อาการหลังผ่าตัด (“เนื้องอกเส้นประสาทหู” ) จาก Admin

ปัญหาของผมที่หมอเคยแจ้งแล้ว  คือ ความเสี่ยงเรื่องตาซ้าย ที่อาจจะปิดไม่สนิทหลังผ่า  ผมก็เจอจริงๆ  ซึ่งในช่วงที่นอนโรงพยาบาล ก็ใช้เทปปิดเวลาหลับ เพื่อให้ปิดตาไม่ให้แห้ง  และต้องใช้น้ำตาเทียมหยอดตาตลอด  หลังจากกลับหมอมาตรวจและดูเปลือกตาด้านซ้ายที่ปิดไม่สนิท โดยปิดได้ประมาณ 60% ตอนหลับตา ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเลยในทันที หมอแจ้งว่าควรจะต้องรักษาเลย โดยหมอจะช่วยฝังทองเข้าตรงเปลือกตาซ้าย  อีกอาการของตา  คือ การมอง  ที่เห็นเป็นฝ้า มองไม่ชัด ซึ่งช่วงแรกตาซ้ายมองไม่ชัดเลย ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็มีบางครั้งที่มองไม่ชัด มองที่สว่างมากๆ ไม่ค่อยได้ นั่งรถแล้วมองข้างทาง ไม่ค่อยได้จะรู้สึกตื้อๆ ในหัว  ซึ่งผมเองคิดว่าน่าจะจากเส้นประสาทที่ยังไม่ฟื้น  ซึ่งตอนหลังก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ  ส่วนอาการอื่นๆ ที่เจออยู่ในช่วงพักฟื้นเช่น

อาการเดินเซ ก็ต้องพยายามหัดเดินไปเรื่อยๆ ออกกำลังกายเล็กน้อย ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว เกือบจะหายแล้ว แต่ยังไม่ปกติ

อาการหน้าเบี้ยว กล้ามเนื้อหน้าซีกซ้ายไม่ขยับ กล้ามเนื้อที่หน้าด้านซ้ายยังไม่มีการตอบสนองต่อการสั่งงานของสมองผมประมาณว่า  ยิ้มก็ยิ้มแต่ด้านขวา ด้านซ้ายนิ่งเฉย หน้าเบี้ยว    สรุปว่าช่วงนั้น เส้นประสาทยังไม่ต่อกันดี  มีอาการชาหน้าด้านซ้ายตอนผ่าเสร็จใหม่ๆ ทำให้หน้าด้านซ้ายไม่รู้สึกเลย  ลิ้นด้านซ้ายก็ไม่ทำงานไม่รู้รส  อาหารที่เคี้ยวอยู่  ถ้าตกไปอยู่ในปากด้านซ้ายจะรู้สึกเหมือนมันหายไป ไม่มีอะไรในปาก ดื่มน้ำจากแก้วไม่ได้จะหกออกด้านซ้ายหมด อ้าปากได้เฉพาะด้านขวาส่วนด้านซ้ายอ้าไม่ได้แต่ปากเปิดตามด้านขวา ทำให้กินข้าวลำบาก มุมปากด้านซ้ายตกเหมือนหน้าบึ่งตลอดเวลา เวลายิ้มหรือพูด ปากเบี้ยว บ้วนน้ำไม่ได้ ยักคิ้วไม่ได้ หน้าด้านซ้ายจะนิ่งไปเลย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว อาการชาค่อยๆ หายไป และดีขึ้นเรื่อยๆ   หลังผ่าตัดสามเดือนได้ไปทำงานแล้ว (จริงแล้วทำได้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้น  แต่ไม่กล้า  กลัวว่าถ้าพลาดไปจะลำบากเลยรอเวลา  แต่ถ้าผมเองทำตั้งแต่เดือนที่สองคงไม่เป็นไรหรอก แต่งานเบาๆ หน่อย)  ตอนสัปดาห์แรกที่เริ่มทำงานรู้สึกว่า  พอตกบ่ายจะเริ่มรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย  ตึงๆ  ประมาณเมื่อย  เมื่อยสมองน่ะ  ไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะคงไม่มีใครรู้สึกเมื่อยสมองอย่างผม  ตอนแรกคิดว่าจากคิดมากไป  หรือเจออากาศร้อนไป  แต่พอลองสังเกตดู ถ้าปิดตาซ้ายที่หลับตาไม่ค่อยสนิท  จะรู้สึกดีขึ้น  คิดไปคิดมาดู  เลยสรุปเอาเองว่า ไม่น่าจะเกิดจากการคิด  หรืออากาศร้อน  แต่เป็นเพราะเหมือนกับว่าเราเห็นทุกอย่างจะสว่างไปหมด (ประมาณว่าห้องธรรมดาที่เปิดไฟ ก็สว่างเกินไป) พออยู่ในที่สว่างมากเป็นเวลานานก็เลยทำให้ปวดหัว   ซึ่งจริงแล้วสิ่งแวดล้อมเราทุกอย่างปรกติ   คือ แสงปรกติเหมือนเดิม  แต่ที่ไม่ปรกติ คือเราเองที่เห็นทุกอย่างสว่างไป     (ลองสังเกตดูว่าใช่ไหม  ถ้าใช่ให้ลองทำตามผมดูครับ) 
1. หยอดน้ำเทียม  คุณหมอให้หยอดตั้งแต่หลังผ่าตัด  หยอดมา 3-4 เดือน 
2. ใส่แว่นตากันแดดครับ  ช่วยกรองแสง  (ผมคิดเอาเองนะครับว่า ช่วยลดให้เส้นประสาทในหัวเราไม่หักโหมไปน่ะครับ)  และกันลม  กันฝุ่น ได้ครับ 
• ช่วงเดือนที่ 3-7 หลังจากสังเกตว่าช่วงบ่ายๆ ที่ทำงานจะปวดหัว ตื้อๆ ผมใส่แว่นดำ กรองแสง 80% ครับ (ใส่แล้วทำงานได้ทั้งวัน  ไม่ปวดหัวครับ  ปรกติดี) 
• ช่วงเดือนที่ 8-9 เปลี่ยนเลนส์เป็น 20% ครับ  (สังเกตว่า เลนส์แว่นที่ใส่อยู่ มันมืดไป  อยากถอดแว่นทำงาน)
• เดือนที่ 10 ที่ผ่านมาเปลี่ยนเลนส์ใสครับ (สังเกตว่าอยากถอดแว่นทำงานมากกว่า)  แต่มีแว่นก็ดี  กันลม  กันฝุ่น  แต่เสียอย่างเดียว  ดูมีอายุไปนิด
3. บริหารกล้ามเนื้อหน้า บ่อยๆ ครับ  เช่น ทำหน้าบู้บี้ครับ  ร้องเพลง (แนะนำว่าต้องทำคนเดียวกับทั้งสองอย่าง  เพราะร้องเพลงก็ไม่เพราะ ออกเสียงก็ผิดปกติ)   พูดบ่อยๆ  ยิ้ม  หัวเราะเต็มที่ครับ  เพราะเดิมคิดว่าหน้าผมน่าเกลียดกว่าเดิมและเครียดกับมันและ ไม่ค่อยพูด ไม่ยิ้ม  ไม่หัวเรา  ไม่ค่อยแสดงอารมณ์  แบบว่านิ่งตลอด  ซึ่งทำให้กลับกล้ามเนื้อหน้ากลับมาช้าไปหน่อย  แต่พอพูดมากขึ้น  หัวเราะ  ยิ้มมากขึ้น  ก็รู้สึกว่าดีขึ้นครับ
หูด้านซ้ายไม่ได้ยินไปแล้ว  ตามที่หมอเคยบอกไว้ว่าอาจจะเป็นไปได้  ซึ่งแอบคิดว่ามันจะกลับมา  แต่รอมาตั้งนานไม่กลับมาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะด้านขวาก็ยังได้ยิน ดีซะอีก ใครบ่นมากๆ ขี้เกียจฟังก็หันด้านซ้ายให้จะได้ไม่ต้องได้ยิน


*** ปล. อาการของผมเป็นอาการที่หมอแจ้งแล้ว ทำใจได้แล้ว และคงเอาไปเปรียบเทียบกับ กรณีอื่น ไม่ได้ เพราะถ้ารักษากันคนละอย่าง เป็นกันคนละตำแหน่ง ก็จะมีอาการที่ไม่เหมือนกัน กรุณาถามหมอที่ผ่าตัด หรือที่รักษา จึงจะรู้ว่าน่าจะมีอาการใดบ้าง

Additional information