อต้องใช้ยาAvastinแต่เนิ่นๆ ถึง ณ วันนี้ เขารับAvastinไปแล้วสิบสามรอบ และการรักษาสารพัดแบบเนื่องจากเกิดอาการอื่นๆไม่พึงประสงค์อื่นๆตามมา และจำเป็นต้องหยุดยา ต้องกลับเข้าไปนอนอยู่ในโรงพยาบาล ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ตอนนี้ อาการทรุดมากๆ ขยับออกจากเตียงไม่ได้แล้ว..
น้องสาวคนนี้อายุยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับแมลง แต่ก็เข้มแข็งไม่น้อยเลย
แมลงว่าน้องเขาโชคดี ที่ได้เห็นชีวิตตั้งแต่ยังอายุน้อย ขณะที่เพื่อนๆยังสนุกสนานและไม่เคยคิดเรื่องชีวิตเลย..



ประตู บานใหญ่ ปิดตาย มีรอยแตกแง้ม ยิ่งทำให้อยากเห็น ว่าข้างในมีอะไร เพราะเรามองจากข้างนอก ประตูโบสถ์ของเมืองAvignonที่เป็นฉากในหนังสือสมัญญาแห่งดอกกุหลาบ ..หนังสืออะไรไม่รู้อ่านยากชะมัด..เบื้องหลังอำนาจในศาสนาคริสต์!!

น้องเขาบอกแมลงว่า จิตใจเคยมั่นคงดีอยู่ว่าจะตั้งใจทำหน้าที่ แต่พอมาถึงนาทีนี้อดหวั่นไหวไม่ได้..
ทำ ให้แมลงนึกถึงวันที่ตัวเองร้องไห้ เดินไปก็ร้องไห้ไปในเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ระหว่างรอจะไปเติมถังพลังงานที่กระบี่เมื่อเดือนเมษายน นึกสงสารคุ้ม คิดว่าต่อไปก็ไม่มีเขาแล้ว..วันเก่าๆที่เราเคยมาเดินเล่นด้วยกัน..

ตอนนั้น ใจไปเกาะยึด ทั้งกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว เรียกกลับคืนมาไม่ได้ ไม่มีประโยชน์
อีกทั้งไปคว้าอนาคตที่ยังมาไม่ถึงมาถืออีก ไม่ไหว ไม่มีเหตุผล
ทั้งเศร้าหมอง ทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย จนไม่มีแม้กระทั่งแรงจะพูด จะเดิน
ต้องปรับใจให้เข้าสู่โหมดปัจจุบัน ณ วินาทีนี้ อยู่ตรงนี้ อย่าไปไหน
ตอน นี้บอกกับตัวเองทุกวัน ว่าให้อยู่กับในเวลานี้ ตั้งใจทำหน้าที่ไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ได้ทำเต็มที่แล้ว ถ้ามัวแต่คิดไปข้างหลังข้างหน้าแบบนี้ แรงหมดกันพอดี เพราะเหนื่อย เป็นอันทำอะไรได้ไม่เต็มที่ จิตใจก็เศร้าหมองด้วย ทำแบบนี้ได้ แรงมา เป็นที่พึ่งให้เขาได้

และแม้ว่าวันนั้นจะมาถึง ไม่มีร่างกาย ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีเขา..
ไม่เห็นก้อนเมฆ ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีก้อนเมฆ มันกลายเป็นหยดน้ำฝน เป็นน้ำในลำธาร ในแม่น้ำ ในมหาสมุทร..
แค่การเปลี่ยนสถานะ ..
การ ที่เราได้มีโอกาสมาพบกัน รู้จักกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน แสดงให้เห็นความเกี่ยวเนื่อง ของความเชื่อมโยงของสองสิ่ง มันเกิดจากเหตุปัจจัย เมื่อปัจจัยพร้อม มันก็เป็นไป..
เรามีหน้าที่แค่ "ดู"..ไม่เข้าไป "คิด"
ทำตัวเหมือนดูหนังการ์ตูนทอมกับเจอรี่..หนังจบ ก็จบ แล้วกันไป..

7 พฤศจิกายน


ผจญภัยในโรงพยาบาลหลวง...

ขึ้น ชื่อว่าโรงพยาบาลของรัฐบาลแล้ว แมลงมักตื่นกังวลเสมอในเรื่องปริมาณผู้ใช้บริการและการรอ รู้อยู่แก่ใจว่าการรอจะนานขนาดไหน เป็นของธรรมดาที่บุคลากรมีจำกัดแต่ผู้ใช้บริการมีจำนวนมาก
ปัญหาน้ำท่วม คราวนี้ หนักหนาที่ข้อมูลข่าวสารไม่ชัดเจน พระรามสองจะท่วมหรือไม่ท่วม เราจะเข้ากรุงเทพไปฉีดยาAvastinได้ไหมให้ระทึกอยู่ตลอดเวลา ก็เลยต้องเตรียมแผนการท่่ีให้เราได้ไปฉีดยาแน่ชัดไว้ นั่นก็คือโรงพยาบาลที่มีแผนกคีโมบำบัด และก็พบว่าที่ราชบุรีและเพชรบุรีมีให้บริการ เราพยายามติดต่อไปที่เพชรบุรีก่อน แต่ผู้ให้บริการดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความสุขในชีวิตเท่าไรนัก ในขณะทีี่ราชบุรี ผู้ให้บริการดูมีความสุขอย่างยิ่ง แม้งานจะโหลดมากๆ จึงพากันเลือกที่จะไปที่ราชบุรี

เอ๋สมุนมือขวาพร้อมนายปั๊บพากันขับ รถส่วนตัวไปหลังเลิกงานเพื่อไปติดต่อทำบัตรและนัดหมอกรุยทางไว้ก่อนหนึ่ง สัปดาห์ เพื่อให้อีกสัปดาห์หนึ่งคุ้มสามารถไปพบหมอและนัดหมายฉีดยาได้ กระบวนการทำงานต้องใช้เวลาสองวัน วันจันทร์เย็นไปเข้าคิวพบหมอเพื่อแสดงผลตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ รวมถึงใบแจ้งจากคุณหมอส.พระเอกของเรา(เราไปตรวจที่โรงพยาบาลก.ในหัวหินและ ให้คุณหมอส.ดูเพ่ือพิจารณาว่าเราจะให้ยาคีโมต่อไปได้ไหม) วันอังคารเช้าไปยื่นบัตรคิวแต่เช้าเพื่อจะได้ฉีดยาตอนสิบเอ็ดโมง ใ้เวลาราวๆสองชั่วโมงสำหรับฉีดยา แต่ไปนอนรอเขาผสมยาตั้งแต่หกโมง ที่เป็นอย่างนี้เพราะเจ้าหน้าที่คนเดียวแต่ต้องดูแลคนไข้จำนวนมาก



วันๆ ต่อรองกันตลอดเวลา ว่าอยากลงจากเตียง ทั้งๆที่ไม่มีใครยกคุ้มไหวแล้ว น้ำหนักมากและขาอ่อนแรงไปทั้งสองข้าง

พอ ถึงวันจันทร์ บ่ายสามครึ่ง แมลงจัดการแต่งตัวใส่ผ้ารองซับแบบกางเกงใน อาหารเย็น ยาก่อนและหลังอาหาร น้ำ พลขับนายเจอรี่พร้อม คุณผู้ช่วยใหม่เพิ่งมาถึง ไปกันเลย ขับรถวนไปมาหาโรงพยาบาล แต่ไปจอดเสียด้านเหลัง หกโมงเย็นบรรยากาศดูทึมๆ หน้าห้องหมอ คนไข้หน้าตาหม่นหมอง ไม่มีแรงผอมแห้ง นั่งรอตรวจกันหลายคน คุ้มเป็นคิวที่ยี่สิบสอง ถามพี่คนที่นั่งใกล้ๆเขาคิวที่สิบแปด ถ้าถึงเขาเมื่อไหร่ เราก็จะเริ่มลุ้น คุ้มผู้ไม่เคยรออะไรได้ เร่ิมซึมลงๆ นั่งกองกับวีลแชร์ เพื่อนเจอรี่ทำหน้าตาหดหู่ว่าถ้าไปเข้าห้องน้ำกลัวจะติดเชื้อ แมลงไม่รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเลย คงเป็นเพราะอะดรีนาลินออกมามาก ไม่หิวด้วย จนกระทั่งเสร็จธุระคุยกับหมอ สองทุ่ม จึงรู้สึกหิว ไม่มีอะไรกิน ซื้อซาลาเปาคนละสองลูกกับกาแฟเย็น ซึ้งน้ำใจเจอรี่จริงๆ ลองคิดดูว่าถ้าแมลงขับรถมาเอง และต้องดูแลคุ้มด้วย จะต้องใช้พลังงานขนาดไหน



ทั้งหลอกทั้งล่อ บางทีก็ต้องเป็น Mama Rabbit คุณแม่กระต่ายน้อย ให้กับคุ้มแบบนี้ ร้องเพลงฮาคูน่ามาทาทากันทั้งวัน

ระหว่าง รอหมอ คุ้มมีบริวารสามคน คือแมลง เจอรี่และคุณผู้ช่วยเบอร์สาม คอยช่วยลุ้น จนคุณพยาบาลเห็นได้ เธอว่า สามีคุณพี่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ดูสิ กินกล้วยหงับๆ แก้มตึง อ้วนปี๋ซะขนาดนั้น..เออ จริงแฮะ เกาลัด กล้วยน้ำว้า แครกเกอร์และน้ำที่เตรียมเป็นอาหารเย็นก็กินได้จนหมด กินยาอีกเป็นกอบ สบม. หันไปดูคนอื่น ..เฮ้อ..ลำบากกว่าเราเยอะ ..ลองนึกภาพคุ้มกินกล้วยหงับๆดู น่าขำมากๆ



สาวๆจากที่โรงงานมาเยี่ยม ชอบที่สุดเลย คนนี้เป็นหวานใจคุ้ม Little Fon


พอถึงบ้านคืนนั้น เกือบสี่ทุ่มได้ คุ้มหลับแบบม้วนเดียวจบ ชนิดไม่เคยมีมาก่อนในรอบสิบปีที่ผ่านมา
เช้า วันรุ่งขึ้น ตื่นกันตั้งแต่ตีห้า เตรียมอาหารเช้า ยากินและถ่ายให้เสร็จเรียบร้อยก่อนออกเดินทาง ไปถึงโรงพยาบาลแปดโมงครึ่งเป๊ะ ปั๊บขับรถให้ ขอตัวมาจากโรงงาน ไม่อยากให้เจอรี่ต้องมาลำบากอีก ลงจากรถแมลงขอเปล เขาว่า เขายังกินได้ ทำไมต้องนอนเปล แมลงว่าเฉยๆเถอะ เดี๋ยวจะรู้ว่าต้องรอนานขนาดไหน เดี๋ยวจะทนไม่ไหว แมลงอยู่กับคุ้ม ปั๊บไปหาที่จอดรด เบอร์สามไปยื่นคิว
วัด ความคันโลหิตเสร็จ รอไม่นานมีเวรเปลพาไปที่ห้องเคมีบำบัด มีเตียงเรียงรายเต็มไปหมด แต่ละเตียงมีผู้ป่วยนอนรอเพื่อจะรับคีโม บางคนมีญาติมาดูแล บางคนไม่มี



ไม่ ยอมให้แมลงห่างสายตาเลย เรียกตลอดวัน เข้าใจแล้ว ว่าพวกแม่ๆทั้งหลายลำบากขนาดไหน วันไหนได้ปลอดลูกสักชั่วโมง วันนั้นหายใจโล่งกระมัง

คุ้มมียามาเอง ก็ข้ามขั้นตอนการเบิกจ่ายยา แต่ก็ต้องรอการผสมยาเหมือนๆกับคนอื่น
ตอน นอนรอ ตาก็วุ่นวายดูนู่นดูนี่ตามประสาคนไม่นิ่ง ข้างๆเตียงมีผู้ป่วยสภาพย่ำแย่ กระซิบแมลงว่า Zombi ปิดม่านเถอะ ไม่อยากเห็น พอปิดม่าน พยาบาลมาถามว่าปิดทำไม ขอให้เปิดเพื่อจะได้ไม่บัง เวลาสังเกตอาการผู้ป่วยรายอื่นๆ ตกลงเปิดม่าน แต่พยาบาลหาปลอกหมอนสีชมพูมาพับๆให้เป็นที่ปิดตา

แต่พอเตียงข้างๆไป หรือขากถุย ก็แง้มผ้าแอบดู..ตลกมากๆ



บางคราวก็กลับมามีมาดเข้ม ไปๆมาๆแบบนี้เอง เพราะพื้นที่ในสมองมีสิ่งแปลกปลอม

กว่า จะเสร็จการฉีดยา ก็เกือบจะบ่ายสอง โบกไม้โบกมือลาเขาไปท่ัว ยังดีนะที่ไม่เล่นส่งจูบด้วย ยังรักษามาดอยู่ ตอนเวรเปลย้ายคุ้มจากเตียงเข้าไปในรถ ใช้ชายแข็งแรงห้าคนยก พร้อมผ้าปูเตียงสีชมพู ที่ติดก้นใหญ่กลับมาบ้านด้วย เลยซักไว้ เผื่อจะเอาไปคืนคราวหน้า สิริรวมค่าบริการ หกร้อยสี่สิบบาท..เราไปเบียดที่คนอื่นเขาแท้ๆเลยนะเนี่ยนะ

23 พฤศจิกายน

วัน พุธ ความดันโลหิตกระฉูดทั้งวัน ก็เลยพากันไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลอีกห้าคืน กลับมา มีสมาชิกในบ้านเพ่ิมอีกหนึ่งคน เป็นสามสาวนางฟ้าชาลี เดี๋ยวมาเล่าต่อ


สามสาว..นางฟ้าชาลี.......

หลัง จากคุณผู้ช่วยคนที่สองออกฤทธิโยโย่กับเราสองคน เดี๋ยวเลิก เดี๋ยวทำ ในที่สุดก็เก็บกระเป๋าด่วนออกจากบ้านไปโดยไม่ยอมรอให้ศูนย์ส่งคนมาให้ก่อน

เรา อยู่กันเองสองคนอยู่สามวัน ในสามวันนี้ คุ้มต้องอยู่ติดเตียง เพราะอ่อนแรงมาก ในขณะท่ีแมลงก็ยกเขาไม่ไหว เพราะหนักมาก บวกกับงานที่ต้องทำเกี่ยวกับตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นอาหารห้ามื้อ จัดยา ทำความสะอาดร่างกายยามขับถ่าย(ฃองคิดดูบางวันถ่ายห้าครั้ง ไม่นับฉี่ที่นับไม่ถ้วน..เรามีกระป๋องตวงไม่ต้องนับ) เช็ดตัว ซักผ้า เก็บกวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ เป็นสามวันที่หฤโหดมากๆ วันนึงเกือบจะสติแตก ตอนที่คุ้มสับสนขนาดหยิบสำลีและผ้าอ้อมที่เปื้อนขึ้นมาดูในขณะที่แมลงกำลัง สาละวนอยู่กับการทำความสะอาดบริเวณขับถ่าย..โอ้ แม่เจ้า สุดจะบรรยาย เหตุการณ์นั้นอยู่นอกอำนาจการบริหารจัดการของข้าเจ้า..


..เดชะบุญ ที่มันเป็นอย่างนี้อยู่แค่สามวัน
วัน ที่สี่ วันจันทร์ที่แล้วที่เราจะต้องออกจากบ้านไปราชบุรีเพื่อไปหาหมอตอนบ่ายสาม ครึ่งตามกระบวนการ ผู้ช่วยคนที่สาม ที่มีพื้นเพมาจากสุรินทร์ ใบหน้าเธองามแบบนางอัปสราที่นครวัดทีเดียว เธอมาทันเวลาตอนบ่ายสอง ได้พักนิดนึง แล้วกระโดดขึ้นรถไปด้วยกันเลย
วันที่เธอกระโดดขึ้นรถมาจากกทม. เพื่อนโส่ยกำลังจัดส่งสาวเนปาลีมาให้อีกหนึ่งท่าน เธองามเหมือนนางลักษมี หรือจะเป็นนางอุลูปีดีหนอ..
ก็เลยตัดสินใจว่า ส่งมาเลย เอาสองคน จะดูทีหรือว่า แมลงจะต้องกลายเป็นผู้ดูแลสามคน หรือสองคนนึ้จะมาช่วยแมลงดูแลคุ้ม ..
วัดดวงกัน ว่างั้นเถอะ



พาสาวๆไปกินข้าวนอกบ้านกัน สนุกสนาน พยายามจะตักอาหารกินเอง แต่มันยากมากๆเพราะมือจะสั่นตลอดเวลา

วัน อังคารพากันไปฉีดยาคีโมที่โรงพยาบาลราชบุรี วันพุธวันความดันโลหิตกันทั้งวัน กระฉูดจนไต่ระดับไปถึง 180-90 ไม่เข้าท่าแล้ว ยิ่งตอนเช็ดตัวบ่ายสาม ตุ้มไฝที่เคยเป็นสีน้ำตาลกลายเป็นสีแดงก่ำ เป่งแดงน่ากลัวมาก ตัดสินใจพากันไปหาหมอด่วนที่โรงพยาบาลก. หมอที่ห้องฉุกเฉินสั่งตรวจเลือด ซีทีสมอง ..ไม่มีเลือดอยู่ข้างใน..โล่งไปเปลาะนึง เขาติดต่อคุณหมอส.ด่วน หมอขอให้นอนที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ คุณหมอสิทธิให้ฉีดสตีรอยด์สามมื้อ ห่างกันแปดชั่วโมง ลดอาการสมองบวม
ตอนที่บอกให้คุ้มนอน แมลงบอกคุณหมอที่ดูแลว่า ให้บอกคุ้มว่าทุกอย่างที่ทำนั้น ภายใต้คำสั่งของคุณหมอส.เท่านั้น คุณหมอก็ให้ความร่วมมือ แสดงเหมือน จนแมลงจะให้ตุ๊กตาทอง ภายใต้บรรยากาศเคร่งเครียดแต่เรายังได้ขำกัน เนื่องจากทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อปะเหลาะนายคุ้มนี่
น้องอัปสราและแมลง พาคุ้มเข้าไปนอนและฝากไว้กับเอ๋ จากนั้นกลับมาบ้านขนสัมภาระที่จำเป็นกลับไปโรงพยาบาลอีก นับเป็นการร่วมทุกข์ร่วมสุขของอัปสรากับแมลงเป็นครั้งแรก

ระหว่างที่ นอนอยู่ที่โรงพยาบาล ความดันโลหิตของคุ้ม เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลง หมอพยายามปรับสตีรอยด์จากยาฉีดเป็นยากินจนเหลือมื้อละสิบเม็ด วันละสองมื้อ และให้เรากลับบ้านได้ ทำให้เราต้องเลื่อนวันเดินทางของน้องลักษมีออกไปห้าวัน



อัป สราเป็นสาวขรึม เงียบๆ ค่อยๆเก็บงานของตัวเอง และเข้าใจสถานการณ์ได้ไว ตามประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย และมีมุมมองว่าการทำงานลักษณะนี้ทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น และมีโอกาสได้ทำบุญเพื่อปลดปล่อยตัวเอง และวันนึงหลุดพ้นจากห่วงล้อแห่งชีวิต
บางทีต้องทำหน้าที่เป็นล่ามให้แมลงเพราะไม่มีเวลาจะอธิบายให้กับลักษมีที่ภาษาอังกฤษดีเลิศและภาษาไทยก็แตกฉาน

น้อง อัปสราดูแลคุ้ม น้องลักษมีดูแลบ้าน แมลงเป็นผู้อำนวยการสร้างที่ออกจากคุ้มไม่ได้แม้สักนาที เมื่อยามที่เขาลืมตา จนแมลงเรียกตัวเองว่า "อีเย็น" เมียทาส..รู้จักไหม หรืออีกที ก็เป็นแม่คุ้มที่มีลูกติดชนิดไม่ให้คลาดสายตา แมลงหลบหลังกล้องเพราะแอบสิวเม็ดใหญ่ที่มาหลังจากการอดนอนสามสี่วัน จากฤทธิสตีรอยด์ของคุ้ม..ที่วันนี้ลดเหลือ มื้อละหกเม็ด วันละสองมื้อ (จากก่อนเข้าโรงพยาบาลวันละเม็ด)



ลักษมีเป็นสาวอารมณ์ดี ขยันแข็งแรงทำงานตลอดเวลาไม่รู้จักหยุดพัก จนต้องขอร้องให้ช้าๆลงผกลัวของพัง ) เวลาพูดจะทำคอด่อกแด่กแบบหนังอินเดีย แมลงเป็นมาดาม คุ้มเป็นนายห้าง เหอๆ

น้อง ลักษมีมาถึงปุ๊บก็เจองานช้างเลย เพราะเราทิ้งบ้านไปห้าวัน ฝุ่นในหน้าหนาวนี้สาหัสนัก ใบไม้แห้งเกลื่อนรอบบ้าน ต้นไม้ออกอาการใบเหลืองกำลังจะกลั้นใจตายกันเป็นแถวๆ ไหนจะข้าวของที่เราหอบกลับมาจากโรงพยาบาลอีก น้องอัปสรากับแมลงต้องออนดิวตี้อยู่กับคุ้ม ที่ร่ำร้องจะออกจากบ้านไป Neustadt city center ทุกๆห้านาทีเพื่อไปเจอเพื่อนนักเรียน

ตั้งแต่ วันจันทร์ที่เราออกจากโรงพยาบาลจนถึงวันนี้ น้องลักษมีทำงานไม่หยุดมือ เหมือนกับที่น้องอัปสราและแมลงก็ไม่ได้หยุดมือเช่นกัน เราทำงานกันต่างหน้าที่ แต่จะกินข้าวเที่ยงและเย็นพร้อมกัน บางเวลาที่ต้านคุ้มไม่อยู่ ต้องร่วมมือกัน สามคนเอาคุ้มขึ้นลงจากเตียง มีการกำหนดจุดที่ยืนกันชัดเจน แบ่งหน้าที่ แมลงเป็นตัวยืนให้คุ้มโหนตัว เหมือนลิงโหนกิ่งไม้(เห็นภาพไหม) ลักษมีเป็นคนดันหลังคุ้มและกระโดดมาใส่วีลแชร์ ในขณะที่อัปสราช่วยเหวี่ยงก้นคุ้ม ให้หล่นลงตรงกับวีลแชร์พอดี
พอทำสำเร็จ ..คุ้มว่า ง่ายเนอะง่ายอะดิ ตัวเองไม่ต้องกระดิกตัว แต่เราสามคนหลังจะหักเอา..
พอทำได้ครั้งแรก ก็มีครั้งต่อๆมา




เราก็เลยให้ฉายาตัวเองว่า นางฟ้าชาลี
ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

พอมานั่งพิจารณาดูเรื่องตัวช่วยนี้ แมลงเห็นว่า เขามาตามเวลาที่เราต้องการ
นับ จากน้องไข่มุก มาเมื่อบ้านเรามีสภาพเหมือนหลังสงคราม เขามาเคลียร์บ้านให้เสร็จแล้วก็จากไป ผช.คนที่หนึ่ง มาเมื่อเราต้องออกไปกายภาพบำบัดสัปดาห์ละสามครั้ง เขามาทำความสะอาดบ้านคร่าวๆและทำอาหารกลางวันให้เรากินหลังจากกลับจากโรง พยาบาล ผช.คนที่สองมาเมื่อคุ้มต้องการคนยกขึ้นลงและอยู่แต่ในบ้าน มาทำตลกให้คุ้มดูเมื่อเปลี่ยนผ่านอารมณ์ปรี๊ดมาเป็นอารมณ์สับสน
และคน ที่สามน้องอัปสรามาดูแลร่างกายเมื่อคุ้มต้องอยู่ติดเตียง น้องลักษมีมาทำความสะอาดบ้านและสวนร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้แมลงได้มีสมาธิอยู่กับระยะวิกฤต

..โบราณเรียกฟ้าลิขิต แต่แมลงเรียก "มือที่มองไม่เห็น"
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้องอัปสรา เธอว่า เธอเคยปฏิเสธที่จะมา ทำให้เราได้ผช.คนที่สองมา
และ เมื่อคิดดูให้ดี การที่เธอปฏิเสธวันนั้นนับว่าดี เพราะถ้าเธอมาณ ขณะนั้น เธอจะไม่สามารถช่วยคุ้มได้ ในขณะที่ผช.คนที่สองที่ไม่อยุ่กับเราแล้วทำได้และมีคุณสมบัติเหมาะสม ในยามนั้น..

ถ้าไม่เรียก "มือที่มองไม่เห็น" จัดให้ แล้วจะเรียกว่าอะไรดี

26 พฤศจิกายน


http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=buginthegarden&month=09-2011&date=15&group=10&gblog=13

Create Date : 15 กันยายน 2554
Last Update : 2 ธันวาคม 2554 9:15:15 น.

Additional information