สถานการณ์สุขภาพ 25/3/58

จริงแล้วหมดเรื่องเล่าตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วครับ  ตอนนี้ผ่านวันที่ย่ำแย่มา 7-8 ปีแล้ว  ก็ยังเหมือนว่ามันเกิดขึ้นเมื่อวาน

แต่เนื่องจาก เพื่อนๆ สมาชิกหลายท่านเพิ่งเป็นเนื้องอกกันมาอ่าน  และจะมีคำถามทุกครั้งว่า  ตอนนี้อาการสุขภาพผมเป็นไงบ้าง   จึงอยากจะเล่าให้ฟังในวันนี้เลยครับ เนื่องจากทุกท่านที่เป็นสมาชิกเว็บนี้ จะมีคำถามในใจ จะขอตอบคำถามในใจท่านก่อนละกัน

- ไม่ทราบว่าตัวตน Admin มีจริงไหม
ตอบได้ว่ามีจริง เป็นคนปกติ เหมือนคนธรรมดาทั่วไป คุณเดินชนผมก็ไม่รู้หรอกว่าผมเป็น Admin อยู่ในเว็บ ThaiBrainTumor.com

- เคยป่วยจริงไหม
ตอบได้ว่าเคยป่วยจริงๆ  ถึงแม้หน้าตา  และบุคคลิก และทุกๆอย่าง จะเหมือนคนปกติทุกอย่าง

- เคยคิดว่าจะตายจริงๆไหม
ตอบเลยว่าวันแรกที่รู้เหมือนตายทั้งเป็น ช๊อคเหมือนทุกคน  อันนี้ไม่ต้องอธิบายมาก สำหรับคนที่ไม่เคยเจอ จะไม่เข้าใจ  แต่บรรทัดนี้คนที่กำลังเจอ หรือเจอมาแล้ว จะเข้าใจดี

- หายเมื่อไหร่
ตอบได้ว่า   วันที่หายไม่ใช่วันที่ผ่าตัดเสร็จ ไม่ใช่วันที่หมอบอกว่าผลการผ่าตัดดีไม่มีปัญหาอะไร  ไม่ใช่วันที่กลับไปพักฟื้นแล้วหน้าชา  ไม่ใช่วันที่กลับไปทำงานได้ เพราะเราทุกคนที่เจอ จะต้องมีอะไรสูญเสียไปบางอย่าง  และคุณกำลังคิดใช่ไหมว่าทำไมต้องเกิดกับเรา เราทำผิดอะไร ทำบาปอะไรเหรอที่ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายอย่างนี้  แล้วเราก็จะไม่เหมือนคนปกติ เราพิการ เราทำเหมือนคนปกติไม่ได้แล้ว เศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง เราต้องเจอกับโชคชะตาที่ยากลำบาก คงเป็นกรรม ฯลฯ ....... บรา บรา บรา ...... อ่านถึงบรรทัดนี้ กรุณาตอบตัวเอง ว่ากำลังคิดอย่างนี้หรือเปล่า

ถ้าตอบว่าใช่  อยากจะบอกว่า แม้การรักษาทุกอย่างจะประสบความสำเร็จ  แม้จะไม่มีเนื้องอก แม้จะผ่านมาแล้วและยังมีชีวิตอยู่  ก็จะ "ไม่หาย"  ไม่ใช่เพราะเนื้องอกนะ แต่เพราะตัวเราเอง บอกว่ามันไม่หาย จมอยู่กับความทุกข์  ไม่สามารถปล่อยวาง ยึดมั่นถือมั่นแต่อดีต  ไม่สามารถเดินไปในอนาคต

วันที่หายของผม คือ วันที่ตัดใจได้ และรับได้ว่า เนื้องอกบ้าเราจัดการมันไปแล้ว เราจะยังอยู่กับร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์นี้ไปตลอดช่วงเวลาในชีวิตที่เหลืออยู่ ช่วงชีวิตที่ตกต่ำ เลวร้าย ย่ำแย่ กับสิ่งที่เราเสียไปทั้งหมด เป็นเพียง "ธรรมดา" ของชีวิต และมันจะเป็นเพียงเรื่อง "ธรรมดา" ของเรา ที่ไม่ได้ธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ เค้า และรับรู้ว่ามันยังดีกว่าคนอื่นอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาส  ชีวิตตั้งแต่วันนี้ คือ กำไร  เราคนเก่าตายไปแล้วจริงๆ ที่เหลือ คือ เราคนปัจจุบัน ที่จะอยู่กับร่างกาย อยู่กับชีวิต ณ ปัจจุบัน และอนาคตเท่านั้น

สรุป วันที่ผมหายป่วย คือ วันที่เห็นด้านบวก ในด้านลบที่ย่ำแย่นั่นเอง มีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ และเห็นเรื่องที่ผ่านมาเป็นเพียงเรื่อง "ธรรมดา"  ทิ้งทุกอย่างไว้ในอดีตและอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น

- อ่านแล้วก็ งง  เรื่องมันเลวร้ายมาก จะไปมีความสุขได้ยังไง  แล้วจะทำไง
บทความ ประสบการณ์ตรงจาก Admin เป็นสิ่งที่ผมเขียน ในวันที่ผมตัดสินใจได้ว่า มันเป็นธรรมดาของผม  ผมจะอยู่กับมันอย่างสันติ  มันเป็นวันที่ ผู้ชายธรรมดามากคนนึง เขียนเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเค้า  เป็นวันที่เค้าเริ่มเรียบเรียงเหตุการณ์  เป็นวันที่เค้าเริ่มเรียบเรียงความคิด  เค้าเป็นคนธรรมดา  เค้าไม่ใช่นักเขียน เค้าไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกที่ยากจะบรรยายนี้ออกมาได้ยังไง แต่ก็เขียน เหมือนพูดกับตัวเอง  แยกออกมาเป็นอีกคน (อันนี้เพิ่งคิดคำอธิบายวิธีคิดได้ ว่ามันคือ การแยกความคิดของเราเองออก เหมือนเป็นอีกคนที่กำลังยืนดูตัวเราอีกคน) ที่กำลังมองชีวิตบัดซบของตัวเอง แล้วก็ถามตัวเอง  และตอบตัวเอง ตัดสินใจให้ได้ว่าจะยังอยู่กับความบัดซบ หรือจบมันแล้วเดินหน้าอย่างผู้ชนะ  แล้วบอกกับตัวเองให้ได้ว่าจะให้พรุ่งนี้เป็นอย่างไร  เข้าใจตัวเองให้ได้  ชี้นำทางให้ตัวเอง หาทางออก ทั้งหมดอาจจะดูสับสน แต่มันเป็นวิธีที่ผมทำจริงๆ  ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดนะครับ  แต่ถ้าใครจะเอาไปใช้ก็ไม่สงวนนะ

 

สถานการณ์ล่าสุด

1. เนื้องอกหายขาดมาตั้งแต่หลังผ่าตัดแล้ว  แต่หลังจาก Confirm ด้วยการทำ MRI ติดตามผลตลอด จนเมื่อหลังผ่าตัดไป 5 ปี  (เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว)  คุณหมอยืนยันว่าหายขาดจริงๆ หมดเกลี้ยงทุกอย่าง

2. หูซ้ายดับ ตั้งแต่วันที่ผ่า อันนี้ก็ดับ โดยตลอดสม่ำเสมอ ^0^

3. สมองใช้ได้ปกติไหม  อันนี้ไม่แน่ใจ เพราะเดิมก่อนผ่าทำงานเยอะ ปวดหัวบ่อย  แต่พอหลังผ่า ไม่ปวดจากเนื้องอกแล้ว  เรียนจนจบปริญญาตรี 1 ใบ รวม 3 ใบพอดี พอหายดีก็สถาการณ์บังคับให้จำเป็นต้องออกมาเปิดบริษัทเอง และเรียนปริญญาโทเพิ่มอีกใบ ทำงานหลายอย่างทั้งคอม เครื่องประดับ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งเว็บนี้ ที่ต้องพยายามหาเวลาทำ เพราะต้องทำมาหากินเลี้ยงปากท้องตัวเอง และลูกน้องอีกหลายคน (อันนี้ชีวิตจริงช่างรันทดครับ เหมือนทุกๆคนแหละครับ  ชีวิตธรรมดาหาเช้ากินค่ำ)

4. สุขภาพปกติไหม  จริงก็ปกติทำได้ทุกอย่างนะครับ  เหมือนคนปกติทั่วไป  แต่ที่มีมากกว่าคนปกติ คิดว่า คือ ความอดทน  ความมานะพยายาม  อันนี้ชัดเจน รับรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีมากกว่าตอนก่อนผ่าเป็น 10 เท่า  ประมาณว่าอึด ถึก อ่ะครับ

5. ความเชื่อที่ได้ยินเค้าเล่ามาทั้งหลาย หลายอย่างพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ว ว่า ผิด โดยเฉพาะละคร  เป็นอะไรที่คลาสิคมาก ที่ผ่าตัดสมองแล้วพระเอกจะจำนางเอกไม่ได้  อันนั้นเค้าผูกเรื่องให้สนุกเฉยๆ  อยากฟังจากประสบการณ์ตรง ส่ง e-mail ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  เพสบุ๊ก www.facebook.com/ThaiBrainTumor

6. สำหรับหน้าที่ผม  ที่ผมทำมา 7-8 ปี  ผมทำหน้าที่ Messenger และ Navigator สำหรับท่านที่ป่วยด้วยเนื้องอกในสมองนะครับ  ผมจะให้ข้อมูลตามที่ผมได้รับมา  และส่งต่อให้ท่าน เหมือน Messenger  สิ่งที่จะบอกเพิ่มเติม คือ แนววิธีคิด  วิธีตัดสินใจ  ทางเลือก  และนำทาง เหมือน Navigator ส่วนท่านเอง ต้องตัดสินใจเลือกด้วยตัวท่านเองครับ  เดินไปหาแหล่ง  หรือหาข้อมูลที่ถูกต้อง  แล้วตัดสินใจจากข้อมูลที่ถูกต้องที่ท่านได้มาครับ  เพราะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก จนไม่สามารถที่จะให้ใครมาตัดสินใจแทนได้ครับ  และย้ำทุกครั้งว่า  ไม่มีอะไรที่เรียกว่าตัดสินใจถูกและดีทั้งหมด  หรือ ผิดและเสียทั้งหมด  ทุกการตัดสินใจ มี 2 ด้านเสมอครับ  ท่านต้องเลือกเอง  ว่าอันไหนควรเสี่ยง  อันไหนคุ้มค่ากับท่านที่สุดครับ  เพราะเบื้องลึก Navigator  ไม่สามารถรู้ได้ว่าข้อจำกัดท่านมีมากน้อยแค่ไหน  หรือท่านอยากได้อะไร  ผมบอกได้แค่ว่าทางเลือกมีอะไร  ที่เหลือ คือ  การตัดสินใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของท่านเองครับ

Additional information