มะเร็งสมอง Glioblastoma Multiforma (GBM)

เวลาเป็นของมีค่า ..โชคดีที่เป็นมะเร็งสมอง Glioblastoma Multiforma (GBM)

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=buginthegarden&group=11

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=buginthegarden&month=01-2011&group=10&date=12&gblog=4

ใน ระยะเวลาหนึ่งเดือนกว่าของการที่คุ้มมีอาการและตรวจพบก้อนเนื้อมะเร็งที่ สมอง แมลงได้รับประสบการณ์มากมายจากคนที่ได้พบ บ้างก็เป็นผู้ที่อยู่ในวิชาชีพ บ้างก็เป็นคนปกติที่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่เคยนึกถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บและการเผชิญหน้ากับความตาย แมลงจึงเห็นความสำคัญของการเล่าเรื่องชีวิต ท่าทีและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่พึงปรารถนาที่เกิดขึ้นมากกว่า ..และไม่ได้เขียนเรื่องมะเร็งสมองที่เกิดกับคุ้มในเชิงข้อมูลเพราะเห็นว่า สามารถหาอ่านได้ตามแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ..ขอ โทษทีนะ



คำถาม..มะเร็งสมอง ต่างจากหอยทากบนหัวยังไงกัน??
หอยทากบนหัว เราหยิบออกได้ แต่มะเร็งในสมอง หยิบออกไม่ได้

จน วันหนึ่ง ได้ยินเรื่องจากหลานหนุงหนิงพูดถึงเพื่อน ที่มีพ่อที่เพิ่งตรวจพบโรคนี้เช่นกัน หนุงหนิงว่า เพื่อนเอาแต่ร้องไห้ จนไม่กล้าที่จะพูดคุยด้วย..
อีกทั้งแมลงยังพบกับคนจำนวนหนึ่งที่มีความ เชื่อโดยไม่เสาะแสวงหาข้อเท็จจริง-- ไปไหว้พระบนบานศาลกล่าว ออกตะเวณทำบุญ เพราะเชื่อว่าคนดีพระย่อมคุ้มครอง โธ่ พระพุทธเจ้ายังหนีไม่พ้นเลย
คนอีก จำนวนหนึ่ง ที่มีความเชื่อตามที่ตาตัวเองเห็น(เห็นด้วยตา ไม่เพียงพอที่จะสรุปความ) –ใจอยากเชื่อว่าเขาแข็งแรง พอเห็นว่ายังพูดจ้อก็แปลว่าสบายมาก

ทำให้แมลงเห็นว่า การมีข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราเห็นความจริง(แม้จะไม่ถูกใจ) จะช่วยให้เรากำหนดท่าทีและตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง
..เรื่องนี้จึงต้องเอามาเล่าสู่กันฟัง



อยู่ในความไม่รู้ จะต่างอะไรกับเจ้าตูบน้อยนี่ วุ่นวายสับสน จิตใจหมองเศร้า ทำยังไงกับเรื่องร้ายที่ไม่มีใครต้องการนี้

คำถาม ..เกิดอะไรขึ้น..แล้วเราจะจัดการอย่างไร???

ข้อเท็จจริง และสติกำกับปัญญาจะช่วยให้มั่นคง ไม่สับสน ไม่เศร้าหมอง ไม่ตกใจ

สองเดือนก่อนหน้า คุ้มบ่นว่าเวลาเดินเหมือนเมาเรือ จนที่สุดล้มเพราะควบคุมขาไม่ได้..ไม่ไหวแล้ว
กลาง เดือนธันวาคม คุ้มเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องสแกนภาพMR และCT เพื่อถ่ายภาพสามมิติด้วยคลื่นแม่เหล็ก เพื่อดูว่ามีอะไรที่เป็นเหตุให้คุ้มมีอาการควบคุมขาซ้ายไม่ได้
การตรวจ ด้วย MR คุ้มไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร เขาถูกส่งเข้าไปในเครื่องคล้ายๆอุโมงค์แคบมาก ฉีดสารบางอย่างเข้าไป เพื่อสะท้อนภาพออกมา เขาใช้ตอนตรวจสมองและร่างกายทุกส่วน ตอนที่เครื่องทำ งานเสียงดังวึ๊ดๆ แต่ไม่มีอะไรน่ากลัวมาก แค่เสียงเท่านั้นเอง ใช้เวลาราวๆ สี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมง คุ้มเข้าๆออกๆเจ้าเครื่องนี้หลายครั้ง จนชินกับเสียงวึ๊ดๆน่ัน

เจ้าเครื่องMR และCT หน้าตาเป็นแบบนี้ ค่าใช้จ่ายต่อครั้งก็ตกราวๆหมื่นกว่าบาทแล้วแต่การฉีดสารสีด้วย การตรวจด้วย CT ต้องงดน้ำ งดอาหาร เพราะมันจะทำให้อาเจียน เขาใช้ตอนตรวจปอด เวลาที่ใช้กับเครื่องนี้แค่สิบห้านาที เจ้า CT หน้าตาเป็นแบบนี้ ค่าใช้จ่ายครั้งละหมื่นกว่าบาทเหมือนกัน



ผล ออกมาเป็นเหมือนฟิล์มเอกซเรย์ที่เราเคยเห็น แต่ว่ามันมีหลายมิติมาก เขาอัดใส่ซีดีทั้งหมดสามแผ่นเชียว พูดง่ายๆ คือเห็นทุกๆมิติทีเดียว
สรุป ว่าการตรวจด้วยอุปกรณ์พวกนี้ ทำให้เราเห็นแค่ภาพของก้อนเนื้อ ว่ามันอยู่ที่ไหน ขนาดเท่าไหร่ แต่เราไม่รู้ว่ามันเป็นเนื้องอกธรรมดา หรือ เป็นมะเร็ง ต้องใช้วิธีตัดเนื้อเยื่อไปตรวจ (Biopsy) แมลงชอบเรียกผิดเป็น autopsy ทุกที ได้ขำกัน เพราะเจ้าออท๊อบซี่น่ะ ไม่ใช่งานของหมอ แต่เป็นงานของสับปะเหร่อ ยังไม่ถึงเวลาจ้ะ



ใน ที่สุดเราก็เลือกคุณหมอศ.ที่โรงพยาบาลธ.ที่จะผ่าตัดให้ แทนที่จะเลือกคุณหมอน.ที่โรงพยาบาลก. เพราะคุณหมอศ.ตอบคำถามเรื่องความเสี่ยงว่า "ตามทฤษฎีมีเพียง1%แต่หมอทุกคนพยายามที่สุดที่จะปิดกั้นโอกาสของความเสี่ยง" แต่ในขณะที่คุณหมอน. บอกว่า" ความเสี่ยงเกิดขึ้นตลอดเวลา แม้แต่เวลาที่คุณข้ามถนน โอกาสที่จะถูกชนกับไม่ถูกชนมันมีทั้งนั้น" อ๊าว ..แล้วกัน



เรา ไม่อยากข้ามถนนแบบถูกรถชน ก็ต้องเลือกคนจูงข้ามที่เรามั่นใจ ก็เลยหอบผลจากโรงพยาบาลก.ไปผ่าตัดbiopsy ที่โรงพยาบาลธ. ซึ่งค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก
หลังจากผ่าตัด ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ แลปก็แจ้งผลว่าเป็น เซลมะเร็งมีชื่อว่า Glioblastoma Multiforma เจ้านี่เป็นมะเร็งร้ายแรงระดับ4 ชนิดเดียวกับที่เท็ดดี้ เคนนาดี้เจอ และเสียชีวิตหลังการรักษาไปหนึ่งปี คุณหมอศ.ว่า ถ้าไม่ทำอะไรเลย จะอยู่ได้ไม่เกินสามเดือน แต่ถ้ารับการรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจขยับออกไปได้อีกหนึ่งปี แต่แมลงอ่านพบในข้อมูลวิชาการของหมอที่เขารักษาเรื่องนี้โดยตรง เขาว่า ค่าเฉลี่ยของอายุที่คาดหวังคือ 9 เดือน(หมายความว่าบางคนอยู่ได้น้อยกว่า บางคนอยู่ได้นานกว่า แต่ที่เขาศึกษาและติดตามคนไข้ในอเมริกา คือ เฉลี่ยเก้าเดือน)

ชื่อว่า Multiforma หมายความว่ารูปทรงขยายไปได้ทุกทิศทาง และขยายตัวได้รวดเร็วมาก (จริงด้วย เพราะขาซ้ายของคุ้มเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ตามมาด้วยแขนและมือซ้าย ระหว่างสองอาทิตย์ที่เรารอให้แผลจากการผ่าตัดเนื้อเยื่อหาย)
หมอว่า ผ่าตัดเอาออกได้ แต่มันเสี่ยงที่จะไปถูกเนื้อสมองและอาจทำให้เป็นอัมพาต คุณภาพชีวิตเลวร้าย
เซล มะเร็งมีหลายแบบ ความร้ายแรงมากน้อยไม่เท่ากัน การรักษาจึงเป็นไปได้หลายแบบ ..ดังนั้น แผนการรักษามาตรฐานสำหรับเจ้านี่ก็คือ ฉายรังสีและให้ยาคีโม ซึ่งคุณหมอจริงใจมาก ตรงที่ว่า ที่โรงพยาบาลธ.อุปกรณ์ไม่ทันสมัยเท่าโรงพยาบาลก. พร้อมกับเชื่อมต่อไปยังคุณหมอส.ที่เชี่ยวชาญด้านคีโมบำบัด และตามด้วยคุณหมอป.ที่เชียวชาญด้านการฉายรังสี



ดูลายมือคุณหมอส.ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการรักษาด้วยคีโมเขียนในสมุดบันทึกให้แมลง
เขา อธิบายว่า จะรักษาด้วยรังสีและคีโม(ชนิดอ่อนที่สุด) และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือ อาการคลื่นไส้อาเจียน ก็มียาชื่อzetron และผลจากยาแก้คลื่นไส้คือมันจะไปบลีอกลำไส้ ทำให้ท้องผูก ก็มีสารสะกัดส้มแขก นอกจากนี้อาจจะมีอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ ก็จะเฝ้าระวังด้วยการตรวจเลือดทุกเสาร์



นอก จากนี้ ยังอธิบายผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือระบมจากการฉายแสงก็ใช้ยาสตีรอยด์ (ตอนแรกเขาใช้วิธีฉีดทุกๆแปดชั่วโมง) ลดลงเหลือทุกแปดชั่วโมง และลดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นยากิน

หลังการรักษาด้วยการฉายแสงและคีโม จะพักสองสัปดาห์ และกลับมาตรวจด้วยMR และรับยาคีโมทุกๆเดือนๆละห้าวันติดต่อกัน ซึ่งหลังการตรวจด้วยMRอีกครั้งนี้ ก็จะทำให้รู้ผลการรักษา ถ้าไม่ได้ผล เขาก็มีแผนสอง คือปรับเปลี่ยนยาคีโมเป็นยา Avastin



ระหว่าง การรักษาด้วยการฉายรังสีนี้ เขาก็ให้ยาคีโมชนิดกินนี้ไปด้วยพร้อมกัน โดยไม่เว้นแม้วันหยุดที่ไม่มีการฉายแสงคุณหมอส.เขาเขียนชัดเจนมากกว่าให้ยา กันอาเจียน และยาคีโมก่อนฉายแสง อย่างไร
คุ้มต้องรับคีโมทุกวันแม้ว่าจะ ไม่ได้ฉายรังสี ผลข้างเคียงท่ีอาจเกิดขึ้นได้ คือ อาเจียน เขาก็มียากันอาเจียน คือZetron ซึ่งกินเข้าไปแล้วจะทำ ให้ท้องผูก ก็มียากินแก้ท้องผูก เป็นสารสะกัดส้มแขก อาการข้างเคียงอีกอย่างหนึ่งของการฉายแสงและคีโมคืออาการอ่อนเพลีย และการรับรสอาหารไม่เป็นปกติ ซึ่งแมลงก็พยายามใช้วิธีให้กินอาหารอ่อนและปรุงสุก ช่วยได้มาก อาหารที่คุ้มกินได้ดี คือข้าวต้ม โจ๊ก ผัดราดหน้า สปาเก็ตตี้ ผลไม้รสเปรี้ยวจะเป็นกรด กินแล้วไม่สบายท้อง แต่พวกมะม่วงสุก มะละกอจะกินได้ดี
อย่างไรก็ตาม ร่างกายแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน คุ้มไม่อาเจียน แต่อยากกินอาหารลดลง ต้องคอยสังเกต ถ้าไม่อาเจียนก็ไม่จำเป็นต้องกินยา Zitron
ระหว่างที่เราคีโมและฉายแสง นี่ หมอจะมีการประเมินตลอดเวลา โดยมีการเก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจ เพื่อหาค่าผิดปกติของการทำงานของอวัยวะภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เม็ดเลือดขาว ว่ามีปริมาณเท่าใด ลดลงมากไหม เพื่อจะได้ปรับเปลี่ยน ทั้งนี้ เนื่องจากเม็ดเลือดขาวในปริมาณน้อยเกินไป จะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อโรคอื่นเข้าโจมตีได้ง่าย
คุ้มโชคดีที่ไม่มีอาการอาเจียน ก็เลยไม่ต้องใช้ยาแก้อาเจียน ก็เลยพลอยโชคดีไม่ต้องกินยาถ่ายไปด้วย
คนไข้ชาวญี่ปุ่นห้องข้างๆ อาเจียนหนักหนา กินอะไรไม่ได้เลย อ่อนเพลียอย่างมาก

อาจ จะพูดได้ว่า คนป่วยแต่ละคนแม้ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของแต่ละคนจะตอบสนองการรักษาเหมือนกัน..หมอเองก็ ไม่สามารถตอบได้ว่า ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร..สำคัญที่แต่ละคนต้องคิดบวกและพยายามเต็มที่ที่จะกิน อาหาร ดื่มน้ำที่ถูกต้อง นอนหลับให้เพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นปรกติ ..
แมลงทำหน้าที่เป็นคนควบคุม อาหาร น้ำ และการขับถ่าย
เป้า หมายว่าต้องดื่มน้ำให้ได้วันละสามลิตร ฉี่จะต้องใสแจ๋ว กินอาหารที่เป็นผักและผลไม้ที่ย่อยง่าย ไม่ให้ขาดสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช็คอึแต่ละครั้งจะต้องมีขนาดสี และความอ่อนแข็ง

งานShitologist และงานPeeologist ต้องใช้ความพยายามสูงมากสำหรับคนกระแดะอย่างเรา


คำถาม ใช้เงินสักเท่าไหร่??
นอกจากมีข้อเท็จจริงและสติปัญญากำกับ..ยังต้องเตรียมตังค์ไว้ด้วย

แต่ ระหว่างที่เรารอแผลหายเพื่อรับการรักษา จะต้องได้รับยากันชัก (ยากันชักที่คุ้มได้รับเป็นยาเม็ด มีสองชนิดคือ Dilantin และ Depakine)เป็นปกติของคนไข้ที่มีการผ่าตัดสมอง แต่ปริมาณยากันชักที่คุ้มได้รับน้อยเกินไป จึงเกิดอาการชัก ต้องปุเลงกันขึ้นมากับรถพยาบาลของโรงพยาบาลหัวหินอย่างฉุกเฉินกลับไปโรง พยาบาลธ. เพื่อให้ยาด้วยวิธีฉีด และนอนกันอีกเป็นสัปดาห์(เวลาเช็คเลือดดูปริมาณยา เรื่องนี้คุณหมอศ.สงสัยว่าทำไม ปริมาณยาที่ให้กลับบ้านไปไม่พอ..แมลงว่า ยาสมุนไพรที่บางคนมีความเชื่อแล้วเอามาให้กินนี่แหละอาจเป็นตัวการสำคัญ) เสียตังค์เพิ่มอีกประมาณเกือบสองแสน

พ้นสองอาทิตย์เพื่อให้แผลผ่าตัด หาย คุ้มเข้าสู่กระบวนการฉายรังสี และคีโม เริ่มจากการไปทำหน้ากากพิเศษ เพื่อล๊อกส่วนหัว เวลาที่เขาฉายรังสี ตอนเขาจับคุ้มนอนบนเตียงจะล๊อกไว้หมด ไม่ให้ขยับ อุปกรณ์จะตรวจจับอัตโนมัติถ้ามีการผิดพลาดแม้แต่องศาเดียว ดังนั้น รังสีที่กระทบกับเซลร้ายจะมีโอกาสพลาดไปถูกเซลดียากมาก



เจ้า เครื่องฉายแสงที่คุ้มเข้าไปใช้บริการนี่หน้าตาเป็นแบบรูปซ้ายนี้ ตอนเขาจัดแจงใส่หน้ากากล๊อกและตัวบนเตียง เราเข้าไปส่งได้ แต่พอเขาลงมือ แมลงก็ไปจัดการธุระเรื่องอาหารกลางวัน

แต่อย่างไรก็ดี แสงที่เข้าไปถูกเซลร้าย ก็ทำให้เกิดอาการบวม จึงต้องให้ยาลดบวม ที่เรียก steroid ที่หมอให้คุ้มสองอาทิตย์แรก คือ Dexametasone ฉีดทุกๆแปดชั่วโมง และลดลงเหลือทุกๆสิบสองชั่วโมง ลดลงเป็นยากิน
การฉายรังสีนี้ เขามีเครื่องมือทันสมัยมาก ที่กำหนดระยะการยิงรังสีได้หลายมิติ ทำให้โอกาสพลาดไปโดนเซลดีได้น้อยลง มีกำหนด 30 ครั้ง ในอาทิตย์นึง จะหยุดสองวันคือพฤหัสและศุกร์
ทำให้เราต้องอยู่ในโรงพยาบาลก.กันเป็นเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง คุ้มเริ่มต้นรับการรักษาวันที่ 11 มกราคม จนถึง 20 กุมภาพันธ์



ค่า ใช้จ่ายในการรับยาคีโมในแต่ละวันตกราวๆ หมื่นสี่ เม็ดละร้อยมก. หนึ่งเม็ดเก้าพันหก เม็ดละยี่สิบมก.เม็ดละสองพัน วันละสองเม็ด ค่าฉายแสงด้วย Novallis วันละ 9,900 ค่าห้องพักและอาหารสามมื้อของแมลงและคุ้มตกวันละ 6,000 คร่าวๆไม่นับค่าหมอและกายภาพบำบัด ตกวันละสามหมื่น คำนวณดูว่าห้าสิบวันก็ล้านห้า เผื่อค่าหมอ ค่าMR ค่ากายภาพบำบัด ค่าอุปกรณ์ ค่ายา ..คำนวณไว้โหดๆสามล้านแน่นอน แต่..จะทำไงได้เล่า

ถ้า ชีวิตไม่ได้เตรียมตัวไว้ ลองคิดดูว่าจะทำยังไง ไม่มีตังค์ ไปรอคิวเบียดคนในโรงพยาบาลของหลวง คนที่ป่วยไข้ก็จะยิ่งทรุดไปอีก เพราะร่างกายอ่อนแอเป็นทุน


ฟังดูไม่น่าจะฟังได้เลยนะ ว่าโชคดี
จะค่อยๆเล่า อดทนอ่านไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าทำไมถึงโชคดีที่เป็นมะเร็งสมอง..
8 กุมภาพันธ์



คำถาม คนทั่วไปมักพูดว่า มะเร็งเนี่ยมันเป็นโรคของกรรม???
ในความหมายว่า คนที่ต้องพบเจอโรคมะเร็งนี้ เป็นเพราะได้สร้างกรรมร้ายให้ผู้อื่นได้ทุกข์ ได้เจ็บช้ำ

อาจจริงบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด..
ที่ ว่าจริงบางส่วน โดยไม่มีการวิจัยอย่างเป็นทางการ แต่การได้ใกล้ชิดกับคุ้มและมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่เป็นมะเร็ง มีลักษณะร่วมเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือเป็นพวกชอบจัดการ คิดล่วงหน้า คิดแม้เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรคิด ฟาดฟันให้สำเร็จลุล่วงไปเร็ว ช้าไม่ได้ ขีดเส้นแล้วต้องเดินตาม เป็นอื่นไปไม่ได้..
ลักษณะนิสัยที่ไม่ยืดหยุ่นแบบนี้ มีโอกาสที่จะทำให้ผู้ที่มาปฏิสัมพันธ์ด้วย เกิดความเสียใจ เศร้าหมอง..ลองดูตัวอย่างบทสนทนานี้

เพ็ก..พี่เจี๊ยบเขาเศร้าเวลาโดนลุงโกรธ เขาบอกเจ็บใจ
แมลง..แล้วเพ็กไม่เจ็บใจหรือ
เพ็ก.. ไม่รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าลุงไม่ได้โกรธเรา ลุงเขาโมโหว่าทำไม มันถึงเกิดปัญหาแบบนี้พอแก้ปัญหาจบ ก็จบ ลุงเขาไม่ได้โกรธใคร
แมลง.. หมายความว่า ลุงโกรธงาน ไม่ได้โกรธเพ็ก??
เพ็ก..ใช่ แต่พี่เจี๊ยบเค้าไปเก็บมาคิดว่าลุงโกรธเค้า

เรื่องนี้ดูได้สองแง่ แง่หนึ่ง คือถ้าไม่กระทบอัตตา(ตัวตน)ก็ไม่เป็นไร เจี๊ยบไปจับเข้าก็เลยเศร้าหมอง แต่เพ็กไม่ไปจับ เพ็กก็เลยรอด
อีก แง่หนึ่ง คือ คุ้มสร้างกรรมดำโดยไม่รู้ตัว ปล่อยอารมณ์โกรธออกไป คนโดนเข้าก็เหมือนต้นไม้ถูกราดด้วยน้ำร้อน ย่อมเหี่ยวเฉาเศร้าหมอง กระแสของความเศร้าหมองก็ย้อนกลับใส่คุ้ม เป็นธรรมดา(ความสุขก็ยังส่งกันได้ ทำไมความเศร้าจะส่งให้กันไม่ได้)



เดินวนเวียนอยู่ในโรงพยาบาล..ไม่ใช่โรงพยาบาลก.นะ โรงพยาบาลที่เมือง Beaune ในฝรั่งเศส

อาจจริงบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด ก็คือว่า ไม่ใช่แต่โรคมะเร็งที่เป็นโรคของกรรม
เพราะกรรมแปลว่าการกระทำ ..
การกระทำใดๆ ในอดีต ส่งผลต่อปัจจุบัน และการกระทำในปัจจุบันส่งผลต่ออนาคต

คนที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะอะไร? คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเพราะอะไร?
คนที เป็นโรคเก๊าท์เพราะอะไร? มีบางคนในบ้านแมลงเอาเม็ดมะขามยัดจมูกเล่นตอนยังเป็นเด็กเล็กๆ เขาก็มีชีวิตสุขสบายดี แต่พออายุสี่สิบห้ามีเหตุให้ต้องไปผ่าตัดโพรงจมูก ..ใช่กรรมไหมละนั่น
ตอนเด็กๆ แมลงไม่ค่อยกินข้าวกินปลา กินแต่ขนม ผลคือฟันไม่ดีเหมือนคนอื่น ยังดีที่แก้ไขได้

ผลของการกระทำ มันใช้เวลากว่าจะสุกงอมและปรากฎ
ถ้าอยากให้อนาคตดีก็ต้องทำปัจจุบันให้ดี อดีตแก้ไขไม่ได้แล้ว ป่วยการคิด



เดินเข้าเดินออกห้องนู้นห้องนี้ในโรงพยาบาลในยุคกลาง ดูเครื่องไม้เครื่องมือในโรงพยาบาลหน้าตาสยองขวัญมากๆ

การเป็นโรคมะเร็งนั้น ทำให้ได้มีโอกาสพิจารณาทบทวน วิถีชีวิต การกระทำของตัวเองในอดีต ปรับปรุงปัจจุบัน เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต

วัน เวลาที่เข้ารับการรักษานี้ มีโปรแกรมแน่ชัดว่าวันหนึ่งๆ ต้องทำอะไร ทำให้คุ้มผู้ร้อนรุ่ม ขี้โมโห ได้มีโอกาสนิ่งและอยู่กับตัวเอง ทบทวน พูดคุยเรื่องความจริงของชีวิต เมื่อเข้าใจความจริงของชีวิตที่ว่า ไม่มีใครที่รอดพ้นความเกิดแก่เจ็บตายไปได้ ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนชั่ว ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เป็นแค่การรวมตัวกันของธาตุ ..เกิดขึ้นเมื่อมีเหตุปัจจัย และดับไปเมื่อมีเหตุปัจจัย ..ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าชีวิตอื่นๆ ..เป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดา เพราะจิตใจไปจับไปยึดถือ ว่านี่ตัวฉัน ยิ่งร้าย ถ้าคนรอบข้างไปจับยึดถือ ก็พลอยเป็นไปด้วย

อย่างวันนี้ ตอนนั่งรอคุ้มหน้าห้องฉายแสง มีญาติผู้ป่วยคนนึง หน้าตาเศร้าหมอง ตาบวมเพราะร้องไห้ แล้วกัน แม่ป่วยยังไม่พอ ลูกยังป่วยด้วย (คุ้มว่าขนาดฉันไม่เห็นหน้า ฟังที่พูดภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ยังรู้เลยว่าเธอทุกข์มาก..ช่วยบอกให้เธอคิดบวก..คุ้มว่า) แล้วจะเป็นพลังเป็นเรี่ยวแรงให้แม่ได้ยังไงกัน ทีนี้ก็ทุกข์กันไปหมด ไม่มีกำลังกายกำลังใจจะเดินต่อไป ..แล้วทำไมยังไปยึดไปถืออีกเล่า
เธอถาม แมลงว่าคุ้มเป็นมะเร็งแบบไหน พอเล่าให้ฟัง ก็ดูใจเธอจะชื้นขึ้น สีหน้าเริ่มมีรอยยิ้ม เพราะมะเร็งของแม่ที่คอยังเป็นระยะแรก เพิ่งฉายแสงไปแค่สามครั้ง ยังน้อยนักเมื่อเทียบกับที่คุ้มเป็น



ถ้ายังฝึกฝนใจกายไม่ได้ระดับที่แข็งแรงพอ ก็จะเศร้าสร้อย หม่นหมองเมื่อเกิดเหตุอันไม่พึงปรารถนา
แก้ไขได้ง่ายๆด้วยการมองขึ้นฟ้า น้ำตาจะกลับลงที่เดิม ท้องฟ้าสดใส นกส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
มองกลับลงที่พื้น เห็นดอกไม้ใบหญ้า หมู่แมลงและผีเสื้อเริงระบำ
โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้มีโอกาสเสพสุนทรีย์แห่งธรรมชาติ

9 กุมภาพันธ์

คำถาม หมอและโรงพยาบาลมีความสำคัญมากไหม ..ทำไมต้องใช้ตังค์ซะขนาดนั้น
แน่นอนอยู่แล้วแหละ ถ้าเก็บตังค์ไว้พอน่ะ หมอและสต๊าฟดีๆ ช่วยได้มาก
ดูตัวอย่างเรื่องหมอสามคนที่ดูแลคุ้มนะ..

อาการ ข้างเคียงที่ปรากฎให้เห็นแน่ชัดเมื่อฉายแสงผ่านไปยี่สิบครั้งและคีโมยี่สิบ ห้าครั้ง คือผมร่วง (แต่เดี๋ยวก็งอกใหม่)คุ้มว่าไม่มีปัญหา เพราะมันไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว
เมื่อวานซืน กลับจากไปกินอาหารเย็นที่เอสแอนด์พี คุ้มเอาคุ๊กกี้กล่องใหญ่ที่ซื้อมาฝากสาวๆที่เคาน์เตอร์พยาบาล เขาอยู่กันประมาณเจ็ดแปดคน กิ๊วก๊าวกันใหญ่ แซวคุ้มว่าตัดผมใหม่ หล่อจัง
คุณหมอ.ป ที่ดูแลเรื่องการฉายแสง นั่งเช็คข้อมูลคนไข้อยู่ แจมว่า "ผมเป็นช่างตัดผมเองแหละ" ได้ฮากันสนุกสนาน
คุ้มว่าบรรยากาศแบบนี้ ไม่มีในโรงพยาบาลที่เยอรมัน
..ถ้าไม่ป่วย จะได้มีโอกาสสัมผัสเรื่องดีๆแบบนี้ไหม..



วันนี้ เช็คผลเลือดประจำสัปดาห์เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ปรากฎค่าเลือดที่มีผลต่อตับไม่ค่อยดี คุณหมอส.ลายมือสวยบอกว่าเกิดจากการสะสมของยาคีโม หมอตัดสินใจหยุดยาสามวัน แล้วเช็คเลือดใหม่ ถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็จะให้หมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องตับมาดู รวมถึงอาจต้องปรับปริมาณยาใหม่
..หมอว่านี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุ้มนอนได้นอนดี นอนได้ตลอดเวลา



คุ้ม ก็ยังคงบ่ายเบี่ยงเรื่องดื่มน้ำ และเถียงเรื่องการหายใจในท่านอนราบว่าออกซิเจนเขาต่ำเพราะนอนราบ พอจะวัดก็สูดลมหายใจเป็นการใหญ่ มันไม่มีประโยชน์ เราไม่ได้ทำเพื่อจะวัด แต่เราต้องการออกซิเจนสม่ำเสมอเพื่อไปเลี้ยงเซลดี สร้างภูมิคุ้มกัน (เหมือนคนอ่านหนังสือเพื่อจะสอบ แต่เวลาปกติไม่ชอบอ่าน เพราะเขาไม่ได้อยากรู้..แมลงตรงข้าม เวลาอ่านหนังสือสอบไม่อยากอ่าน แต่อยากอ่านได้ที่อยากรู้ ฮี่ๆ) จริงๆแล้วนอนราบนี่แหละฝึกหายใจดีที่สุดผ่อนคลายมากๆ ก็โยคะศพอาสนะน่ันไง แมลงชอบที่สุดเลย ทำนานด้วย ตอนทำก็แผ่เมตตาไปด้วย
ผู้คุมก็เลยแอบไป กระซิบกับคุณหมอปร.ดูแลเรื่องกายภาพบำบัด(เราเรียกเขาว่าสไปเดอร์แมน เขาปรู๊ดปร๊าดมาก)ให้ช่วยบอก หมอบอกกับคุ้มว่า ร่างกายขาดน้ำมากก็จะทำให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อฟื้นตัวยาก (ที่สำคัญคือมันเข้าไปช่วยกำจัดของเสีย)..ทันทีก่อนกายภาพบำบัดให้ดื่มหนึ่ง แก้ว หลังกายภาพบำบัดให้ดื่มอีกหนึ่งแก้ว ..สบายไปสี่แก้วแล้วเพราะออกกำลังวันละสองรอบ

แม้ว่าจะอยู่ในมือผู้ ดูแลดี แต่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา สองเดือนในโรงพยาบาล แมลงเริ่มคิดถึงบ้านแล้ว ตอนนี้เหลือเวลาอีกแปดวันเก้าคืน จะได้กลับบ้าน สวนคงจะรกและโทรมมากๆ สระน้ำนกคงจะแห้งมากๆ บ้านก็คงวังเวง กว่าจะกลับมาเหมือนเดิมก็คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
..เป็นธรรมดานะ
12 กุมภาพันธ์

...........................................
ขอ ตัดมาเล่าเรื่องนี้ก่อน เพราะแมลงฉวยโอกาสนี้เข้าตรวจสุขภาพประจำ ปีที่ครบขวบพอดี และโชคดีที่เลือกหมอได้จ๊าบมาก เธอเป็นหมอคนแรกที่ยื่นปากกาพร้อมผลให้อ่านและให้ถามได้ อธิบายที่ละหน้า ที่ละหัวข้อ เหมือนที่พี่หมอสุนทรีอธิบายให้ฟังเมื่อปีก่อน นอกจากนั้นยังคุยกันอีกเป็นชั่วโมง..เรื่องการใช้ชีวิตและปฏิบัติธรรมอีก ..เธอชื่อคุณหมออ.
..............................................

คำถาม แล้วจะเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไรเพื่ออนาคตที่ดี
ไม่ใช่เพื่อห่างไกลจากโรคมะเร็งอย่างเดียว
แต่เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่าง สุขภาพดีทั้งกายใจ

เดือน กุมภาปีที่แล้ว ชมสวนกับพี่ๆเริ่มจากเรื่องของต้นยอที่มีมากในสวนบ้ายอของแมลงจ่อย พี่หมอทั้งหลายเขาว่ามันมีแอนตี้ออกซิเดนท์เยอะ แมลงคุยกับพี่หมอสุนทรีเรื่องโรคภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็ง พี่เขาว่าในร่างกายเรามีเซลเป็นล้านๆพี่พร้อมจะก่อตัวเป็นเซลมะเร็ง แมลงถามว่าแล้วทำ อีท่าไหนไม่ให้เป็นมะเร็งเล่าคะ พี่เขาตอบง่ายมากว่า "ก็ตัดโอกาสไม่ให้มันเกิดน่ะสิ" แมลงก็ถามกลับว่า"แล้วทำยังไงเล่า" คำตอบก็คือ ก็ใช้ชีวิตให้มันปกติน่ะซี..
แมลงถามพี่หมอสุนทรีว่า ไอ้ที่แมลงทำอยู่นี่มันโอเคไหม
พี่เขาว่า นี่แหละปกติแล้ว..ไม่ค่อยจะเห็นใครทำแบบนี้เท่าไหร่เลย..โอ้โห..เรามาถูกทางรึเนี่ย

แล้วปกติมันเป็นยังไง ใครๆก็รู้ แต่คิดว่าเรื่องอื่นสำคัญกว่าก็เลยไม่ใส่ใจ

กิน...




ขนม ปังสปิแนชโอลีฟที่โส่ยส่งมาให้กินเหลือชิ้นสองสุดท้ายเป็นมื้อกลางวันกินกับ ทูน่าสลัด ชิ้นนึงคุ้มกิน อีกชิ้นนึงยกให้ผู้มาเยี่ยมคุ้มไม่ใช่ใครที่ไหน คือพี่พี ตัวเองกินหลายชิ้นแล้วก็เลยยกให้พี่เขาไป หอมอร่อยมากๆ ชอบๆ

กินอาหารและกินอากาศ
กิน ให้ถูกต้อง..ผักสดผลไม้(สังเกตดูครบเจ็ดสีห้าสีไหม)ทุกวัน กินผักผลไม้ตอนท้องว่างจะได้ประโยชน์สูงสุด กินให้เป็นเวลา ไม่กินอิ่มเกินไป เลือกกินของใหม่สด ไม่ปอกทิ้งไว้ ปอกไปกินไป ไม่กินอาหารค้างตู้เย็นแล้วอุ่น ก่อนหยิบของใส่ปาก ให้ดูว่ากินแล้วได้อะไร ใช่กินขยะหรือปล่าว กินผักให้ได้มากกว่าครึ่งของอาหารที่กินในแต่ละวัน
หลาย คนว่าอาหารมีประโยชน์ไม่อร่อย..คำว่าอร่อยนี่อยู่ที่ความเคยชิน ถ้าเราไม่ชินกับอาหารฝรั่งก็จะว่าไม่อร่อย แต่ถ้าถามฝรั่งที่เขาชิน เขาก็ว่าของเขาอร่อย แมลงหัดกิินอาหารสารพัดชาติตั้งแต่เด็กเพราะความอยากรู้อยากเห็น ก็เลยกินอร่อยหมด แต่ต้องสดใหม่ อะไรที่ไม่ชอบรสชาติแต่รู้ว่ามีประโยชน์ จะพยายามกินจนชินก็อร่อยไปเอง ..

เรื่องนี้ คุยกับคุณหมออ. เธอว่าคลอเรสโตรอลสูงนิดหน่อยนี่ ให้เลือกว่าจะกินยาหรือควบคุมอาหาร แมลงไม่ลังเลว่าคุมอาหารดีกว่า เพราะอายุมากขึ้นถ้าไม่หัดให้ชิน ปัญหาก็ยิ่งมากขึ้นเพราะนอกจากจะกินอาหารดีที่ไม่ชอบไม่ได้ ยังมียาสะสมเต็มตัวอีก ..ขอกินอาหารเป็นยาดีกว่ากินยาเป็นอาหาร
แมลงยัง ต้องฝึกเรื่องกินให้อดใจกับขนม เค๊ก ไอศครีมและขนมกะทินี่ งดตั้งแต่วันนี้ กินถ่ัวกับผลไม้แทน ..ปกติก็ทำ อยู่แล้ว แต่จะทำ ให้จริงจังมากขึ้น
..ตอนนี้ไม่กินกาแฟและนมมาได้หกวันแล้ว ก็สบายดี กำหนดให้ไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร กำหนดให้เป็นไรก็เป็นไร ฮิฮิ..ง่ายมาก

กินอากาศ..กินอากาศมีสองแบบคือกินแบบรูปธรรมและกินแบบนามธรรม


หัด สูดหายใจเข้าออกให้เต็มปอดและหมดปอด หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ เวลานั่งยืนเดิน ทำงาน ให้รู้สึกถึงลมหายใจไปด้วย ถ้าไม่รู้สึกก็จะลืม ทำให้หายใจสั้นหรือกลั้นหายใจ
สำหรับแมลงเติมโยคะเข้าไปด้วย เพราะนอกจากได้ฝึกหายใจ ยังได้เพิ่มในเรื่องของการยืดเหยียด ทำให้สบายตัว

--ได้ประโยชน์เต็มๆที่เป็นรูปธรรม คือได้รับออกซิเจนเต็มที่ เพื่อกระบวนการสร้างพลังงาน เม็ดเลือดขาว และภูมิคุ้มกัน
--ได้ประโยชน์มหาศาลที่เป็นนามธรรม คือจิตใจสงบสุข นิ่งสบาย เพราะได้อยู่กับปัจจุบันขณะ



ใคร ที่ไม่เคยคิดเรื่องนี้ ลองทำดูเวลาอยู่ว่างๆ หรือเวลาที่ต้องคอยอะไร ลองสูดลมหายใจ ตามลมหายใจดู นอกจากเพลิดเพลินแล้วยังทำให้ใจสงบด้วย นอนราบก็ยังทำได้ แมลงหัดเรื่องนอนหายใจนี่ตั้งแต่เล็กๆ เพราะอ่านหนังสือของพระนัชห์ฮันท์ว่านอนสมาธิก็ทำได้ ..เป็นพวกหลังยาวก็เลยชอบใจ

แมลงช่วยคุ้มฝึกหายใจ สองรอบตอนเช้าเปิดเพลงของโชแปง ตอนก่อนนอนสวดชินบัญชร แล้วให้คุ้มฝึกหายใจลึกๆช้าๆนุ่มๆ แล้วมีเครื่องวัดอ๊อกซิเจนติดดูผล เกินเก้าสิบห้าถือว่าใช้ได้



ขับถ่าย..
ร่างกายกินอาหารแล้วก็ต้องเอาของเสียออก..บางคนกลั้นฉี่ บางคนไม่อึเป็นอาทิตย์ สะสมของเสีย..
ต้อง ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา เมื่อปวดอึ ปวดฉี่ก็ให้เอาออก ฟังร่างกายเขาสั่ง คอยสังเกต ทำ ตัวเป็น Shitologist และPeeologist ของเสียของตัวเองทุกครั้ง ฉี่ใสไหม มากน้อยเท่าไหร่ สัมพันธ์กับน้ำ ที่กินเข้าไปไหม อึสีเหลือง น้ำตาล เขียวหรือแดง ขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ รูปทรงเป็นยังไง แตกๆ น้ำ หรือเป็นลำใหญ่ยาวตลอด เหมือนลำไส้หรือเปล่า
ตอนอายุยี่สิบเอ็ดต้องไปนอน โรงพยาบาลคืนนึงให้หมอล้วงก้นเพราะไม่อึสามวัน มัวแต่ไปคิดไปทำ เรื่องอื่นที่ไม่สำคัญแต่คิดว่ามันสำคัญ ก็เลยมีปัญหาขับถ่าย โดนหมอเทศน์ซะ ตั้งแต่นั้นมาก็เลยฝึกขับถ่ายทุกวันให้ปกติ..


พักผ่อน..
--นอนหลับให้พอ
ร่าง กายใช้พลังงานในการเคลื่อนไหวทั้งวัน พอพลังงานหมดก็จะส่งสัญญานให้รู้ ก็ต้องพัก บางคนทำงานตะลอนๆ ไม่หลับไม่นอน ไม่หยุด ไม่พัก บอกว่าเลือกไม่ได้..ไม่จริงหรอก ไม่เลือกเองต่างหาก ถ้าไม่ทำ จะได้ตังค์น้อย ไม่มีตังค์มากพอไปซื้อนู่นนี่..ลองไม่ซื้อนู่นนี่ หรือซื้อน้อยลงดูดิ..เวลาให้พักมีเพียบเลย
เรื่องนี้ เป็นไปโดยบังเอิญ เพราะถังพลังงานของแมลงมีขนาดเล็กกว่าคนอื่น ที่สำคัญคือเป็นพวกไม่ทน พอร่างกายบอกเหนื่อยก็จะหยุด ..นอนกลางวันหลังอาหารนี่ทำ มาตลอด มินำพาใครจะว่าเป็นคนขี้เกียจ ร่างกายเขาสั่ง พอสามทุ่มก็เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว พอนอนหลับเต็มที่ เขาก็จะสั่งให้ตื่นเอง ตีสี่ตีห้าก็ตื่นแล้ว สมัยอยู่ที่สกลนครก็จะลุกขึ้นมาทำงาน พอพระอาทิตย์ขึ้นก็รีบออกไปเล่นดินในสวนก่อนออกไปทำงานหลัก..เมื่อไหร่ฝืนทำ ร่างกายบอกเหนื่อย แล้วไม่ยอมฟัง เป็นได้เรื่องทุกที
--เล่นสนุกนั่นนี่
ใช้ เวลาให้คุ้มกับเพื่อนๆที่ชอบพอ เล่นสนุกนั่นนี่ นอกจากเล่นดินในสวน แมลงชอบเล่นทำอาหารแบบง่ายๆ และเย็บผ้า การเล่นแบบนี้ นอกจากสนุก ยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา
ตอนที่แมลงเป็นโสด หลายคนชอบถามว่าเหงาไหม..ไม่เคยเหงาเลย เพราะไม่เคยว่างจากของเล่น
คนที่ไม่มีของเล่น พอวันนึงมีเวลาว่างมาก เขาจะหงุดหงิดเพราะไม่มีอะไรจะทำ




ออกกำลังกาย..
เรื่องนี้หลายคนบอกว่าขอนอนดูทีวีดีกว่า ไม่อยากเหงื่อออก..ง่ายดี แต่อนาคตไม่ดี..ชัวร์
ลองวัดอัตราการเต้นของหัวใจดู ถ้าหัวใจเต้นหกสิบตุบกับแปดสิบตุบต่อนาที..อย่างไหนจะดีกว่ากัน
ถ้า แปดสิบตุบ เขาต้องทำงานหนักกว่าหกสิบตุบแน่นอน วิทยาศาสตร์การแพทย์เขาว่า อยากจะให้หัวใจเต้นน้อยครั้งต่อนาทีก็ต้องออกกำลังกายเป็นประจำ

ตอน ที่แมลงอายุสี่สิบไปเดินขึ้นเขาชันที่ภูเรือ เห็นเพื่อนร่วมงานอายุสามสิบเหนื่อยปานขาดใจ เดินไม่ได้สุดทางต้องให้รถมารับกลางคัน ก็ยิ่งยืนยันความเข้าใจของตัวเองว่าถูกต้อง เพื่อนคนนั้นเขาไม่กินผักเลยแม้แต่คำเดียว และไม่ออกกำลังกายด้วย เขาก็เลยไม่ฟิต ไม่ต้องเป็นพวกตาทิพย์ ก็มองเห็นว่าถ้าอายุถึงห้าสิบคงจะมีโรคหลายชนิด ขนาดอายุสามสิบยังเดินไม่ไหว


ทำสวน..
แมลงใช้วิธีทำสวน ตั้งแต่เมื่อวัยเยาว์ เพราะคิดแบบคนจน ไม่มีตังค์ไปเที่ยวเล่น อยู่กับบ้านปลูกต้นไม้ดีกว่า พอทำสวนเล่นดินไปนานๆเข้า ประโยชน์มันเพิ่มขึ้นเรื่อย
มีโอกาสให้โดยไม่ต้องลงทุนมาก..ให้ต้นไม้ แก่เพื่อนฝูง ให้ที่พักอาศัยกับสัตว์ในสวน ให้อากาศบริสุทธ์กับตัวเองและโลกใบใหญ่ ให้วิวดีๆกับตัวเองและเพื่อนบ้าน (คนแปลกหน้าพฤกษาชนเข้ามาขอนอนเล่นในสวนก็มีบ่อยๆ)
ที่สำคัญ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของชีวิต เห็นสิ่งใหม่ๆในสวนทุกวัน ได้เข้าใจชีวิตจากธรรมชาติ ได้รับพลังจากธรรมชาติ ได้พบกับความสงบสุขในหัวใจ
ได้ออกแรง เคลื่อนไหวร่างกาย เหงื่อออกทุกวัน


ทำงานบ้าน..
นอก จากทำให้บ้านสะอาดน่าอยู่โดยไม่ต้องพึ่งคนอื่นแล้ว ยังมีโอกาสได้เคลื่อนไหว ร่างกายให้เหงื่อออก หลายคนไม่ชอบทำงานบ้านเพราะเหนื่อยและดูเหมือนจะเป็นความทรมาน
แต่แมลง โชคดีได้ฝึกตั้งแต่เล็ก พี่น้องเวลาเขาทำงานบ้านจะหงุดหงิดใส่กัน แมลงไม่อยากให้แม่มดเอ็กซ์เสียใจ หาเงินเลี้ยงลูกเหนื่อยแล้วยังต้องมาเห็นลูกตีกัน ก็เลยเหมาหมด ซักผ้ารีดผ้า(ให้ทุกคน) ถูบ้าน ขัดมุ้งลวด ขัดห้องน้ำ ล้างจาน ตัดต้นไม้ รดน้ำ ต้นไม้ ตอนเด็กๆก็เบื่อเหมือนกัน แต่ได้อ่านบทเรียนเรื่องการกินส้มและการล้างจานของพระนัชห์ฮันท์จากหนังสือ ปฏิหารย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ..งานบ้านก็ไม่น่าเบื่อ อาจจะมีเหนื่อยบ้างก็ใช้วิธีค่อยๆทำ แถมยังเป็นโอกาสให้ได้ฝึกตนอีก


เล่นกีฬา..
จะ เล่นกีฬา อะไรก็ได้ให้เหงื่อออก หัวใจได้ทำงานเต็มที่อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เรื่องนี้แมลงยังกำหนดไม่ค่อยได้ จะทำเมื่อมีโอกาส แต่ไม่กำหนดโอกาส เช่น ขี่จักรยานเล่นในวันหยุดของคุ้ม หรือไปว่ายน้ำ ตอนอากาศร้อน ไม่ได้ทำสม่ำเสมอ เห็นพี่สุนทรีกับพี่ไววิทย์เขาใช้วิธีเดินทุกวัน..ได้เรียนรู้จากน้องๆ กายภาพบำบัดไปเนี่ย..เห็นทีจะต้องจริงจังแล้ว น้องเขาว่าฮูล่าฮูป จักรยาน แอโรบิคง่ายสุด ให้หัวใจได้ทำงานติดต่อกันสามสิบนาที โยคะอย่างเดียวไม่พอ..



ไม่คิดเรื่องที่ไม่มีประโยชน์..
บางคนบอกว่าแมลงเป็นพวกชอบignore ..
ไม่ใช่หรอก แมลงไม่สนใจเรื่องที่ไม่มีประโยชน์กับตัวเองน่ะ
เสียเวลา ดูทีวียังไม่ดูเลย เสียเวลา
สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจดีกว่า..แมลงว่านอนเฉยๆก็มีประโยชน์ ร่างกายได้พัก
นั่น สิ ประโยชน์ของเรากับของท่านนี่ มันนิยามต่างกัน จะคุยกันรู้เรื่องไหมนี่ ..ถ้าประโยชน์ของท่านหมายถึงทรัพย์สินเงินทอง ตำแหน่งการงานสังคม เรื่องที่เขียนมานี้เป็นอันไม่มีประโยชน์


ทำจิตใจให้แจ่มใส เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ..
วันๆ เรามีเรื่องไม่พึงปรารถนาเข้ามาในชีวิตมากน้อยแตกต่างกัน ต้องพยายามล้างทิ้งเรื่องร้ายนั้นออกไป เพราะถ้ามันเข้ามาในจิตใจได้ เท่ากับเราได้สะสมความเครียดและความเครียดมีผลให้เจ็บป่วย ใครอยากรู้เรื่องนี้ละเอียดและสนุกลองไปอ่านหนังสืือเรื่องเล่าจากร่างกาย ของคุณหมอชัชพล เกียรติขจรธาดาที่ลงในบล๊อกที่แล้วได้..รู้ไหมว่าความเครียดนี่มันมีผลร้าย กับร่างกายเกินว่าที่เราจะคาดคิด
แมลงมีประสบการณ์ความเครียดที่เกิดขึ้น ตอนที่คุ้มมีอาการชักและต้องขึ้นมากทม.ด้วยของโรงพยาบาล ..ณ ขณะที่ยังคงต้องจัดการเรื่องราวต่างๆ จนกระทั่งถึงมือหมอ แมลงไม่รู้สึกหิว ไม่รู้สึกเหนื่อย ปวดฉี่หรืออะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งคุ้มปลอดภัยในมือหมอ จึงเริ่มหิวข้าว ตามด้วยง่วงนอน..อ่านจากหนังสือเรื่องเล่าฯ จึงเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นธรรมชาติ มีกลไกของร่างกายที่จะจัดการกับความเครียด ..ถ้าเราปล่อยให้เกิดขึ้นบ่อยๆ สารอดีนาลินที่หลั่งออกมานี่แหละ..ร้ายนัก



บรรยากาศ ในยิมที่โรงพยาบาล คุ้มกับแมลงขึ้นไปเล่นที่ยิมกันทุกบ่ายสาม วันแรกที่ขึ้นไป มีนายหน้าแขกนี่เปิดเพลงภาษาต่างดาวแบบฟังคนเดียวลั่นห้อง คุ้มบ่นให้ได้ยินว่าเขาเป็นมลภาวะ แต่เราทัก อัลซาลอมอาลัยกุมกันทุกวัน จนวันไหนที่นายนี่ไม่มา คุ้มบ่นคิดถึง ตอนเย็นไปกินข้าวขากลับ เห็นเขานั่งจิบกาแฟอยู่คนเดียวที่ชั้นล่าง เราส่งกระแสจิตให้เขาแหงนขึ้นมาทัก..มิตรภาพเกิดขึ้นได้ทุกที่ หากเราเปิดใจ..เขาชื่อราชิต ประสบอุบัติเหตุ ผ่าตัดทั้งตัว ดามทั้งตัว ต้องมาอยู่กายภาพบำบัดที่นี่เป็นปีแล้ว..นี่ไง เพื่อนผู้เกิดแก่เจ็บตาย..มีมากมายในโลกนี้
ใครก็ตามเมื่อคิดว่าเรื่อง ของตัวเองหนักหนา ให้ดูเรื่องของคนอื่น หนักกว่าเราเยอะ แมลงเคยไปยืนน้ำตาคลอกับป้าที่มีลูกไม่สมประกอบในหมู่บ้านตอนพาแม่มดเอ็กซ์ เดินตอนเช้า..สงสารเขาน่ะ สงสารทั้งแม่ทั้งลูกเลย ..ที่เขาต้องเจอเรื่องร้ายๆ

เรื่องอื่นใดไม่สำคัญ เท่าเรื่องของร่างกายและจิตใจของเราเอง ถ้าร่างกายจิตใจของเราเป็นปกติ ประโยชน์ใหญ่ก็จะได้แก่สังคมและโลกใบใหญ่ของเรา โดยไม่ต้องออกไปวิ่งวุ่นทำนู่นนี่ให้วุ่นวายเลย

และทั้งหมดนี้เป็น สรุปเรื่องที่แมลงคุยกับคุณหมออ.ทีี่นอกจากจะอธิบายผลการตรวจสุขภาพประจำปี แบบเดียวกับที่พี่หมอสุนทรีอธิบายให้แมลงฟังเมื่อปีที่แล้ว(ไม่เคยเจอหมอคน ไหนที่อธิบายละเอียดพร้อมยื่นปากกาให้จดและถามมาก่อนในชีวิต) ยังคุยกันเรื่องปรัชญาการดำเนินชีวิตด้วย ถ้าเข่้าใจได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็ถือเป็นการเตรียมตัวที่ดี สำหรับวันข้างหน้า..

ความจริงเรื่องที่ แมลงพูดมานี่ใครๆก็รู้นะ แต่ว่าจะจริงจังกับมันจนเป็นวิถีปกตินี่น่าจะมีเยอะๆนะ เพราะถ้าร่างกายเราแข็งแรงดีก็เท่ากับช่วยชาติได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องไปเดินขบวน
16 กุมภาพันธ์
_____________

รายงานเรื่องระทึกล่าสุด
เตรียมใจพร้อมรับมือกับเรื่องไม่คาดคิด
_____________

เมื่อ เช้านี้ตื่นมาตอนตีห้า บอกว่า อะไรไม่รู้หลุดเข้าไปในกางเกง เสร็จแล้ว เอาขาขวายื่นออกมานอกราวกั้น ถอดกางเกงออกครึ่งนึงแล้ว เราเช็คไม่เห็นมีอะไร เลยบอกถ้าจะออกมานอกเตียงต้องเอาขาเข้าไปในที่กั้นกันตกก่อน
จากนั้น คุ้มบอกว่าจะลงไปที่วีลแชร์ พอลงวีลแชร์ก็จะเอากระป๋องพลาสติก (ไม่รู้จะเอาไปทำไม) พอเข้าไปในห้องน้ำก็ไม่ยอมออกจากวีลแชร์ ไปนั่งที่โถส้วม แต่ขยับจะออกจากรถเข็น เราว่าขยับไม่ได้นะ ล้มแน่ เขาก็เลยเอากล่องพลาสติกรองฉี่ และบอกว่า จะเอาฉี่ไปตรวจที่โรงงาน พอถามว่าทำไม เขาบอกว่าบอกไม่ได้ อธิบายไม่ถูก
พอกลับมาที่เตียง ก็ไม่ยอมขึ้นเตียงรีรอยู่ พอขยับขึ้นพร้อมกันเหมือนปกติ ที่ให้แขนและขาขวาเป็นหลัก แล้วแมลงประคองนั่ง ไม่ล๊อกวีลแชร์จะได้ถีบออกไปทันทีไม่เกะกะ และพูดให้ทำไปพร้อมกันเหมือนเคย แต่คราวนี้ เขาไม่ทำตามแต่ไปคว้าวีลแชร์โดยไม่บอก น้ำหนักตัวเลยโถมลงไปกองกับพื้นด้วยกัน
แมลงกดออดเรียกพยาบาลในช่วย เขาโมโหใหญ่ถีบเท้ายันจะลุกเอง บอกไม่ได้นะ เดี๋ยวไอ้ที่ยังไม่หายดีจะบวมขึ้นมาอีก..
เขาบอกว่าเขาไม่เจ็บ สบายๆ แต่แมลงไม่เชื่อ..ก็ฉันยังถลอกเลย
ก็เลยเอาแผ่นเจลเย็นประคบตลอดจนน้องนักกายภาพมาดูตอนเช้าตามเวลา
จากตีห้ากว่าๆ หลับยาวจนเก้าโมงเช้า จะไม่ยอมกินอาหารเช้าอีก เพราะห่วงกายภาพบำบัด
แมลงยืนกราน ต้องกิน ไม่ง้ันมื้อยาที่ต้องกินก็จะเพี้ยนไป
สักพักบอกไม่ให้กายภาพบำบัดมา เพราะจะต้องกินข้าวต้องอึ..
แมลงยืนกราน กินข้าวและอึตามปกติ กายภาพบำบัดก็ต้องมา เขาต้องมาดูไอ้ที่ล้มว่าบวมไหม จะต้องอัลตร้าซาวน์และประคบยังไง

เรื่อง พูดเบลอๆ เพ้อเจ้อนี่ไม่ใช่ครั้งแรก มันประมาณสี่ครั้งได้ ทุกครั้งมันจะเกิดขึ้นตอนกลางดึกมากๆที่ไม่มีผู้เยี่ยมคนไหนเห็นนอกจากแมลง ที่อยู่ยี่สิบสี่ชั่วโมง
อาการที่เป็นแบบนี้หมอให้คำตอบว่าเป็นธรรมดา เพราะตัวเซลร้ายในสมอง

ดูๆแล้วเหมือนเขาอยู่อีกโลกหนึ่ง..ที่เราสื่อสารเข้าไปไม่ถึงกัน..
แมลงต้องใช้เวลาประมาณสามสิบนาทีระหว่างโยคะถึงจะจัดการเคลียร์จิตใจให้สงบนิ่ง เป็นปกติ แจ่มใสได้

19 กุมภาพันธ์ เช้า
_________
เพิ่มเติม
_________
ผลเลือดออกแล้ว ..การทำงานของตับยังไม่ดีขึ้น
ค่าปกติ AST อยู่ที่ 0-40 ไต่ระดับจากเมื่อวันอังคาร 158 เป็น 292
ค่าปกติ ALT อยู่ที่ 0-40 ไต่ระดับจากเมื่อวันอังคาร 215 เป็น 385
ทั้งๆที่เราลดยากันชัก Dilantin ไปแล้ว
คราว นี้ หมอก็เลยสั่งงดเหลือ 0 และรอเช็คผลอีกเช้าวันจันทร์ ถ้าแนวโน้มค่าASTและALTลด ก็จะกลับบ้านได้ และเช็คผลเลือดทุกสามวันส่งแฟกซ์ให้หมอดูเป็นระยะ แต่ถ้าไม่ลด ก็ต้องอยู่ต่อ เพราะความเสี่ยงต่อตับโต ตับแข็งก็จะมีมากขึ้น

เรื่อง ที่คุยกับโส่ยเมื่อวันก่อนว่า ต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แมลงหาอ่านไม่เจอญาติผู้ป่วยที่มีประสบการณ์ท่านไหนเขียนบอกไว้ แม้แต่ว่าเป็นเว็บภาษาอังกฤษ มีแต่ว่าเขาร้าวรานใจเพียงใด..
อีกทั้งเว็บที่เป็นทางการทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยก็ไม่เห็นเขียนบอก ทำให้เหมือนคนตาบอดเดินจูงคุ้มที่ป่วยไข้ไปด้วยกัน
วันนี้ก็เลยตัดสินใจ คุยกับหมอลับหลังคุ้ม ถึงสิ่งที่ปรากฎ
ตอนนี้เข้าใจและมองเห็นแล้ว ว่าเหตุการณ์ฉากต่อไปจะเป็นอย่างไรบ้าง..

ต่อไปนี้ เพื่อนๆ พี่น้อง ป้าๆ ทั้งหลาย ไม่ต้องห่วง
ขอให้ดูตัวอย่างนี้ให้ดี ว่าเราต้องเตรียมตัวจริงๆ ไม่ใช่เตรียมใจ
อย่างที่แมลงได้ยินเมื่อวานว่า "ฉันวางได้ทุกสิ่งแล้ว"..ไม่ใช่นะ
...เรา ต้องเตรียมกาย เตรียมใจ เตรียมทรัพย์ เตรียมจัดการ ใช้ชีวิตอยู่กับความจริงอย่างไม่ประมาท...โปรดอ่านบรรทัดนี้ซ้ำอีกที หากยังไม่แน่ใจในความหมาย

ฉากต่อไปจะเป็นอย่างไร เหตุการณ์ระทึกขวัญจะเป็นแบบไหน แมลงพร้อมรับเต็มที่ จะไม่บอกตอนนี้ เพราะเรื่องยังมาไม่ถึง จะค่อยๆตามดูชีวิตไปพร้อมๆกัน รับรู้ประสบการณ์ร่วมกันว่า เราจะทำอย่างไร

แค่มีเพียงแผนที่กับไฟฉาย แม้ต้องเดินฝ่าความมืดก็ไม่เป็นไร .....

19 กุมภาพันธ์ เย็น
____________________________

มารายงานความคืบหน้าของวันนี้
____________________________



ชีวิต ก็เป็นอย่างนี้เองแหละ ไม่เคยเห็นก็เลยงุนงง แปลกใจ แต่เห็นมากขึ้นก็รู้ว่าธรรมดาไม่แปลก เหมือนช้างกลับหัวนี่ เห็นครั้งแรกในสเปน เฮอะ..อ้าวมาเจออีกในฝรั่งเศส..ธรรมดา ช้างกายกรรมคงจะหัดมา ฮะฮะ..ยิ่งถ้าเจอช้างจริงแบบที่บ้านเรา ก็ยิ่งว่าไม่เห็นจะแปลก

ผลเลือดออกแล้วได้เจอหมอที่ดูแลเรื่องตับ แต่ยังไม่เจอคุณหมอส. มีแนวโน้มว่าจะเจาะเลือดวันศุกร์หรือเสาร์อีก..อยู่รพ.ต่อจ้ะ
..เพื่อนโส่ย ทำซุปผักอิตาเลียนได้บ่..คุ้มชอบกิน กินแกงจืดของร้านแถวนี้จนหมดทุกร้านแล้วซ้ำไปซ้ำมา..
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับ five star catering :-)นะคร๊าา


22/2 19/2 15/2 12/2 5/2 22/1 NORMAL 11/1

AST 301 292 158 127 69 24 0-40 -
ALT 433 384 215 164 93 39 0-40 -
เร่ิมฉายแสงวันที่ 11/1
หยุดคีโมวันที่12/2
ลดยากันชักวันที่ 15/2
หยุดยากันชักวันท่ี 19/2
รายงาน ผลการทำงานของตับจากการตรวจเลือดล่าสุด จะเห็นได้ว่า แม้ว่าจะหยุดคีโมตั้งแต่วันที่12กุมภา แต่ค่าAST,ALTกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะลดยากันชักDilantin ก็ยังไม่ลด แต่พอหยุดยากันชักวันที่สิบเก้า ก็มีอัตราเพิ่มแบบลด ทำให้พอมองเห็นแนวโน้มว่าจะลดลงในระดับปกติได้
แต่การปรับลดยากัน ชักDilaninออก เหลือพึ่งพาแต่ Depakinเพียงตัวเดียว ก็มีความเสี่ยงของการชักได้ ดังนั้น จะต้องมีการตรวจเลือดสม่ำเสมอ สัปดาห์ละสองครั้ง และปรึกษากับคุณหมอส.โดยตลอด

หากระดับค่าAST,ALT ที่แสดงการทำงานของตับลดลงอยู่ในระดับที่เสถียร หมอก็จะให้กลับบ้านได้ ซึ่งมีข้อดีคือ จะโอกาสทำอาหารกินกันเอง หลังจากต้องวนเวียนกินแต่อาหารในละแวกนี้ มีโอกาสเลือกกินผักสดผลไม้ได้มากขึ้น ไม่ต้องรอญาติเอามาเยี่ยมและซื้อผลไม้ซ้ำ ๆในโรงพยาบาล แมลงได้มีโอกาสออกกำลังกายบ้าง แต่ความเสี่ยงในการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะตอนเข้าห้องน้ำ ตอนกลางคืนมีมาก จะต้องมีผู้ช่วยพยาบาลมาช่วยหนึ่งคน คุ้มจะยอมหรือไม่ ก็ต้องยอม เพราะมันคือความเสี่ยงที่ไม่ต้องการให้เกิด และเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ต้องเตรียมตัวคือ อาการมั่วจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราจะต้องมีสติอย่างยิ่งยวด ถ้าเหนื่อยเกินไปคาดว่าสมองแมลงเองจะไม่ทำงานและเอาไม่อยู่

และขอขอบ คุณมิตรรักทุกท่าน ไม่ต้องเป็นห่วงแมลงว่าจะมีความทุกข์นะ..สบม. ตอนนี้เคลียร์มาก จะทำอย่างที่ติวเตอร์พี่หมอสุนทรีสอนไว้ ไม่ให้ข้อมูลแก่คนที่ไม่พยายามเข้าใจ แต่ให้เป็นหน้าที่หมอและทีมแทน เพราะถึงบอกไปก็ไม่มีใครฟังเราอยู่ดี เหนื่อยกายไม่พอ ยังเหนื่อยใจอีก ไม่มีประโยชน์ เก็บแรงไว้ให้คุ้มดีก่าาา

22 กุมภาพันธ์


----------------------
เป็นมะเร็งสมองนี่โชคดีจริงๆ....
----------------------

ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ทรมาน ได้รู้ว่ายังมีเวลาเหลือ ได้เตรียมพร้อมสำหรับนาทีสำคัญ ..ได้เห็นชีวิต..



จาก การหาข้อมูลด้วยการอ่านและปรึกษาผู้รู้ประสาคนธรรมดา เข้าใจว่าเซลมะเร็งนี่มีหลายแบบ แต่ละแบบก็มีลักษณะนิสัย การพยากรณ์โรคและอายุที่คาดหวังแตกต่างกันไป รวมถึงวิธีการรักษาด้วย นอกจากนี้ผู้ป่วยมีฐานเดิมแตกต่างทำให้ผลการรักษาและอายุที่คาดหวังแตกต่าง กันด้วย
เขาว่ามะเร็งที่มีต้นกำเนิดที่ปอดมักลามไปที่สมอง มะเร็งที่มีต้นกำเนิดที่เต้านมมักลามไปที่ปอด สมอง และตับ บั้นปลายจะทุกข์ทรมานเจ็บปวดมาก

แต่มะเร็งที่มีต้นกำเนิดที่สมองมัก ไม่ลามไปที่ไหนๆ แต่จะขยายไปกดทับสมองส่วนทีละนิดๆจนมีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ถ้าอ้างอิงตามที่คุณหมอศ.ที่ทำBiopsy จะเห็นได้ว่าเซลมะเร็งของคุ้มจะขยายลามแบบทวีคูณอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่รักษาใดๆ ก็จะสิ้นสุดอายุภายในสามเดือน แต่ถ้าทำการรักษามาตรฐาน ค่าอายุที่คาดหวังของผู้ป่วยจะอยู่ที่หนึ่งปี(แปลว่าอาจจะน้อยหรือมากกว่าปี นึงก็ได้) อาการของโรค จะทำให้อ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะนอนมากกว่าตื่น ไม่สามารถกินอาหาร และลุกไปขับถ่ายได้เอง และท้ายที่สุดก็จะหลับไปเฉยๆ

วัน ที่เราจะออกจากโรงพยาบาลธ. เพื่อกลับบ้านรอให้แผลผ่าตัดหายเพื่อเข้าทำ การรักษาที่โรงพยาบาลก. คุณหมอศ.พูดกับคุ้มอยู่ประโยคนึงที่แมลงน้อมขอบคุณอย่างสุดซึ้ง เพราะเป็นคำพูดที่แมลงเพียรบอกใครๆ ไม่เพียงแต่คุ้ม ให้เห็นคุณค่าของเวลา และใช้ให้เป็นประโยชน์..เพราะเห็นชีวิตคนเต็มไปด้วยอัตตาและสร้างเงื่อนไข ให้ขัดแย้งกันทำให้มีทุกข์

หมอว่า.."ผมเชื่อว่าคุณทำ อะไรดีๆให้คนมากมายมายาวนาน ขอให้ใช้เวลานี้ ให้มีความสุขและเกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง"

และก่อนคุณหมอส.ที่ดูแลคีโมมาอธิบายเรื่องแผนการรักษา หุ้นส่วนอยู่กันเต็มห้อง มีคนนึงถามแมลงว่า ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร..
คำ ตอบของแมลงคือ แมลงไม่รักษา แต่จะเอาเงินสะสมมาจ้างนางพยาบาลมาดูแลให้อาหาร ทำความสะอาดร่างกาย จัดการให้แมลงอยู่และไปอย่างสบาย เงินที่เหลือให้เอาไปเป็นกองกลางสำหรับพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ไว้ดูแลตัว เองต่อไป และติดต่อกาชาดมาจัดการร่างกายและอวัยวะที่บริจาคไปแล้ว ก่อนที่มันจะหมดสภาพและเอาไปใช้กับคนอื่นไม่ได้ เพราะเซลมะเร็งสมองชนิดนี้ไม่แพร่กระจายไปทำ ให้อวัยวะส่วนอื่นเสียหาย..โชคดีจริงๆที่อะไหล่ยังเอาไปใช้กับรถคันอื่นได้ อีก

เหลือทั้งเงิน เหลือทั้งอะไหล่ ไม่ต้องวุ่นวายกับพี่น้องคนอื่นที่เขาต้องทำงานและมีชีวิตตามปกติ



เวลา ที่คุ้มเข้ารับการรักษาด้วยการฉายแสงและคีโม รวมถึงกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย แมลงรับรู้อยู่เต็มหัวใจ ว่ามันคือการยืดอายุให้มีโอกาสได้จัดการเรื่องราวต่างๆในส่วนที่ยังไม่แล้ว เสร็จ จะได้ไม่ติดค้างกับคนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ในชีวิต หาได้หมายถึงการรักษาเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตปกติอีกหลายปีอย่างที่หลายคน พยายามจะให้เป็นอย่างที่ตัวเองเชื่อไม่..

<<<<..แม้แต่ คุ้มเอง(คุยกันเมื่อวานนี้..23กุมภาพันธ์) ยังพูดว่า ไอ้การรักษาวุ่นวายนี่ จะทำให้ชั้นอยู่ได้ถึงหกเจ็ดปีไหมนะ ไม่อยากเชื่อเลย..ที่พูดแบบนี้เพราะเห็นอาการถดถอย การรักษาไม่ได้รุดหน้าทางบวก>>>>

แต่โชคไม่ดีที่ไม่มีใครมองเห็นเหมือนกับที่เราเห็น..

ระยะ แรกของการรักษา ที่สภาพร่างกายคุ้มอ่อนแรงมากจากเซลร้ายและการรักษาตามความเชื่อนอกแผน มาตรฐานของหมอที่คุ้มรับเพราะมีผู้ปรารถนาดีศรัทธานั้น นอกจากแมลงจะดูแลคุ้ม ยังทำงานเป็นตัวกลางระหว่างหุ้นส่วนและลูกน้องคุ้ม รวมถึงลูกและคุ้ม ทุกอย่างดูจะเป็นไปด้วยดี ทุกคนมีความตื่นตัวถึงสภาพพายุที่พัดต้นไม้ใหญ่
แต่ดูเหมือนว่าพอถึงระยะกลางของการรักษา สภาพร่างกายดูดีขึ้น พวกที่เกี่ยวข้องกลับเป็นเหมือนเดิม ..
คราวนี้..
แมลง ก็เลยถอดใจ..ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอและพยาบาลที่จะทำความเข้าใจกับหุ้น ส่วนที่เป็นตัวละครหลัก แต่ก็ยังคงปรนนิบัติคุ้มให้สุขสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคุ้ม เหมือนกับการเดินทางแบบพิเศษสุดกว่าครั้งไหนๆ
ได้ รับประสบการณ์แปลกใหม่ แม้ว่ามันจะมีหลายอย่างที่เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ แต่ทำให้แมลงได้มีโอกาสใช้เวลาอยู่กับคุ้มยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำสิ่งที่ดีๆให้กับคุ้มอย่างเต็มที่ ให้เขาได้อยู่ดี กินดี นอนดี หายใจดี ขับถ่ายดี และไม่คิดเรื่องไม่ดีให้จิตใจเศร้าหมอง มีร่างกายและจิตใจสะอาดสะอ้าน
ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตและธรรมชาติของชีวิตอย่างใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
แม้ว่าจะได้ศึกษามาบ้างก็จากทฤษฎีและธรรมชาติของชีวิตในสวน ไม่ใช่ชีวิตคนจริงๆ



การเดินทางของชีวิต ไหลเรื่อยไป..
วันนึงรองเท้าคู่ที่เราใส่อยู่ ก็ต้องถอดทิ้ง เพื่อหาคู่ใหม่ที่เหมาะสมกว่า

การ ที่คนเราจะได้เกิดมา พบกัน เป็นเพื่อนกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน ได้ทำสิ่งต่างๆในชีวิตด้วยกัน..ทุกนาทีเป็นเวลาที่มีค่า ที่ให้โอกาสเราได้เป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่เจ็บตายด้วยกัน ได้เข้าใจความหมายของธรรมชาติของชีวิตว่าเป็นเช่นนี้เอง..

ทำอย่างที่ครูผู้ยิ่งใหญ่สอนไว้ ว่าให้เตรียมพร้อมถึงความตายโดยไม่ประมาท

ขอบคุณคุณหมอทุกคน น้องๆเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลธ.และโรงพยาบาลก.
ที่ทำหน้าที่เต็มที่กันทุกคน ทำให้คุ้มได้รับการรักษาที่ดี สะดวกสบายตามควรแก่สภาพ
ขอบคุณน้องเอ๋ คุณกระแตหุ้นส่วนคุ้ม และอีกหลายๆคน
ที่ช่วยจัดการเรื่องภายนอกทุกอย่างทำให้้แมลงได้อยู่ดูแลคุ้มตลอดเวลา
ขอบคุณทุกกำลังใจ ที่มีมาสมำ่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ตัวเป็นๆ
ผลไม้ ขนมนมเนย..ขอบคุณทุกคนทั้งที่มาทั้งหลังไมค์และคอมเมนต์
ทำให้ชีวิตในโรงพยาบาล ไม่เงียบเชียบ วังเวง

..วันนี้ผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจ พรุ่งนี้ได้กลับบ้านแล้ว
ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป การผจญภัยเกิดขึ้นทุกวัน
แมลงอาจไม่มีโอกาสมาเล่าอะไรๆ ให้ฟังเหมือนเช่นเคย
แต่ก็จะคิดถึงและขอบคุณ ถ่านไฟฉายพลังสูงทุกๆท่าน


24 กุมภาพันธ์

Create Date : 31 มกราคม 2554
Last Update : 10 เมษายน 2554 21:22:56 น.

Additional information