ชีวิตเป็นอย่างนี้เอง

เวลาเป็นของมีค่า..ชีวิตเป็นอย่างนี้เอง

ตอนกลางคืน อาบน้ำตัดผมเอง เพราะพิจารณาสถานการณ์ เราไม่มีโอกาสตัดผมแน่นอน..อืออ
วัน ที่ 8 มกราคม ตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง เตรียมอาหาร และให้ยาก่อนอาหารคุ้มตอนตีห้า พอตีห้าครึ่งลุกมากินอาหารเช้า กินยาหลังอาหาร แปรงฟัน อึ แต่งตัว ไม่ยอมแม้กระทั่งเช็ดตัว บอกเหนื่อย ..แมลงออกกำ ลัง กับพี่น้อยคนขับรถตัวเล็ก ทุลักทุเลพาคุ้มขึ้นรถจากหัวหินไปโรงพยาบาล
เราย้ายตัวเองเข้ามาอยู่ใน อมารีเรสิเด้นท์ใกล้ๆโรงพยาบาลก.หลังจากพบหมอทีี่จะรักษาด้วยการฉายรังสี ..คุณหมอป. และคุณหมอส.ที่จะรักษาเราด้วยคีโม(หมอคนนี้เขาดูแลเราที่โรงพยาบาลธ.ด้วย) ทำ Soft mask (หน้ากากอ่อนเวลาแช่น้ำ พอเอาประกบที่หน้าและหลัง พอแห้งจะแข็ง ทำ ให้ขยับไม่ได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการฉายแสงไปถูกบริเวณเซลดี CT,MR เสร็จราวๆสี่โมงเย็น คุ้มเหนื่อยสุดๆเลยวันนี้

โชคดีที่่เราได้ที่พักอย่างดี เขามีบริการรถรับส่งที่โรงพยาบาลหรือเรียกรถพยาบาลได้ไม่ยาก ทำ ให้สบายใจได้ระดับหนึ่ง ไม่หม่นหมอง แต่ร่างกายเหนื่อยหนักหนา ก็ต้องพักนอน กินอาหารและน้ำ มากๆ วันนึงคุ้มต้องกินให้ได้สองลิตร และฉี่หนึ่งจุดห้าลิตร แมลงก็เลยกลายเป็นผู้ปกครองคุ้มไปโดยปริยาย เพราะต้องกำกับอาหาร น้ำและยา ความสะอาดของร่างกายให้เป็นไปตามโปรแกรม



วัน ที่ 9 มกราคม ตื่นเช้ากันเป็นปกติ กินอาหารได้น้อยลง และงอแงไม่ยอมดื่มน้ำ เพราะมีปัญหาเรื่องการฉี่กับกระบอกฉี่ จะดื่มน้ำ กินข้าวต้องอ้อนวอนกัน อ่อนเพลียและมีแต่อยากนอน
ตอนสายๆ น้องแม็กลูกชายคุณกระแต ไปรับลูกชาย และลูกสาวคุ้มมาจากสุวรรณภูมิ พวกเขาดึงดันจะมาให้ได้ คุ้มไม่อยากให้ลูกเห็นว่าตัวเองป่วย อ่อนแอ แมลงว่า ฉันไม่มีลูก แต่ฉันพูดในฐานะที่ฉันเป็นลูก ถ้าแม่ป่วยฉันจะต้องอยากอยู่ข้างๆ คอยปรนนิบัติแม่ให้สุขสบาย
กำ ชับคนไปรับว่าให้บอกว่าห้ามไม่ให้มาร้องไห้กัน ถ้าคนปกติร้องไห้ คนป่วยมิแย่หรือ เราคนปกติจะต้องเป็นขุมพลังให้เขา ปรากฏว่าเชื่อฟังกันดี นอนออเล่นกันบนเตียงคุยหัวเราะกันสนุก ..เหมือนสมัยก่อนที่พวกอดัมส์แฟมิลีของแมลงออกันในห้องนอนแม่มดเอ็กซ์ พี่หญิงใหญ่ แก่นและเอ๋ มาอ่านคงจะเข้าใจซาบซึ้งกว่าใครเพื่อน ว่ายามดี แบกหินใส่เป้ ขัดแย้งไม่ลงรอย ไม่รู้ว่าเวลาของแต่ละคนจำ กัด ไม่ควรมาตั้งแง่ใส่กัน ให้ทำ ดีต่อกันเต็มที่ไว้ทุกนาที เราไม่รู้ว่าเวลาหมดเมื่อไหร่ ใครไปก่อนก็จะได้ไม่ต้องเสียใจ มานั่งร้องห่มร้องไห้กัน

ตอนบ่ายได้แว่บไปเอ็มโพเรียมเพราะลูกเฝ้า ให้ ซื้อเอนชัวร์มาชงให้ดื่ม พี่สุนทรีว่าช่วยไม่ให้ขาดสารอาหารได้ ซื้อซุปกับขนมปังมาไว้กินตอนเช้าด้วย
ตอนเย็นวันนี้กินอาหารเย็นได้มาก ขึ้น แต่ตอนกลางคืนนอนไม่หลับตื่นมาฉี่แทบทั้งคืน แมลงก็ตื่นด้วยกัน เพราะต้องช่วย ไม่งั้นเลอะและก็จะแฉะ นอนไม่ได้



วัน ที่ 10 มกราคม ตื่นเช้ากันเช่นเคย แต่แมลงพยายามยืดมื้อเช้าให้สายออกอีก เพื่อให้คุ้มกินได้มากขึ้น ขับถ่ายเป็นปกติ แต่แขนซ้ายเริ่มไม่มีแรง ออกแนวสั่นๆ
การเคลื่อนย้ายตัวเอง นั่งรถเข็นหรือไปเข้าห้องน้ำ ต้องกำหนดจังหวะและทำไปพร้อมๆกัน โดยแมลงจะบอกซ้ายขวา เดินหนึ่งก้าว ยืนนิ่งๆ ไม่งั้นเขาจะมั่วเอง โดยที่แมลงไม่รู้ทิศทาง ก็จะพากันล้ม คุ้มอายและเกรงใจ ก็เลยบอกว่า คนไทยเขาสอนให้ภรรยาปฏิบัติกับสามีเหมือนทำให้กับพ่อแม่

เวลานี้ เป็นเวลาที่มีค่ายิ่งสำหรับแมลง เพราะเป็นเวลาที่ได้ทำหน้าที่เต็มร้อยให้กับคุ้ม ทั้งเช็ดตัว อาบน้ำ จัดการเรื่องการขับถ่ายเคลื่อนย้ายร่างกาย จัดยา (เยอะมาก ตอนนี้สิบสองช่องแล้ว) รวมถึงการทำ หน้าที่ส่งสารไปยังคนรอบข้างเช่น หุ้นส่วน ลูกน้อง เพื่อนคนไทย บางคนตั้งแง่กัน แมลงก็ต้องทำหน้าที่เป็นราชทูต ทั้งๆที่หลีกเลี่ยงมาตลอดเพราะไม่ต้องการไปก้าวล่วงในการทำงานของคุ้ม..

คุ้ม บอกว่า พวกนี้เหมือน Monkeys sitting on my shoulder ก็ใช่ล่ะสิ เป็นต้นไม้ใหญ่ เก่งกล้าไปทุกอย่าง อากาศแจ่มใส ใครๆ ก็ว่า ไม่เป็นไร ยังไงๆ ก็อาศัยร่มเงาต้นไม้ใหญ่ แต่ตอนนี้ พายุจัด ต้นไม้ใหญ่จะหักโค่นเมื่อไร ก็ไม่รู้ได้ เพิ่งจะตื่นตัวเพราะลืมคำพระพุทธเจ้าสอน ให้ถึงพร้อมซึ่งความตายโดยไม่ประมาท

โชคดี ที่หมอฟันเขาเปิดคิวให้แมลงเย็นนี้ จะได้ไปเช็คตามกำหนด หลังจากเลื่อนแล้วเลื่อนอีก และถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้ทำ หกโมงสิบห้า สั่งอาหารเย็นมาให้เขากินกัน แล้วก็ออกไปทำฟันที่หน้าปากซอย ..เห็นไหม กองเชียร์ไม่ต้องห่วงแมลงดูแลตัวเองอย่างดี ยิ่งตอนนี้ยิ่งต้องดูแลมากขึ้น เพราะคุ้มต้องการแรงจากเราทั้งกายและใจ กลางวัน คุ้มหลับเมื่อไหร่ แมลงก็จะโยคะ ..ซึ่งสะดวกมากๆ เพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์

แต่บางทีก็ ลืมเหมือนกัน เพราะเห็นคุ้มอ่อนแอแล้วสงสาร ต้องนึกถึงเสียงพี่ไววิทย์ ที่พูดก่อนวันออกมาจากหัวหินว่า "ให้คิดแต่ปัจจุบัน อย่าไปคิดถึงวันข้างหน้า มันยังมาไม่ถึง" เตือนตัวเองตลอดเวลา



วัน ที่ 11 มกราคม เป็นวันแรกของการรักษา การขนย้ายเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะรถของอมารี เอาขาพาดเหมือนรถบ้านเราย้ายคุ้มมาไม่ได้ Phillipก็เลยเป็นพลเข็นไปตามถนน หลังจากฉายแสงก็รอรถพยาบาลที่ขนเปลได้มาส่งเป็นชั่วโมง คุ้มเหนื่อยจนงอมเห็นได้ชัด อีกทั้งไม่ได้กินมื้อกลางวัน เพราะเจ้าหน้าที่ประสานงานกันผิดพลาด ต้องกินยาคีโมก่อนฉายแสงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เขาไม่ได้จัดยาให้ทั้งๆที่แมลงแจ้งไปก่อนหน้าแล้วว่า คุณหมอส.จะให้คีโมไปพร้อมกัน เป็นอันว่าแกร่วกันอยู่ในโรงพยาบาลนานมากกว่าที่ควร ราวๆ เกือบสี่ชั่วโมง เราจึงวางแผนกันใหม่ว่าถ้าเด็กๆกลับกันหมดแล้วจะย้ายไปนอนในโรงพยาบาลจะดี กว่า ในทุกๆด้าน

การฉายแสงเสร็จเร็วกว่ากำหนด น้องๆเจ้าหน้าที่ว่าคุ้มร่วมมือดี บอกอยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน คุ้มคุยจ้อ ว่าเห็นแสงแปลบไปมา ร้อนข้างใน(เหมือนที่พี่พีเล่าเรื่องแม่) อยากอาเจียน (ผลจากคีโม) วันนี้เป็นวันแรก ไม่เท่าไหร่ ราวๆห้าโมงกว่า ก็หาย หกโมงกินน้ำผลไม้ได้สองกล่อง กินข้าวต้มมังสะไปได้สามคำ ตื่นทุกๆสองชั่วโมง เพื่อฉี่(ทั้งๆที่ไม่ได้กินน้ำเลยทั้งคืน) ตอนรอหมอ มีคุณป้าคนนึงนั่งอยู่ เขาฉายแสงครบยี่สิบห้าครั้ง บอกว่าให้กินเล่งเอี้ยงกับสมุนไพรฤทธิเย็นและสอนทำสมาธิให้คุ้มด้วยเพื่อจะ ได้ผ่านพ้นการรักษาไปได้

ช่วงเวลานี้ แมลงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเด็กสองคนนี้ ทั้งสองคนให้ความร่วมมือและเป็นทีมเวิร์คที่ดีมาก ..แมลงคิดว่าคนอื่นๆ น่าจะดูเป็นตัวอย่างว่าไม่ควรรอให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วค่อยเปลี่ยนวิธี คิด เพราะเวลาที่ดีต่อกันมันอาจจะเหลือน้อยเกินไป พวกเขาต้องกลับไปสู้โลกกันต่อที่เยอรมันและเมืองจีน คาดว่าเขาจะผลัดกันมาเป็นกองเชียร์อีก ในเดือนกุมภาและเมษายน..



12 มกราคม


เล่าเรื่องลูกสาวลูกชายกับโอกาสที่ดีของการเกิดมาชีวิต..

แมลง ไม่มีความทุกข์ใจสำ หรับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะได้ฝึกจิตใจให้เข้าใจเรื่องชีวิตว่าเป็นธรรมดา แต่จะมีบ้างสำหรับเรื่องทางกาย ในหกเจ็ดวันที่อยู่ที่โรงแรม ได้นอนน้อย เพราะต้องตื่นกับคุ้มทุกครั้งที่เขาฉี่และอึ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องใหญ่เปียกแฉะบนที่นอน ทำให้วันสุดท้ายก่อนจะออกจากอมารีมาเข้าพักที่โรงพยาบาล ก็เลยไวรัสโจมตี เจ็บคอและไอบาดลึก แต่ไม่มีไข้ ก็เลยใช้โอกาสนี้ จัดการคุ้มที่ไว้ตัวไม่เคยยอมให้ใครแตะต้องต้องใช้บริการของพยาบาลทั้งป้อน ยา และทำความสะอาดร่างกาย ..

แมลงบอกว่า ..บ่าวของฉันป่วย นายก็เลยต้องยอมที่จะฉีดยา(ทั้งๆที่ปลีกเลี่ยงตลอด กินยาแอนตีไบโอติก เพราะต้องการให้บ่าวหายป่วยเร็วๆ จะได้มาช่วยนายดูแลเธอที่ป่วยมากกว่า) แล้วทำ ไมไม่เข้าใจ ไม่ยอมให้นางพยาบาล แค่สองวันเอง ฉันหายป่วย ฉันจะมาทำให้เธออีกได้ ที่สำ คัญ เรายังไม่รู้ว่าหลังจากการรักษาในโรงพยาบาลอีกห้าสัปดาห์นี้ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ฉันต้องเก็บแรงเอาไว้ให้เธอ และที่เราย้ายเข้ามาในโรงพยาบาลเพราะสาเหตุนี้

นับเป็นโชค ที่คุ้มเขาเป็นคนมีเหตุผล ฟัง คิดตาม และยอมรับการเปลี่ยนแปลง ทำให้มีความร่วมมือที่ดีในการจัดการชีวิตของเรา ณ ขณะนี้ การต้องปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างของคุ้มเป็นเรื่องท้าทายความสามารถเป็นอย่าง ยิ่ง ..

ช่วยกันปะเหลาะให้ดื่มน้ำมากๆ ตอนนี้คุ้มเหมือนเด็กๆ ต้องล่อหลอกกัน

ผู้ใหญ่ สองคนนี้เคยเป็นเด็กที่เกิดมาในระหว่างที่พ่อกำลังผจญภัยครั้งใหญ่ในเมือง ไทย มาทำงานที่ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร งานนั้นเหมือนลูกอีกหนึ่งคนที่ไม่รู้ว่าจะรอดชีิวิตหรือพิการ ต้องทุ่มใจและกายไปเต็มที่ ประกอบกับการเป็นคนสมบูรณ์แบบ ทำให้ไม่สามารถแยกอารมณ์งานกับครอบครัวได้ เด็กๆเกิดมาท่ามกลางความสับสน บางวันพ่อคุ้มดี บางวันพ่อคุ้มร้าย แม่ก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้ เพราะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับชีวิตแบบนี้ ท้ายสุดก็แยกทางกันเดิน ไปมีชีิวิตแบบที่ตัวเองต้องการ

จะอย่างไรก็ตาม พ่อเป็นฮีโร่และเป็นต้นแบบในการดำเนินชีิวิต เขาทั้งสองรู้จักการช่วยเหลือตัวเอง ทำงานเพื่อชีวิตของตัวเอง มีบุคลิกพิเศษที่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนอยากเข้าใกล้ จะเห็นได้จากเพื่อนสนิทของคุ้มทุกคนจะหลีกเลี่ยง ..มีคนพูดกับแมลงว่า ..เด็กสองคนนี้อยากเป็นอย่างคุ้ม แต่เขาไม่ใช่คุ้ม..ฟังดูลึกซึ้งมาก
ลูกเป็นผลกรรมของพ่อและแม่..

วัน เสาร์ที่ 15 มกราคม ก่อนที่เขาจะกลับบ้าน เรากินอาหารเช้าด้วยกัน ตอนหกโมงครึ่ง เขาสองคนเอาขนมหวานรวมมิตรน้ำแข็งออกมากินกับผลไม้ ในขณะที่คุ้มกับแมลงกินอาหารอ่อนอย่างข้าวต้มและขนมปัง
แมลง.. คนไทยจะไม่กินน้ำแข็งในมื้อเช้า อาหารที่จะกินมีเวลา อย่างส้มตำและน้ำแข็งไสนี่เป็นอาหารส สำหรับมื้อเที่ยง
Phillip.. อย่างเขานี่กินสเต็กตอนเช้าเป็นธรรมดา
Rike.. ฉันกินพิซซ่าออกจากตู้เย็นที่เหลือจากเมื่อวานแทบทุกวัน อร่อยดี
แมลง..รู้ไหมว่าทำไมเขาถึงเรียก Breakfast
Rike และPhillip ..ไม่รู้ดิิิ ทำ มายอ่าาา..
แมลง..มัน มาจากBreak overnight fast หมายความว่า เราเริ่มให้กระเพาะอาหารทำ งานอย่างรวดเร็วหลังจากพักทั้งคืน ..ถ้าเราให้อาหารที่ย่อยง่าย ก็เท่ากับเราไม่โหดร้ายต่อกระเพาะของเราเกินไป กินเนื้อก็ได้ แต่มันย่อยยาก ถ้ากระเพาะถูกใช้งานแบบนี้ตั้งแต่เล็กจนแก่ เขาก็เสื่อมเร็วกว่าการถูกใช้อย่างทะนุถนอม


เป็น ภาพที่งดงามสำหรับแมลง Phillipp ตัดผมอย่างบรรจงมากๆ เพราะทำกับบริเวณฉายแสงที่เซ้นซิทีฟมาก Rike ถือสายไฟ แมลงถือถังเก็บผม พอตัดเสร็จสาวๆก็ช่วยกันสระผมให้ด้วยสบู่อ่อน


ดูสีหน้าสิ ตั้งใจมากๆ เบามือที่สุดด้วย ดีจริงที่ได้มีโอกาสอย่างนี้
....
เขา ปล่าวสอนนะ ..แต่ความสำคัญผิดแบบนี้เป็นภัยกับตัวเอง ถ้าไม่บอก ก็ถือว่าละเลย แต่จะฟังหรือปล่าว อยู่ที่สติปัญญา แมลงได้พบเห็นเรื่องแบบนี้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก และพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะบอก เพราะตอนที่อายุน้อยกว่านี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นเขาถึงมองไม่เห็น ..

เคยอ่านเจอในนิตยสารอะไรสักอย่างระหว่างรอหมอสิบนาที เขาว่า
จิตใจเกิดนิวรณ์เลยทำ ให้มองไม่เห็น ..นิวรณ์แปลว่าเครื่องกั้น
จิตใจที่ใสสะอาดนิ่งสงบ เป็นจิตใจที่แจ่มใส เหมือนที่ท่านพุทธทาสเรียก "จิตประภัสสร" มันจะเห็นอะไรได้ชัดเจน แจ่มกระจ่าง
จิตใจเหมือนน้ำ..
น้ำ ที่มีสีเจือปน เหมือนจิตที่พอใจในกาม หลงในกาม
น้ำ ทีเดือดพลุ่ง เหมือนจิตที่มีความพยาบาท โกรธแค้นเกลียดชัง
น้ำ ที่มีตะไคร่ เหมือนจิตที่หดหู่ เคลิบเคลิ้ม หลับใหล
น้ำ ที่ถูกระลอกคลื่น เหมือนจิตที่ฟุ้งซ่าน ไม่สงบ วุนวาย
น้ำ ที่อยู่ในที่มืด เหมือนจิตที่สงสัย สับสน หวาดกลัวเพราะไม่รู้
คนเขียนเขาใช้นามปากกาว่า อกาลกุสุม..แปลว่าดอกไม้ที่บานทุกฤดูกาล

ความปรารถนาที่จะเป็นดอกไม้ที่บานทุกฤดูกาลจะเป็นจริงได้ ก็ต้องหมั่นตรวจสอบคุณภาพของน้ำ หรือจิตใจอย่างสมำ่เสมอ
แมลง ตรวจสอบจิตใจตัวเองสม่ำเสมอ ว่าตอนนี้จิตใจของตัวเองเป็นอย่างไร สงบไหม เป็นน้ำประเภทไหน เพราะชีวิตของเราทุกๆวัน มีเรื่องเข้ามา ถ้าเราไม่นิ่งสงบ เราก็จะไม่สามารถมองเห็นและจัดการเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตได้อย่างถูกต้อง..
ตอนนี้ แมลงปรับเปลี่ยนตามแบบที่ลุงยูรบอกว่า..
พูดเฉพาะกับคนที่เขารับได้ จะได้ไม่เสียแรง..
แต่ดูแล้วว่า ลูกสองคนนี้พูดไปคงไม่เสียแรง
เขาไม่ร้องไห้ เข้าใจและร่วมมือเป็นอย่างดี..
17 มกราคม

ความเชื่อกับความจริง..เลือกอย่างไร

คน จำนวนมากไม่ชอบฟังเรื่องจริง เพราะเรื่องจริงบางอย่างไม่ตรงกับที่ใจต้องการ ชอบที่จะอยู่กับความเชื่อของตัวเอง เพราะมันตรงกับที่ต้องการ
แมลงแตก ต่างกับคนอื่นอย่างมากในเรื่องนี้ แมลงยินดีรับความจริง แม้ว่ามันเป็นความจริงที่ออกแนวลบ อีกทั้งยังไม่สามารถพูดความไม่จริงออกไปได้
ดังนั้น บางครั้ง การที่เราไม่มีความสามารถในการพูดความไม่จริงออกไปได้ ทำให้ต้องลำบากใจ และทำให้คนฟังตกใจบ่อยๆ แต่บางคนฟังบ่อยๆ ก็ชินไปเอง ไม่ตกใจ(บางคนที่ว่านี้อ่านแล้วคงขำ..รู้ตัวใช่ไหมเล่า ว่าเขาหมายถึงใคร)
ความ จริงมีประโยชน์อย่างยิ่งที่ทำให้เรามองเห็นได้รอบด้าน ทั้งบวกและลบ มองเห็นเหตุและผล ของสิ่งที่จะทำได้ชัดเจนขึ้น ..เห็นว่ามันจะเป็นอย่างนั้นเอง ..ทำให้เราเตรียมตัวได้ดีกว่า ไม่ตกใจ ไม่เสียใจ ไม่เสียขวัญ ไม่เศร้าหมอง



..ที่ ทำงานของคุ้ม มีคนหลากหลาย ทั้งพนักงานทั้งหุ้นส่วน ทุกคนมองคุ้มเป็นต้นไม้ใหญ่ ยืนหยัดมั่นคง ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมีพายุใหญ่มาพัดกระหน่ำ ไม่รู้ว่าไม้ใหญ่ต้นนี้จะทานทนได้นานสักเท่าใด
ก่อนหน้านี้ เราคุยกันบ่อยๆ ถึงวันที่คุ้มจะประกาศเกษียณตัวเอง และเป็นเพียงสายลมกระซิบประคองให้พวกนกตัวเล็กๆ ได้บินอย่างร่าเริงด้วยปีกของตัวเอง ไม่ต้องหลบแอบหากินอยู่กับกิ่งไม้ใหญ่

..วัน ที่พวกเขารู้แน่ชัด ว่าไม้ใหญ่นี้ถูกพายุกระหน่ำ เขาตื่นตัวกันเสาะหาวิธีการบำรุง รักษาต่างๆ ทั่วสารทิศ ด้วยความหวังว่าไม้ใหญ่จะไม่ล้มครืนอย่างรวดเร็ว
วันศุกร์ที่ 7 มกราคม คุ้มเริ่มกินยาที่หุ้นส่วนอุตส่าห์ไปเข้าคิวตั้งแต่ตีสี่เพื่อจะพบหมอส.ที่ สิงห์บุรี ตอนบ่ายโมง เพื่อจะเอาเอกสารข้อมูลการตรวจรักษาไปให้ดูว่าจะมีทางรักษาไหม หมอบอกว่าเขาเคยมีคนไข้เป็นแบบเดียวกัน และอยู่ได้มาเป็นสิบปี หุ้นส่วนบอกว่า เห็นบางคนหมอก็ไม่รับรักษาถ้าเห็นว่าไม่มีหวัง บางคนรักษาแล้วอาการดีขึ้นก็มาอีก

..คุ้มเห็นศรัทธาของเพื่อน ก็รับยาสมุนไพรของหมอส.ที่สิงห์บุรีมาใช้ ไม่มากหรอก มื้อละยี่สิบเม็ด วันละสามเวลา ห่างกันแปดชั่วโมง ผลลัพธ์ก็คือ เวลาท่ี่เราอยู่กันในอมารีใกล้ๆกันกับโรงพยาบาลก. คุ้มถ่ายวันละ4-6 ครั้งในหนึ่งวัน ตั้งแต่เริ่มกินยา คือวันศุกร์ที่เจ็ด วันที่โหดที่สุดคือวันพุธที่ 12 คุ้มถ่ายกลางคืนห้าครั้ง ไม่นับในช่วงกลางวันอีก กินอาหารไม่ได้ อีกทั้งไม่มีแรงที่จะผงกหัวขึ้นมาดื่มน้ำทำให้ร่างกายขาดน้ำ แขนซ้ายและขาซ้ายที่อ่อนแรงเพราะเซลร้ายในสมอง ต้องถูกประคองด้วยมือแขนและลำตัวของแมลง ยังดีที่ข้างขวายังใช้การได้ ยกตัวขึ้นลงวอร์กเกอร์ รถเข็น วอร์กเกอร์ โถส้วม วอร์คเกอร์ รถเข็น ที่นอน แบบนี้ ทุกครั้ง ถ้าเราถ่ายห้าครั้งก็ต้องยกขึ้นลงแบบนี้ห้าครั้ง คุ้มอ่อนแรงและขาดน้ำอย่างมาก ไม่มีแรงแม้กระทั่ง จะยกคอขึ้นมาดื่มน้ำ ต้องมีคนเอาลำตัวไปยันไว้ให้พิง (เตียงในโรงแรมไม่เหมือนในโรงพยาบาลที่ปรับตั้งหลังตรงได้) แขนซ้ายและมือพับเข้าหาลำตัวเหมือนนกปีกหัก ทำให้มีความเสี่ยงอย่างมากทุกครั้งที่ต้องลุกขึ้นด้วยวอร์กเกอร์เพื่อไปเข้า ห้องน้ำ

..แมลงเช็คข้อมูลกับพี่หมอสุนทรี เขามีข้อมูลชัดเจนในแวดวงหมอ(ที่ไม่เพียงแต่รู้จักหมอส.ในเรื่องงาน ยังรู้เรื่องส่วนตัวด้วย) และยังสำทับว่า ด้วยจรรยาบรรณปกติ หมอที่รักษาจะต้องไม่ขายยา..แมลงรีบแจ้งหุ้นส่วนทันที เมื่อรู้ราคายาแล้วตกใจ ไม่นึกว่าจะแพงขนาดนั้น หมื่นเจ็ด ตอนแรกเข้าใจว่าหมอเขาทำ เป็นทาน ให้ผู้ทุกข์ยาก ในราคาปกติ แต่หุ้นส่วนยังยืนยันความเชื่อว่าเขาเห็นกับตา ว่าผู้ป่วยอื่นมีอาการดีขึ้น และไม่ยอมให้แมลงบอกคุ้มเรื่องข้อมูลของพี่หมอสุนทรี และไม่ให้บอกคุณหมอในโรงพยาบาล อีกทั้งยั้งเรื่องการย้ายเข้าโรงพยาบาลต้องไปเช็ควันชงก่อน
..แมลงถามว่า"ถ้าวันเสาร์ที่เราเลือกว่าสะดวกที่สุดและเตรียมการแล้วมันเป็น วันชงล่ะ จะทำ ยังไง" เธอก็นิ่งงันไป แมลงเข้าใจในเรื่องความเชื่อและศรัทธา ว่ามีความหมายต่อชีิวิตของหลายๆคน แต่ถ้ามันทำให้ชีิวิตต้องยุ่งยาก ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องดี ..พอถึงตรงนี้ให้นึกว่าเป็นโชคดีที่ตัวเองไม่เคยคิดติดยึดในเรื่องโชคชะตา ทำให้มีอิสระในการตัดสินโดยอาศัยข้อมูลและเหตุผลอย่างเต็มที่



..แมลง ยังจำคืนที่คุยกันหุ้นส่วนได้ดี ..ภาพใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความเชื่อและความหวังของหุ้นส่วนกับภาพคุ้มที่อ่อน แรง สลับไปมา และแมลงก็เลือกทางตามความจริงที่เราเห็น ไม่เลือกทางความเชื่อที่เราไม่เห็น ที่สำคัญ แมลงไม่สามารถกักเก็บความจริงไว้ได้ ต้องปล่อย..ไม่เคยโกหก ไม่เคยปิดบัง..การโกหก มันเหนื่อยกว่าการเปิดเผยความจริง ..การยอมรับความจริง มันง่ายกว่าการยอมรับคำลวงหรือคำหวาน แม้มันจะไม่ถูกใจ แต่มันถูกต้อง.....

..วันนั้น แมลงต้องตัดสินใจระหว่างความรู้สึกของหุ้นส่วน กับชีวิตของคุ้ม ..คิดว่าความรู้สึกของหุ้นส่วน สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ในวันเวลาที่เหลือและหวังว่าเธอคงเข้าใจ ว่าเราซาบซึ้งกับน้ำใจที่มีให้มาโดยตลอด แต่ต้องขอเลือกชีวิตคุ้มก่อน

...อย่าง นี้ ไม่ถูกต้อง มันเท่ากับแมลงเป็นคนตัดสินชีวิตของคุ้ม เขาต้องเลือกเองว่าจะทำ อะไรกับชีวิต เราเป็นแค่ผู้สนับสนุน คืนนั้น แมลงตัดสินใจบอกคุ้มและไปจองห้องในโรงพยาบาลพร้อมขอน้ำเกลือและอ๊อกซิเจน ทันทีที่เราย้ายเข้าไป หลังจากคุ้มหยุดยาสมุนไพรของหมอที่สิงห์บุรี คุ้มหยุดถ่ายทันที และหยุดไปอีกสามวันในโรงพยาบาลจนต้องขอยาถ่าย เพราะมันไม่มีอะไรจะปล่อยอีกต่อไปแล้ว



วันนี้ คุ้มมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในโรงพยาบาล คุ้มรับการฉายรังสีมาแปดครั้ง พักสามวัน และคีโมเก้าวัน ตามโปรแกรมแล้ว มีนักกายภาพบำบัดมาดูแลวันละสองรอบๆละสี่สิบนาที สภาพร่างกายดีขึ้นเป็นลำดับ แม้ว่าในวันแรกจะติดอาการไอมาจากPhillippกันงอมแงมทั้งคุ้มและแมลง (แมลงมีอาการก่อนเพราะนอนไม่พอ แต่หายไวกว่าเพราะแว่บไปฉีดยาในคืนวันที่ย้ายเข้ามาในโรงพยาบาล ทันที)..เรื่องนี้เป็นขำกัน เพราะนอกจากเราสองคนจะโดนเชื้อเดียวกัน Rikeยังพาไปปล่อย Marius แฟนเธอที่เยอรมันอีก..เหอๆ โดนกันทั่ว..

ชีวิต ในโรงพยาบาลตอนนี้ เหมือนกับการเดินเอื่อยๆ ไม่รีบร้อน สะดวกสบาย ปลอดภัย คุ้มหยุดถ่ายท้องอย่างหนัก จนถึงกระทั่งท้องผูกสามวันจนต้องใช้ยาระบาย แต่ตอนนี้ สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ กินอาหารได้ดี นอนหลับดี มีตารางเวลาที่แน่ชัด คุ้มเฝ้ารอน้องนักกายภาพบำบัดที่มาสอนการขยับร่างกาย การหายใจ และการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานด้วยวิธีการต่างๆ
แมลงหวังว่า การผสมผสานของการฉายรังสี คีโม กายภาพบำบัด และการบำรุงด้วยอาหาร การขับถ่ายตามเวลา จะทำให้คุ้มสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ ตอนนี้เหลืออย่างเดียวที่ยังเป็นจุดอ่อน คือการฝึกหายใจให้ปอดได้รับอ๊อกซิเจนเต็มๆ ไม่ต้องพึ่งอ๊อกซิเจนจากถัง

หมาย เหตุ..เช้านี้(21 มกราคม) หลังจากถ่ายตอนเช้า คุ้มไม่กลับไปที่เตียง แต่นั่งรถเข็นชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่หน้าต่างบานกว้าง ดูพระจันทร์ที่ค่อยๆหายไป..คิดถึงสวนข้างบ้านที่หัวหินเหมือนกันนะเนี่ย วิวในโรงพยาบาลนี่พอจะกล้อมแกล้มไปได้


21 มกราคม เช้า

ว่าง มาก หลังกายภาพบำบัดตอนบ่ายสาม กินขนมและผลไม้ตอนบ่าย วันนี้พิเศษ มีขนมที่โส่ยฝากม้าเร็วให้มา คุ้มอดใจไม่ไหว ขอกินก่อนออกกำลังไปชิ้นนึง อร่อยมากๆ ..เห็นไหมว่า ในเรื่องร้ายก็มีเรื่องดีๆ ทำให้แมลงได้มาเจอกับเพื่อนสนิทในวัยเยาว์ทุกวันที่บล๊อกนี้เอง หลังจากที่ไม่มีโอกาสได้เจอกันแสนนาน เพราะจังหวะเคลื่อนไหวในชีวิตของเราไม่เหมือนกัน..


21 มกราคม บ่าย

การ ฉายแสงและคีโมนี่เป็นที่รู้กันว่านอกจากจะทำลายเซลร้ายยังทำลายเซลดีด้วย ดังนั้น การเผชิญหน้ากับเซลร้าย นอกจากเราจะกำกับด้วยวิทยาการสมัยใหม่ เรายังควรใช้วิธีทำให้เซลร้ายเขาสงบ ไม่ขยายตัวเพิ่ม อีกทั้งหาวิธีช่วยให้เซลดีได้เจริญเติบโต ซึ่งนอกจากอาหารถูกต้อง กินถูกต้อง นอนและขับถ่ายถูกต้อง ยังต้องเคลื่อนไหวร่างกายและหายใจถูกต้องด้วย

แมลงใช้วิธีสนทนาธรรม กันบ่อยๆ เพราะเรื่องธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน เป็นเรื่องง่าย ๆแต่คนดูว่ามันยาก เพราะเราซับซ้อนเกินไป การได้อยู่กับปัจจุบันและฝึกกำหนดลมหายใจเป็นวิธีการหนึ่งที่เราจะเอามาใช้ ในการนี้

เมื่อวันเสาร์ตลอดบ่าย จอมมารดำขาวกับหุ้นส่วน มาทำงานกับคุ้ม..ตอนกลางคืนสลบเหมือด

คุ้ม เขาเป็นคนจริงจังออกจะแนวhecticอย่างมาก การจะชวนให้อยู่กับปัจจุบัน เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง มักจะเผลอบ่อยๆ เวลาเผลอ ก็จะลืมหายใจ หรือหายใจสั้นมาก ทำให้มีออกซิเจนน้อย แต่อย่างไรก็ตาม การได้อยู่ในโรงพยาบาลตลอดจนจบกระบวนการรักษาทำให้ เรามีเวลาพอที่จะฝึกได้ในระหว่างวัน

ตอนนี้การรักษาผ่านไปหนึ่งใน สามแล้ว เมื่อวานผลตรวจเลือด ออกมาอยู่ในระดับที่เป็นไปตามมาตรฐาน ใครมาเห็นก็ออกทึ่ง ที่คุ้มดูสดชื่น ดวงตาแจ่มใส แถมตลกอีกต่างหาก ไม่เหมือนคนป่วยเป็นมะเร็งสมอง..แต่ก็อีกนั่นแหละ แมลงยังไม่มั่นใจว่าที่เป็นอยู่นี่เป็นผลจากsteroid หรือจากการรักษา ..จนกว่าจะได้เห็นผลจากการไปMR เพื่อดูขนาดของเซลร้ายหลังการรักษาไประยะหนึ่ง



นัก กายภาพ(เม่น)เอาจักรยานมือมาให้ปั่น ตั้งใจมาก ดูแล้วเหมือนคุณป้ากำลังเย็บจักรเลย(แข่งกับป้าแอ๊ด) ตอนปั่นน่ะเปิดเพลงของCharlie Parker ไปด้วย บรรยากาศครึกครื้นมาก หมอเข้ามาพอดี จะชวนหมอเต้นซะเล้ยย

23 มกราคม

ชีวิตในโรงพยาบาล..ไม่เลวร้ายอย่างที่ใครๆคิด

สภาพ การณ์ดีขึ้นโดยลำดับ เมื่อวานคุ้มหยุดยาถ่ายของหมอ และขับถ่ายด้วยตัวเอง ตอนเช้าเราเปลี่ยนสูตร จากเดิมที่ดื่มน้ำอุ่นสามแก้วกับยาคูลท์สองขวด เพิ่มผลไม้ อัลมอนด์ น้ำข้าวกล้องงอกอุ่นหนึ่งแก้ว ทำให้เราลดปริมาณยาไปได้หนึ่งรายการ


He is talented in making stupid faces.

หลัง ถ่ายตอนเช้าที่ค่อนข้างสาย พอดีใกล้เวลาอาหารเช้า ก็เลยนั่งชมวิวและกินอาหารเช้าบนรถเข็น วันนี้มื้อเช้าและเที่ยงเราเลือกอาหารญี่ปุ่น ปริมาณอาหารไม่มากเท่าเมนูไทยและเมนูยุโรป แต่ก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ดี



ตอน สายพี่หมอสุนทรีกับพี่ไววิทย์มาเยี่ยม สนุกสนานกันมาก คุ้มได้การบ้านที่ต้องพยายามคุมเท้าซ้ายไม่ให้ตก และยังมีการบ้านเผื่อคนมาเยี่ยมด้วย ใครมาเยี่ยมจะต้องเช็คแฮนด์และนวดเท้าคุ้มสิบนาที ไม่งั้นไม่ให้เยี่ยม



ขาซ้ายและเท้าซ้ายที่โดนเซลร้ายในสมองกดประสาททำให้ขยับไม่ได้กำลังต้องถูกฟื้นฟู ต้องพยายามทำให้อยู่ในลักษณะตรง เหมือนเท้าปกติ



พี่หมอสุนทรี กับพี่ไววิทย์แสดงตัวอย่างต้องเช็คแฮนด์ด้วยมือซ้าย และให้แขกที่มาเยี่ยมนวดและดัดเท้าซ้ายให้คนละสิบนาที



สาย มากๆใกล้เวลาฉายแสง ม้าเร็วนำ อาหารจากโส่ยมาส่ง ..โหยยย..น่ากินมาก ขนมปังโอลีฟ ปลาหิมะรมควันมาพร้อมโอลีฟออย พริกไทยเกลือ พร้อมมังกี้บาร์และสตรอเบอรี่ครีมชีส โทรด่วนไปขอที่ปิ้งขนมปังมาจากบ้านปากเกร็ด
หลังอาหารเที่ยงพี่หญิงใหญ่ มาเยี่ยมเอาหมอนขิดมาล็อกขา นวดเท้า และสวดมนต์ให้ พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา เลยออกไปพูดข้างนอก พอกลับมาเห็นสองคนนั่งกุมมือกั้นร้องไห้ ..เฮ้ยไม่ได้นะ ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า..คุ้มเถียง..เค้าปล่าวเศร้า เค้าซึ้งกันต่างหากเล่า ...อ้อ แล้วไป..มาถามทีหลังว่าทำไมมีน้ำตา เค้าว่าซึ้ง มีแต่คนดีๆกับเค้าทั้งนั้นเลย..



ตอน พี่หญิงใหญ่อยู่ มีนักกายภาพเข้ามาเช็คสมรรถภาพแขนและมือซ้าย คุ้มจะเก็บตังค์ค่าชม ใช้มือซ้ายหยิบไม้สีใส่แท่งไม้ เหมือนอยู่ในโรงเรียนอนุบาล ด.ช.คุ้มตั้งใจมาก



พอ บ่ายสาม มีกายภาพบำบัดอีกรอบ คราวนี้ไปถีบจักรยานเท้าที่ยิม ที่ช่วยกล้ามเหนื้อต้นขาให้แข็งแรงขึ้น คุ้มปั่นได้ดี แต่ความทนทานยังไม่มาก ทำไปยี่สิบนาทีบอกพอแย้ววว..


..
จะ ว่าไปแล้ว โปรแกรมยาวเหยียดทั้งวัน โดยเฉพาะตอนนี้กายภาพวันละสามมื้อ มื้อละสี่ิสิบนาที..สต๊าฟว่าคุ้มให้ความร่วมมือดีมาก ก็ใช่ละสิ นอกจากเพื่อให้ฟื้นตัวเองแล้ว ยังไม่อยากให้หมอกับพยาบาลทำงานยากขึ้นเพราะเขางี่โง่ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัว ..ที่สำคัญต้องปรับเปลี่ยนท่าทีต่อชีวิต ต่อเรื่องร้ายที่เกิดขึ้น เรื่องร้ายน่ะ ดูให้ดี มันมีประโยชน์กว่าเรื่องดี ตรงที่ทำให้มีโอกาสได้ปรับเปลี่ยน ไม่ยึดติดอยู่แน่นกับความสุขสบาย..

หมายเหตุ ตอนนี้หมอกับพยาบาลกำลังฝึกภาษาเยอรมันกันใหญ่ ห้องที่เราอยู่ชะรอยจะเป็น Goethe Institueไปซะแล้ว Gute Nacht
24 มกราคม



บางวันเป็นวันดี บางวันเป็นวันร้าย

เมื่อ วานร่างกายเป็นปกติ อารมณ์แจ่มใส ไปฉายรังสีก็เสร็จไว ใช้เวลาแค่สามสิบห้านาที ได้กลับเข้าห้อง กินขนมปังปิ้งกับปลาที่โส่ยให้มา กับมะเขือเทศ และทำตลกให้ดูทั้งวัน



เรื่องทำหน้าตาปัญญาอ่อน คุ้มเป็นแชมป์ เอาพลาสติกใส่ยามาจุกลูกตา แบบนี้ถนัด



น้องๆทีมกายภาพที่มาฝึกdaily life มีอุปกรณ์มาเล่นเพียบ กำหนดให้ใช้มือซ้ายต่อหอคอยบ้าง หยอดหลุมบ้าง



อัน นี้คุ้มว่า Tower of Hope เป็นการฝึกใช้กล้ามเนื้อแขนซ้ายและใช้นิ้วมือข้างซ้าย ถ้าเป็นคนปกติคงไม่ยาก แต่กลไกสมองที่เสียหาย ทำให้ยากแก่การบังคับมือ



แต่ ออกกำลังกายทั้งวัน โดยเฉพาะน้องแววนักกายภาพจอมโหด คุ้มถึงกับเงยดูนาฬิกาตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่จะหมดเวลา ตอนยืนนี่จะต้องพยายามถ่ายน้ำหนัก หัวเข่าต้องทำงานหนัก ยืนกับวอร์กเกอร์ได้ แต่ไม่ทน..
เห็นที่นอนแมลงไหม ..นอนแบบนี้มาตั้งแต่วันที่ยี่สิบสี่ธันวาคมแล้ว..เริ่มชำนาญในการเลี้ยงตัว บนโซฟาพีวีซี ..เหอๆ..วันก่อนเอ๋ก็มาร่วมแจมฝึกนอนบนโซฟา เห็นว่าติดใจจะมาแจมอีก ..



วันนี้ วันร้าย เรางดยาถ่ายมาสองวัน เพราะเห็นว่าใช้วิธีธรรมชาติได้แล้ว แต่ปรากฏว่า side effect จากคีโม ทำให้ท้องผูก ต้องเข้าห้องน้ำถึงสี่ครั้ง อย่างยากลำบากที่จะจัดการของเสียออกมาให้หมดจด
หน้าซีดขาว เหงื่อท่วมหัวเม็ดโป้งๆ เลย เล่นเอาแมลงใจเสีย
โชคดีวันนี้ เลือกอาหารเช้าไว้เป็นโจ๊กข้าวกล้องปลากับขิง เป็นอาหารอ่อน เลยกินได้หมด ไม่มีปัญหา



ครั้ง แรกที่เข้าห้องน้ำ นึกว่าเสร็จธุระแล้ว ก็เอาที่ล๊อกขากันเท้าตกมาใส่ไว้ แต่พอลุกไปเข้าห้องน้ำ อีก คราวนี้ลื่นล้ม เพราะเราสองคนโง่เองที่ไม่เอาออก คิ้วเลยเจาะกับขอบราวมือ เลือดออกที่แผล เอาเจลเย็นประคบแล้วทาเบพังเทน ค่อยยังชั่ว แต่ตอนนั่งอยู่กับพื้นห้องน้ำ นี่สิ ..
ให้หวาดหวั่นว่าจะใส่หน้ากากฉายรังสีไม่ได้ กลัวว่ามันจะเจ็บมาก แต่คุ้มว่าสบม. ใช้เวลาแค่สี่ิสิบนาที เร็วกว่าที่คาด



ตอนบ่ายหลังอาหารเท่ียง หลับแข่งกัน แต่คุ้มหลับลึกซึ้งกว่า ตอนบ่ายสองพยาบาลมาฉีดยาจนเสร็จก็ยังไม่ตื่นเลย



เป็นธรรมดานะ บางวันก็เป็นวันดี บางวันก็เป็นวันร้าย
วันไหนดีก็เริงร่า วันไหนร้ายก็ฝ่อ ใจแป้ว
ต้องฝึกฝนให้นิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวันดีหรือวันร้าย ..ก็ดีเหมือนกัน
..จะต้องรับให้ได้หมด..

26 มกราคม


ร่างกายนี่เป็นผลงานมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

วันนี้ เป็นวันดีอีกวัน เนื่องจากหยุดฉายแสงสองวัน มีแต่คีโม เพื่อให้เซลดีเกิดใหม่ อีกทั้งกลับไปกินยาถ่ายที่ได้ข้อมูลมาว่าสกัดจากส้มแขก ทำให้เช้านี้ ตัวเบาได้อย่างง่ายดาย
พอเล่าให้ฟังว่ามีคนมาอ่านเรื่องตัวตลก คุ้มก็ยิ่งคึกแสดงตลกเพิ่มด้วยพลาสติกใส่ยาสองชิ้น ทำหน้าปัญญาอ่อนแบบนี้ถนัดมาก (เหมือนใครบางคนในบ้านอดัมส์แฟมิลี่ ณ ปากเกร็ด ของเราอย่างมาก)
ตอนห้าโมงเย็น นั่งรถเข็นแบบเปียกน้ำได้ของโรงพยาบาล(ได้ยินพยาบาลเรียกคอมโหมด..ไม่รู้ สะกดยังไง) สะดวกดี ไปอาบน้ำและสระผมเองเป็นครั้งแรกในรอบเดือน พอหัวค่ำ มีหนาวและไอนิดหน่อย



วันนี้ มีความคืบหน้าจากการทำกายภาพบำบัด ขาและหัวเข่าเริ่มขยับได้ดี กล้ามเนื้อสะโพกขยับได้ดี แต่ที่เข่ายังรับสัญญานจากสมองไม่ค่อยได้ ต้องมีการกระตุ้นให้เข่าเขารับรู้สัญญานจากสมองที่ส่งมา



น้อง นักกายภาพ(หนุ่ย)ช่วยประคองให้ยืนได้นานขึ้น และเริ่มเดินก้าวแรกแล้ว..ว่าไปแล้วต้องขอบคุณสต๊าฟกายภาพบำบัดมากๆ แมลงรู้สึกว่าพวกเขาเหมือนพ่อแม่คุ้มที่สอนและประคองให้คุ้มใช้ขาและแขนของ ตัวเองได้ใหม่ แมลงเองเป็นผู้ช่วยคอยเลื่อนเก้าอี้ ขยับวีลแชร์ ก็พลอยได้เรียนรู้วิธีการกระตุ้นกล้ามเนื้อและควบคุมการเคลื่อนไหว จะจำไว้ใช้เองและไปบอกแม่มดเอ๊กซ์ด้วย



หมอ ว่า เซลร้ายไปกดทับประสาทส่วนที่สั่งการข้างซ้าย ทีนี้ร่างกายก็สามารถที่จะนำเนื้อสมองส่วนอื่นที่ไม่เสียหายมาใช้ได้ ถ้าเราฝึกให้ทำ ..มหัศจรรย์จริงนะ ร่างกายคนเราเนี่ย..
คุ้มเป็นคนชอบคิด ไปล่วงหน้า เป็นพวกperfectionist รบเร้าให้แมลงถามหมอให้สอนวิธีกายภาพเวลากลับบ้าน แมลงบอกว่าเอาไว้ก่อน ค่อยๆดู ร่างกายเปลี่ยนแปลง ถึงเวลากลับบ้านอีกตั้งสามอาทิตย์ เราอาจจะมีการขยับแบบอื่น ดีขึ้นหรือเลวลง ไม่รู้ ค่อยๆดูไป ตอนก่อนจะนอน หมอกายภาพมาเยี่ยม คุณเธอถามเองเลยคร๊าบบ เพราะแมลงไม่ถาม ..
หมอว่า ฮะๆ จะบอกอะไรให้ หมอประเมินความก้าวหน้า สามอาทิตย์นี่ คุณคุ้มอาจจะเดินได้เองแล้วนะคร๊าบบบ ..เฮ้อ ..หยุดวุ่นวายซะที



ยิ่ง อ่านหนังสือ"เล่าเรื่องจากร่างกาย" เล่มนี้ด้วย ยิ่งสนุก ทำ ให้เข้าใจร่างกายของเรามากขึ้น คนเขียนเขาเข้าใจอธิบาย อ่านเพลิน ..มีคำตอบสำหรับคำถามประเภท..
ทำไมผู้หญิงชอบผู้ชายใจดี ทำไมผู้ชายชอบดูหนังโป๊?
ทำไมต้องมีหมอสูติ?
ฉลาดกว่าหน่อยดีกว่าอย่างไร?.
อธิบาย ได้เป็นเหตุเป็นผลมากๆ..คนเขียนชื่อดร.ชัชพล เกียรติขจรธาดา เขาเป็นหมอรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาที่ศิริราช..ช่วยโฆษณาให้ จะได้มีคนอ่านเพิ่ม



27 มกราคม


แม่น้ำที่เราลงไปว่ายเล่นเมื่อวานนี้ กับแม่น้ำที่เราลงไปเล่นวันนี้ ไม่ใช่แม่น้ำเดียวกัน

แต่ละวัน แต่ละวัน มีเรื่องราวเกิดขึ้น ไม่เหมือนกันเลย
สอง คืนก่อน คุ้มอาบน้ำ เองโดยไม่พึ่งพาบริการล้างรถของพยาบาล ทำให้ตอนกลางคืนไอมาก แทบไม่ได้นอนกันเลย พอตกกลางวันก็อ่อนเพลีย ไม่ค่อยอยากทำกายภาพ ประกอบกับข้อเท้าที่ล้มในห้องน้ำวันก่อน เริ่มบวม หมอเลยว่าให้หยุดหัดเดินก่อน กลางวันก็ยิ่งนอนมากเข้าไปอีก



เอ๋อุตส่าห์ มาจากหัวหิน เอายาเมดิไนท์มาให้ เราไม่อยากบอกหมอ เพราะหมอจะต้องให้กินยาแอนติไบโอติกอีก ตอนหัวค่ำ ยังไอโขลกๆ แต่พอยาออกฤทธิก็หลับสนิท ยาวไปถึงเช้า ตื่นมาหน้าตาแจ่มใส มีแขกเต็มห้องในช่วงเช้า คุณสุชาติ(วิศวกรทีี่โรงงานมาคุยเล่น) ทอมกับครอบครัวมาเยี่ยม คุ้มคุยงานกับทอมอย่างเอาจริงเอาจัง หามีท่าทีเหนื่อยแต่อย่างใด เป็นที่แปลกใจแก่แขกที่มาเยี่ยม

แขนและ ขาซ้ายที่เคยแข็งทื่อ ก็เริ่มมีแรงและขยับเคลื่อนไหว น้องๆนักกายภาพ ที่มาช่วยดูแลคุ้มเขาบันทึกเป็นคะแนน บอกว่า คะแนนดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน



แขน ซ้ายและมือซ้ายที่งอเหมือนเป็ดง่อย ตอนนี้ใช้งานได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เวลาพิมพ์ข้อความเป็นภาษาเยอรมันก็ทำได้สบายมาก แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ แมลงยังคงช่วยผ่อนแรงอยู่
แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องรอดูผลของการทำMRตรวจดูก้อนเนื้อและผลเลือดเพื่อดูCEAว่าขนาด ของเซลร้ายเปลี่ยนแปลงอย่างไร และเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเซลร้ายเพิ่มขึ้นมาในส่วนอื่นของร่างกาย สองอาทิตย์หลังจากขั้นตอนการฉายรังสีและคีโมนี่จบลงในวันที่ยี่สิบ กุมภาพันธ์



พอ แขกกลับกันหมด ก็ไปฉายแสงใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที ถึงหนึ่งชั่วโมงนับแต่ออกจากห้องนอนแล้วกลับมากินข้าว เสร็จแล้วคุยงานกับเอ๋ ดีเหมือนกันที่คุ้มยังได้ทำงานได้ ไม่งั้นก็คงจะเบื่อมาก เพราะเป็นพวก Holiday syndrome



เห็น กระป๋องพลาสติกสีขาวไหม นั่นแหละห้องน้ำของคุ้ม ดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องเดินเข้าเดินออกห้องน้ำ ฉี่ใส่คอมฟอร์ตร้อย แล้วโยนใส่กระป๋อง แมลงมาเก็บไปเทใส่ขวด นางพยาบาลเขาวัดปริมาณน้ำเข้าออกทุกวัน



พอคุยงานจบ ก็ค่อยๆผล็อยหลับ คร่ออกกก..

30 มกราคม

วันนี้ ชีวิตคงดำเนินต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก คุ้มงดยาแก้อาเจียน เพราะไม่มีอาการคลื่นไส้ จะได้งดยาแก้ท้องผูกไปด้วย แต่ก็ต้องแลกกับอาการไม่อยากอาหาร (ก็ยังดีกว่าท้องผูก แล้วต้องใช้ยาตลอด) แมลงหาอาหารที่กินง่ายพวกข้าวต้ม โจ๊กหรือราดหน้าก็จะกินได้ดี มะม่วงสุกก็โอเค ตอนบ่ายกินขนมที่โส่ยฝากให้ม้าเร็วเอามาให้ตอนที่เราลงไปฉายแสง หลังจากตื่นนอนหลังอาหารเที่ยง (นอนแข่งกัน ทั้งคนไข้และญาติ)



อวด ว่ากินอะไร ..บิสคอตติผลไม้แห้งกับพรุนเค๊ก ..กินกับน้ำเล่งเอี๊ยงที่พี่เบ๊บกับคุณไก่ฟ้าแย่งกันต้ม(ชิงตำแหน่งต้มเล่ง เอี๊ยงอร่อยที่สุดกัน) ม้าเร็วส่งมาให้พอดีกินกับขนม เทใส่สามแก้วรอให้อุ่นเรียงกันเลย พรึบเดียวหมด ทั้งขนม ทั้งน้ำเล่งเอี๊ยง..ขอบคุณญาติมิตรผู้อุปถัมภ์ฝรั่งหลงทางด้วยนะคร๊าบ

31 มกราคม


มากเกินไปก็ไม่ดี น้อยเกินไปก็ไม่ดี

เมื่อ วานบอกหมอกายภาพบำบัดไปว่า คุ้มเหนื่อยเกินไปสำหรับกายภาพบำบัดสามรอบ เวลาช่วงเช้าถึงเที่ยง แทบไม่ได้พักเลย จะมีได้พักนอนตอนกลางวันหลังอาหารเท่านั้น



วันนี้ ช่วงเช้า หลังการขับถ่าย ก็เลยกินอาหารเช้าแบบสบายๆ ไม่รีบเร่งเหมือนทุกวัน ..กินข้าวกล้องปลากันอีก อร่อยดี มีประโยชน์ เอสแอนด์พีเขามาส่งตรงเวลา ทำให้เวลากินยาตรงเป๊ะทุกวัน



โชค ดีที่คุ้มฟังแล้วยอมปรับเปลี่ยน เมื่อคืนใส่เสื้อหนาๆ ไม่ใส่ชุดยูนิฟอร์มคนไข้ เพื่อให้หน้าอกอุ่นจะได้นอนหลับสบาย ไม่ไอตอนกลางคืน และยอมกินผลไม้ ที่แต่ก่อนต้องอ้อนวอนกัน เวลาซื้อผลไม้มาแมลงกินอยู่คนเดียว



การ งดกายภาพบำบัดไปหนึ่งรายการ(รายการนี้เกี่ยวกับการใช้มือซ้าย ที่คุ้มทำได้คล่องแล้ว)ไป ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้นหนึ่งชั่วโมงในตอนเช้า ได้มานั่งชมวิวข้างหน้าต่างกัน ไม่ใช่อยู่บนเตียงตลอด ขาและเท้ามีโอกาสที่จะเหยียดในแนวดิ่ง ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีกว่า



นอก จากนี้ ข้อเท้าที่บวมเนื่องจากล้มในห้องน้ำเมื่อวันพุธที่แล้วยังไม่หายสนิทดี หมอให้เรพาริลเจลทามาหลายวัน ก็ยังไม่หายช้ำ น้องนักกายภาพ(หนุ่ย)ก็เลยเอาเครื่องอัลตร้าซาวน์ที่เป็นคลื่นร้อน(คล้ายๆ คลื่นไมโครเวฟ)มากระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น healing ไวขึ้น



เขา เอาเจลทาบริเวณที่ช้ำ แล้วเอาอุปกรณ์จากเครื่องมาลูบให้เจลลงไปในกล้ามเนื้อ พอเสร็จแล้วก็กายภาพบำบัดต่อ ซึ่งดีมากๆที่เราสามารถเปลี่ยนเวลาจากสิบโมงเช้ามาเป็นเก้าโมงได้ ทำให้ได้พักก่อนไปฉายแสงหนึ่งชั่วโมง



ดู กันอีกทีว่าแจ่มใสขนาดไหน ถ้าได้พักผ่อนเต็มที่ กินอาหารสดใหม่ในปริมาณและเวลาที่ถูกต้อง ขับถ่ายดี ออกกำลังกายพอควร ..แต่อย่าเพิ่งมั่นใจ ..ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หากยังออกไปวิ่งเหงื่อแตกอยู่ในโรงงานอีก เซลร้ายมันจะชอบใจใหญ่

1 กุมภาพันธ์


รายงานข่าวล่าสุดก่อนย้ายหัวข้อ..

ตั้งแต่ วันพฤหัสที่แล้วที่อาบน้ำ ก็ยังคงไอแค่กๆกลางคืนเหมือนเดิม แถมตื่นมาคุยอีก แมลงตาแดงตลอดเพราะได้นอนไม่เต็มแท้งค์.. แต่ดีที่กลางวัน ชีวิตเป็นroutine ก็เลยไม่เหนื่อยมาก เท้าซ้ายที่ล้มแล้วบวม หายเจ็บแล้ว หลังจากอัลตร้าซาวน์ไปสี่ครั้งในสองวัน พฤหัสกับศุกร์หยุด ไม่มีฉายแสง ก็จะทำให้ได้พักมากขึ้น เวลาทำกายภาพบำบัดก็จะได้ฝึกให้ทนขึ้น(ตอนนี้กำลังขาเริ่มมาแล้ว แต่ยังทำได้ไม่ทน)




เช้า หลังกิจวัตรประจำวัน ก็จะยืดเส้นยืดสายรอ และตอนนี้เริ่มจะหายใจยาวๆ เป็นแล้ว เวลาที่หายใจยาวๆ กำหนดลมหายใจ แขนขา หรือเส้นที่ยกยากๆมันจะยกง่ายขึ้น เพราะจิตมันไปช่วยยกด้วย ..เหมือนที่แมลงเคยทำตอนเดินบนหิมะที่ภูเขาในออสเตรียไง.. ร่างกายเราไม่เก่งแต่จิตช่วย..บ่าวกับนายช่วยกัน ก็สำเร็จ..ปล่อยบ่าวไปตามลำพังได้ยังไงกัน..



3 กุมภาพันธ์

ความ คืบหน้าล่าสุด..เท้าซ้ายเริ่มตั้งตรง และขยับได้มาก เดินกับบาร์ได้หลายรอบ วันนี้มีเดินถอยหลัง นักกายภาพให้คะแนนขาซ้ายกับขาขวาว่าการใช้งานเท่ากันไหม ตอนนี้อยู่ระดับสี่ คะแนนเต็มห้า เดินถอยหลังด้วย..ต้องขอบคุณทีมกายภาพมากๆ เขาทำงานกันเต็มที่จริงๆ



เริ่ม ตรงไม่ปัดไปมาแล้ว เจ้าเท้าซ้ายนี่เมื่อสามสัปดาห์ก่อน ไม่กระดุกกระดิกเหมือนท่อนไม้ จนเราถอดใจว่ามันไม่น่าจะกลับมาใช้ได้ แต่การกลับมาของเท้าซ้ายนี่ พร้อมๆกับ เห็นว่า ผมเริ่มร่วงเป็นหย่อมๆแล้ว พวกเพื่อนๆจอมตลกที่เยอรมัน พากันอยากมาดู



กำลังใจมาดี Phillipp มาจากเมืองจีนตั้งแต่วันที่หนึ่งจนถึงสิบสี่กุมภาเป็นเพื่อนคุย ใส่รองเท้า เข็นรถเข็นไปเที่ยวทั่วโรงพยาบาล



ชวน กันออกไปนั่งกินอาหารที่เอสแอนด์พีเมื่อวานเย็น ขากลับซื้อเค๊กมาสองปอนด์ แจกน้องพยาบาลสาวๆรอบดึก สนุกสนาน ร่างกายป่วย แต่ใจไม่ป่วย



ตอนนี้ความดันโลหิตอยู่ที่ 110-70 เท่ากันทุกครั้งที่พยาบาลมาวัด (วันละสี่รอบ) ก็เลยไม่ต้องใช้ยาลดความดันโลหิต เหมือนตอนอยู่บ้าน
ก็ เลยแซวว่า Hospital Holiday Package นี่ดีจริงนะ แต่แพงไปหน่อย สามล้านบาท เหอๆ ใครไม่อยากซื้อทัวร์แพงแบบนี้ ก็อย่าทำตัวอย่างคุ้มในอดีต..
ดูแลตัวเองให้ดีนะจ๊า

4 กุมภาพันธ์

เมื่อ วาน เพื่อนเยอรมันที่มาเที่ยวหัวหินทุกปี ปีละเดือน เขาขึ้นมาเยี่ยมแบบเช้ามาเย็นกลับ อยู่เล่นกันทั้งวัน ทำเอากลางคืนหลับสบาย เพราะไม่ได้นอนกลางวัน



Claus กับ Gudrun เป็นคู่สามีภรรยาที่สนิทกับเราสองคน มาเห็นแมลงมีบล๊อกเล่าเรื่องให้เพื่อนและพี่น้องฟังในคราวเดียว ไม่ต้องเล่าหลายรอบด้วยบล๊อก และเขียนอีเมล์แบบจดหมายข่าว (ตอนนี้จดหมายข่าวออกไปสามฉบับแล้ว) ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวจะต้องกลับไปบอกให้เพื่อนที่มีชะตากรรมเดียวกันฟัง ..เพื่อนสองคนนั้นเพิ่งพบมะเร็งเม็ดเลือดในสามี ภรรยาช๊อกและทำใจไม่ได้ ไม่รู้จะจัดการยังไง ญาติ และเพื่อนก็ช๊อก กระหน่ำกันวุ่นวาย ..ทำให้ไม่มีเวลาจัดการชีิวิต ค่อนข้างจะเครียดมาก



Gudrun เล่าให้ฟัง(เหมือนที่คุ้มพูด)ว่า ที่เยอรมัน เวลาสามีหรือภรรยามีปัญหาโรคภัยหนักๆ อีกฝ่ายหนึ่งจะขอแยกทางบอกว่าทนไม่ได้...Gudrunมีประสบการณ์ตรงเรื่องพี่ สะใภ้ทิ้งพี่ชายที่เป็นอัมพาต ให้สู้ชีวิตตามลำพัง
ความจริงเวลานี้เป็นเวลาสำคัญที่เราจะได้ช่วยกันนะ
เราเลือกที่จะมาอยู่ด้วยกัน เพราะว่าเราต้องการเพื่อนที่ช่วยคิดช่วยทำช่วยเล่น มีทุกข์สุขด้วยกัน ไม่ใช่เรื่องอื่นใด..

อ๊าวแมลงมีบอยเฟรนด์ใหม่ต่อหน้าต่อตาคุ้มแล้วนั่น..เพื่อนๆ พี่น้องไม่ต้องตกใจ คนถ่ายรูปให้น่ะ ภรรยาบอยเฟรนด์ใหม่ของแมลงเองจ้ะ




เล่น กันใหญ่ คนไทยอายุปูนนี้ไม่ค่อยเล่นสนุกแบบนี้ ส่วนใหญ่จะออกแนวเรียบร้อย ส่วนแมลงนี่สไตล์ลิงตลอดชีวิต ยังสงสัยตัวเองว่าถ้าอยู่จนอายุแปดสิบจะยังลิงแบบนี้อีกไหมหนอ


6 กุมภาพันธ์



Create Date : 12 มกราคม 2554
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2554 20:26:44 น.

Additional information