การตัดสินใจครั้งใหญ่ - Ann

ตัดสินใจครั้งใหญ่ จากคุณ Ann

ตัดสินใจ เกี่ยวกับคีโม ตรงนี้หลายๆคนอาจไม่เห็นด้วยค่ะ เพราะหลังจากลังเลกันมานาน ก็ตัดสินใจจะไม่ทำคีโม เพราะเวลาทำคีโมนั้น จะต้องโดนกักตัวในโรงพยาบาล แล้วอาการของน้องคือ หลังทำคีโมแล้ว จะต้องทำไปเรื่อยๆจนถึงวาระสุดท้ายเลย พอลองนึกสภาพว่า แม้ช่วงเวลาสุดท้าย ยังต้องอยู่แต่ในโรงพยาบาล ห้องสีขาวๆ กลิ่นยา ยืดชีวิตให้อยู่ในห้องขาวๆ และทรมานกับสภาพร่างกายตัวเอง หรือให้ได้สูดอากาศธรรมชาติ อยู่บ้านที่คุ้นเคยให้สบายใจ ก็ลองถามน้อง น้องก็ตัดสินใจเหมือนกัน เลยปฏิเสธการทำคีโมไปในที่สุด

กลับบ้าน หลังผ่าตัดครั้งที่สอง นอกจากน้องจะเดินไม่ได้ และเวียนหัวตลอดแล้ว ก็ไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะได้ด้วย ก็ต้องใส่ท่อค่ะ ซึ่งทรมานมาก (เจ้าตัวโวยมา) กลับบ้านก็ต้องลากสายท่อที่สอดไว้มาด้วย กลับบ้านประมาณเดือน พฤษภา-มิถุนา ค่ะ ซึ่งก็มีกินยา สมุนไพร และ ยาที่สกัดจากเกสรดอกไม้ ช่วยทั้งเรื่องกระปัสสาวะ และยังกินยากันชักอยู่ พูดง่ายๆว่า มียาอะไร ก็ใช้หมดเลย ตัวน้องจะค่อนข้างหงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย ไม่พอใจกับอะไรเลย กระวนกระวาย ไม่มีสมาธิ และที่สำคัญคือ สายตาค่ะ ตั้งแต่ก่อนผ่าครั้งแรก จนถึงทุกวันนี้ น้องมีจุดบอดในการมองค่ะ คือไม่สามารถมองสิ่งต่างๆได้เหมือนที่เราๆเห็นกัน จะมองภาพบิดเบือนหรือมีจุดบอดที่มองไม่เห็น และสิ่งที่ทำให้น้องกังวล ก็คือน้ำหนัก น้ำหนักตัวลดลงฮวบฮาบอย่างน่ากลัว ช่วงนั้นแย่มากๆค่ะ แต่ผ่านไปสองเดือน ก็ตัดสินใจเอาสายปัสสาวะออก สองสามวันแรกมีปัญหานิดหน่อย แต่หลังจากนั้น ก็ปัสสาวะได้ปกติ

ฟื้นตัว ประมาณปลายปี 2010 คงประมาณเดือนสิงหาคม น้องก็มีอารมณ์ดีขึ้น ใส่ใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น ดูจะแจ่มใสขึ้น และไม่ทันรู้ตัว อาการของน้องก็คงที่มาจนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้เดือน มีนาคม ปี 2011 ครึ่งปีที่ผ่านมา น้องกินได้ นอนได้ ถ่ายได้ เดินได้ (เซๆ เนื่องจากสมองน้อยโดนผ่าออก) พูดได้ มุมมองเปลี่ยนไป และ น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าสิบกิโลค่ะ

คำว่า มะเร็งระยะสุดท้าย นั้น เข้าใจว่า เรียกอย่างนั้นเพราะมะเร็งได้ลามไปถึงส่วนอื่นในร่างกายแล้ว แต่ เนื่องจากได้คำแนะนำจาก เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนในบอร์ดนี้ ว่า กำลังใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด คงเพราะกำลังใจ ทั้งจากคนอื่นและตัวน้องเอง เลยทำให้น้องยังสู้มาถึงทุกวันนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนค่ะ วันนี้ เวลานี้ เราวางใจได้ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ที่สาธยายมายืดยาว เพียงอยากบอกว่า ขอให้มีกำลังใจนะคะ เข้าใจในความรู้สึกของหลายๆคนค่ะ แต่น้องชาย ที่เล่ามาให้ฟังยืดยาว เพิ่งจะอายุ 15 ปีเองค่ะ เขาสู้ เราก็สู้ อยากเป็นตัวแทนน้องชาย ให้กำลังใจกับทุกๆคน ทั้งที่นี่ และอีกหลายๆคนที่ประสบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน ขอให้มีกำลังใจต่อไปนะคะ อย่าหมดหวังค่ะ

ขอบคุณที่อ่านมายาวขนาดนี้ และขอขอบคุณทุกท่านที่นี่อย่างยิ่ง ที่เป็นกำลังใจให้ครอบครัวนี้ได้้มาถึงจุดนี้ ขอบคุณค่ะ

Additional information