แม่น้ำทุกสายมีแหล่งกำเนิดเดียวกัน

เวลาเป็นของมีค่า..โชคดีที่เป็นมะเร็งสมอง..แม่น้ำทุกสายมีแหล่งกำเนิดเดียวกัน

เราพากันไปหาหมอเมื่อวันเสาร์ที่ 23 เพื่อทำ MR เช็คขนาดของเซลร้ายและผลเลือด ซึ่งออกมาดีอย่างที่ตั้งใจ เซลร้ายลดขนาดหลังการฉายแสงและคีโม ขณะที่เจ้าเซลร้ายเล็กที่คราวก่อนมาดูว่ามันขยายห้าสิบเปอร์เซนต์นั้น ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่การขยายแต่เป็นร่องรอยของเลือดและการอักเสบ ซึ่งไม่ปรากฎในฟิล์มคราวนี้ ทำให้เห็นขนาดที่แท้จริง ถ้าเราคงทำให้เขาอยู่ในระดับนี้ไม่ขยายต่อไปอีก ก็นับว่าบวกแล้ว จะกำจัดให้หมดไปนั้นเป็นไปไม่ได้ ส่วนผลเลือดนั้นสมบูรณ์แบบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ดี จะมีคลอเรสโตรอลสูงกว่าค่าปกตินิดหน่อย เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเพราะกินขนมมากเกินไป

พอจบรายการธุระกับหมอ แมลงขอปลีกตัวออกไป ไม่กลับหัวหินด้วย คนมากันเต็มบ้าน ให้เขาช่วยกันดูแล คิดถึงช่างตัดผมเป็นที่สุด เราตัดผมหัวนี้กันมายี่สิบกวาปีแล้ว ช่างตัดผมว่าทรงที่ตัดนี้เป็นทรงที่เขาจะไม่ยอมทำให้ในภาวะปรกติเป็นอันขาด เพราะจะทำให้หน้าเราแทนที่จะเป็นมะละกอ จะกลายเป็นมะเขือยาว แต่ต้องทำเพราะแมลงตัดแหว่งเสียจนเกินเยียวยา



หลัง จากตัดผม ก็ค่ำแล้ว เลยกลับเข้าบ้านไปนอนคืนนึง เช้าตื่นมาเผ่นไปกระบี่แบบด่วน กะว่าจะไปเล่นน้ำให้คลายร้อนในตัว..แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่เพราะแดดร้อนมากๆ และร่างกายคงจะรู้สถานการณ์ ก็เลยปรับจาก High Alert Mode เป็น Sleepy Mode..
ไม่ว่าจะน่ัง จะนอน จะยืน จะเดิน ข้างในมันหลับตลอดเวลา ก็เลยได้แต่ดูนำ้ทะเลตอนพระอาทิตย์ตกทุกวัน แต่ละวันบรรยากาศไม่เหมือนกันเลย ที่หาดคลองแห้ง ตอนนี้ค่อนข้างสกปรก พี่หญิงใหญ่ว่ามันเป็นฤดูของเขาที่จะต้องสกปรกในหน้าฝน และหน้าหนาวมันจะกลับมาขาวสะอาดน้ำใส อย่างนี้ทุกปี แต่ปีนี้ แมลงเห็นได้ชัดว่ามันสกปรกมากกว่าแต่ก่อน อาจจะเป็นเพราะว่านักท่องเที่ยวและผู้ค้ากระหน่ำใช้ธรรมชาติจนไม่สามารถ จัดการตัวเองได้ เหมือนคนที่สะสมพิษไว้มากทำผิดกับร่างกายจนเกินขีดที่จะรับได้ วันนึงก็กลายเป็นเซลมะเร็ง ที่ไม่มีวันกำจัดได้หมด..

แมลงใช้พลัง จากร่างกายมากเกินไปในสี่เดือนกว่าที่ผ่านมา พอถึงจุดนึง ที่มีโอกาสหยุดได้ ร่างกายก็พยายามฟื้นฟูทันที ด้วยการเปลี่ยนโหมดอัตโนมัติ ..ง่วงทั้งวัน ก็นอนทั้งวัน พอตื่นมา หาของกินและไปดูนู่นดูนี่ที่ตัวเองสนใจ ได้ไปใส่บาตรและฟังเทศน์วันนึง



ยืน ผอมดูแปลงผักบุ้งอยู่ในมุ้ง น้องเจ้าของสวนก็กรุณาเสียเวลาอธิบายเทคนิคนู่นนี่ ต้องขอบคุณมากๆ เขาทำเสาปูนและรางเหล็กใหญ่คลุมผักทั้งหมด ต้นทุนเฉพาะทำมุ้งนี่ห้าหมื่น แสดงว่าถ้าเราทำเล็กๆ ก็ไม่กี่ตังค์ ทำให้ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ผักที่ขายราคากำละสิบบาททุกชนิดก็หวานกรอบอร่อย กินได้แบบมั่นใจ

ได้ ไปดูผักกางมุ้งที่สวนใกล้ๆบ้าน และไร่นาสวนผสมที่เขากลม สนุกสนานเป็นอันดี ได้ความรู้มาหลายอย่าง โดยเฉพาะที่เขากลม วันที่ไปดู คนเยอะมากเพราะเขามาอบรมความรู้เกษตรผสมผสานกันด้วย





ได้ ไปเดินงานโอทอปในตัวเมือง ไปดูเขาทำขนมพื้นบ้าน พี่หญิงใหญ่ว่า ตอนเด็กๆเพื่อนเขาเรียกขนมหางจิ้งจก แต่พี่คนที่สาธิตเรียกขนมดุกดิก ดุกดิกเหมือนหางจิ้งจกทำจากแป้งข้าวจ้าวผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำตาลใส่กรวย ใบตองนึ่ง ที่ชอบใจคือเขาเอาฟางข้าวมาปูให้หม้อน้ำแล้วเอากรวยขนมเสียบๆลงไป ทำให้กรวยขนมตั้งตรงอยู่ได้ไม่หก..ได้กินข้าวยำ ระหว่างกินข้าวยำก็ช่วยคุณน้าคนขายขายกุ้งแห้งไปด้วย เพราะเขาทำไม่ทัน..วิ่งไปซื้อน้ำดื่มมาให้เขา เพราะเขาคนเดียวทิ้งร้านไม่ได้..สนุกดี





วัน พฤหัสกลับกทม.ตอนบ่าย ไปนวดที่เชตวัน แจ้งวัฒนะซะสามชั่วโมง กลับบ้านมารับแม่ไปกินข้าวเย็นนอกบ้านกัน วันศุกร์ที่ยี่สิบเก้าวันเกิดครบเจ็ดสิบแปด ขึ้นเจ็ดสิบเก้า เช้าวันศุกร์ตื่นมาพาเขาไปใส่บาตรหน้าหมู่บ้านเช่นเคย สายๆพี่หญิงใหญ่อาสาขับรถมาส่งที่บ้านหัวหิน ถึงบ้านเที่ยงพอดี นอนเล่นนิดหน่อย พี่หญิงใหญ่ไปซืื้อกับข้าวมาตุนให้ ก่อนที่พวกแขกจะกลับกันหมด





ดูแม่จะชอบกินไอศครีมมากกว่าอาหารอื่นๆ เราสั่งมาหลายอย่าง แต่ให้เขาเลือกตามใจ เลือกยากนะ ถ้ามีหลายอย่างแบบนี้..



แต่ในที่สุดก็เลือกกินไอศครีมน้ำเต้าหู้พร้อมเอากระติกน้ำของตัวเองมาตวงน้ำชาเขียวผสมข้าวตอกของร้านเต็มกระติกกลับไปกินบ้าน



ตอน รออาหารทำฟอร์มอ่านบางกอกโพสต์ที่ลงเรื่องของบริษัทของพี่หญิงใหญ่ที่เขาทำ eco tourism และได้รางวัลกินรี ที่เน้นให้ชาวบ้านไม่ต้องทิ้งงานดั้งเดิมของบรรพบุรุษในขณะที่ได้รักษาความ งามของธรรมชาติที่เป็นสมบัติของท้องถิ่นด้วย รูปในหนังสือพิมพ์คือไกด์ของบริษัทชื่อบ่าวและ



หลาย วันที่ได้หยุดพักแบบไม่คาดฝัน แม้จะไม่ได้เล่นน้ำทะเลอย่างที่เคย ที่ตั้งใจ แต่เห็นได้ชัดว่าร่างกายและจิตใจแจ่มใสขึ้นมาก พร้อมกับการเข้าสนามสอบต่อ..ทำให้นึกถึงคนที่ต้องเข้าสนามสอบต่อเนื่อง รถยนต์วิ่งควบทั้งวี่ทั้งวัน ควรจะได้หยุดพักบ้าง ..

30 เมษายน


ความกลัว น่ากลัวกว่าเรื่องน่ากลัวเสียอีก..

จำ ได้ว่าตอนเป็นเด็กอายุประมาณสิบขวบ ต้องไปอยู่บ้านพักนายอำเภอของน้าที่กุยบุรี บรรยากาศน่ากลัวมากๆ ท้ั้งมืด ทั้งเสียงตุ๊กแกร้องตอนกลางคืน ประกอบกับพี่รุ่นโตจากบ้านขรัวขอนแคนสองคนชอบเล่าเรื่องผีหลอกตลอด ทำให้กลัวผีมากๆ เวลาปวดฉี่กลางคืน จะไม่กล้าลุกออกจากห้องนอนลงมาเข้าห้องน้ำ
และช่วงเวลาใกล้ๆนั้นเอง ถูกพี่ชายใหญ่หลอกว่าเป็นผีกระสือ ตอนกลางคืนที่เราหลับ เขาเห็นหัวลอยออกมาพร้อมไส้และกระเพาะออกไปจับลูกเป็ดลูกไก่กิน(ตอนนั้นกับ ชายน้อย ได้เล่นเลี้ยงลูกเป็ดกับลูกไก่กันคนละยี่สิบตัว แมลงเลี้ยงลูกไก่ ชายน้อยเลี้ยงลูกเป็ด) ลูกเป็ดของชายน้อยน่ารักแข็งแรงอ้วนใหญ่ ลอยน้ำกินจอกแหนในกาละมังจุ๊บจั๊บน่ารัก แต่ลูกไก่ของเราอยู่แต่ในกรง ตายไปวันละตัวสองตัว (ไม่รู้ว่าไก่เลี้ยงยากกว่า) ..สงสัยจะจริง ผีในตัวเราแรง ดูดพลังลูกไก่ไปหมด ยอมรำคาญแขวนพระที่พี่ชายเอามาคล้องคอทั้งวี่ทั้งวัน แต่ความมาแตกเพราะพี่ชายต้องสารภาพว่าโกหก เนื่องจากเห็นแมลงวิ่งเล่นลอดราวตากผ้า..เขาถือว่าพระเครื่องจะเสื่อม..ว่า ไปนั่น

อีกครั้ง ตอนจะสอบ comprehensive ตายแล้ว ตั้งแปดวิชา สอบวันเดียว แต่ละอาจารย์จะถามอะไรเป็นไม้เด็ดของแต่ละวิชา..ต้องรู้แน่นทุกเรื่อง ถ้าพลาดวิชาเดียว ต้องสอบใหม่อีกรอบ เขาให้โอกาสแค่สองรอบเอง ไม่ผ่านแปลว่าไอ้ที่เรียนมาสี่เทอม หมดความหมายเลย ..กลัวสอบไม่ผ่าน

แต่ ครั้งที่สองนี่ มีโอกาสได้พบกับพระดี ตอนที่ติดสอยห้อยตามป้ากลมละวันไปถวายน่้ำปานะ ที่วัดป่าหลังปั๊มปตท.ที่กำแพงเพชร ท่านถามว่าทำไมสีหน้าไม่สู้ดี พอบอกสาเหตุ ท่านก็ถามว่าแล้วกลัวตายไหม แมลงว่า ไม่กลัว เพราะรู้แน่ชัดว่าต้องตายอยู่ดี แต่ไม่รู้สาเหตุและวันเวลา..ท่านก็เลยว่า แล้วทำไมต้องกลัวกับการสอบไม่ผ่าน ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะผ่านหรือไม่ แต่กลัวไปก่อน ขนาดตายรู้แน่ชัดยังไม่กลัว..
แมลงเห็นตัวเองว่า ที่กลัว เพราะไม่รู้ ..ความกลัวนี่น่ากลัวกว่าเรื่องที่จะเกิดอีก เพราะมันอาจจะไม่เกิดก็ได้ เช่น เรื่องผี และเรื่องสอบไม่ผ่าน แต่ที่รู้ว่าเกิดแน่ๆ กลับไม่กลัว อย่างเช่น ความตาย..

หรือเรื่อง อื่นที่ไม่กลัว ทั้งๆที่น่าจะกลัว เหมือนอย่างที่ได้เดินทางไปอเมริกาตอนยังเป็นวัยรุ่นคนเดียวเพราะไม่มีอะไร อยู่ในสมองว่ามันน่ากลัว หรือไปเที่ยวตะลอนๆในยุโรปตอนชราแล้วทั้งๆที่น่าจะกลัว เพราะไปแบบไม่รู้อะไรเลย แต่ไม่กลัว เพราะมั่นใจว่าคุ้มรู้ คุ้มแข็งแรง คุ้มเอาอยู่..มึคุ้มเป็นคนรู้ ก็เลยไม่กลัว




...................................................
ถ้า นับจากวันเกิดเหตุที่ไม่พึงปรารถนาในชีวิต คือ วันที่ 12 ธันวาคม ที่เที่ยวขึ้นลงกรุงเทพหัวหิน และนอนอยู่ที่โรงพยาบาลธ.และก. ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นับว่านานพอสมควร นานพอที่จะทำให้ภายในบ้านและภายนอกบ้านเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง สวนอยู่ในสภาพรกชนิดดูไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร (แต่ยังโชคดีที่ก่อนจะทิ้งบ้านไปนาน เตรียมต้นไม้ด้วยการประโคมปุ๋ยชีวภาพไปหกสิบถุง ทำให้ต้นไม้ส่วนใหญ่รอดชีวิตมาได้ แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนและไม่ได้ดูแล)

ใน ระยะหนึ่งเดือนแรก แมลงกับคุ้มเพิ่งได้กลับมาอยู่บ้านแบบเต็มๆ เวลา จิตใจเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน กังวล หวาดกลัวกับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำอีก(ซึ่งมันอาจ จะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้) แมลงกังวลว่าตัวเองจะไม่มีแรงพอจะคุมสถานการณ์อยู่ เมื่อมีข้อเสนอเข้ามาว่าจะมาอยู่บ้านเป็นเพื่อนตอนกลางคืน รับทันที พร้อมๆกับการแสวงหาแม่บ้านเพื่อมาทำงานบ้านและทำสวนในระยะไกลที่แมลงไป จัดการไม่ได้..งานนี้ไม่นักหนา ถ้าเราอยู่ในสภาพปรกติ แมลงทำได้แบบสบายๆ แต่ที่ความกลัวเข้ามาช่วยกำหนดคือ การแสวงหาคนที่ยอมรับการฝึกหัดมาเป็นลูกมือ แทนมือไม้ เพราะแมลงต้องเก็บแรงและเวลาให้คุ้ม..

ความกลัว ทำให้เรารีบกระโดดรับคนเข้าร่วมชายคา โดยแลกกับการสูญเสียความเป็นส่วนตัว ณ ขณะนั้น ระหว่างความกลัว เปรียบเทียบกับการสูญเสียความเป็นส่วนตัว ความกลัวมีอำนาจมากกว่า



ความ กลัว ทำให้เราตัดสินใจเชื้อเชิญผู้คนเข้ามาในชีวิต เพราะหวังว่าเขาจะมาเป็นเพื่อน เป็นผู้ช่วยที่จะทำให้ความกลัวของเราลดลงได้ แต่สภาพการณ์กลับไม่ได้เป็นไปดังที่คาด ความกลัวไม่ได้ลดลง เพราะคนที่เราคาดว่าเขาจะเข้ามาเป็นเพื่อน และอีกคนที่คาดว่าจะมาเป็นผู้ช่วย เขากลับทำให้แมลงเกิดปัญหาใหม่ คือ การที่จะต้องเสียแรงไปดูแลเขาเพิ่ม แทนที่จะดูแลแต่คุ้ม

บ้านและสวน อยู่ในระเบียบได้ในระดับหนึ่ง แต่แมลงต้องใช้พลังไปอย่างมาก เพื่อกำกับให้เขาทำงานและอยู่บ้านเราอย่างที่ควรจะเป็น จนผ่านไปได้หนึ่งเดือน วันจ่ายค่าแรง ควรที่ได้มีการทบทวนผลการทำงานและความประพฤติ แมลงได้ยื้อเวลาออกไป เพราะเหนื่อยจากแขกที่มาดูดพลังไปเกือบหมด พอครบสัปดาห์แรกของเดือนที่สอง เจ้าบ้านปร๊ีดๆ ตลอดเวลา ในขณะที่ลูกบ้านก็ไม่น้อยหน้า เถียงฉอดๆและเริ่มออกคำสั่งเจ้าบ้าน ผู้จัดการบ้านจึงเห็นเป็นโอกาสลงมือพูดจาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตอย่างตรงไปตรงมา และเป็นดังคาด ลูกบ้านเห็นว่าการปรับปรุงวิธีการทำงานและปรับทัศนคติต่อการอยู่อาศัยเป็น เรื่องที่ทำไม่ได้ จึงต้องเลิกรากันไป

พร้อมๆ กันนั้น แมลงได้ปฏิเสธการกลับเข้ามาอีกครั้งของผู้ที่จะมาอยู่เป็นเพื่อนในเวลากลาง คืน(หลังจากที่หยุดไปเพราะมีแขกมาติดๆกัน) ว่ามันทำให้เขาลำบากเปล่าๆ ในการที่จะต้องเดินทางมาไกลมากๆ และไม่ได้ช่วยอะไรได้



ตอน นี้ เราอยู่กันตามลำพัง แมลงบอกคุ้มว่า วันเวลาที่ยากลำบากกว่านี้ พายุโหมกระหน่ำแรง หนทางมืดมนนักในโรงพยาบาลทั้งสองแห่ง เรามีจิตใจแจ่มใสดีและมีความสงบเย็น มีเวลาดีๆด้วยกัน คุยเล่น คุยเรื่องความจริงของชีวิตกันตลอด แต่วันเวลาที่ท้องฟ้าแจ่มใสดี เป็นปกติ มีผู้คนเข้ามามากมายในชีวิต เราไม่มีโอกาสพูดคุย ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพราะเรี่ยวแรงและเวลาของเราถูกใช้ไปกับเรื่องอื่นของคนอื่นจนหมด

วันนี้ แมลงเห็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความกลัวของตัวเอง ความกลัวน่ะน่ากลัวกว่าเรื่องที่ไม่พึงปรารถนาที่อาจจะเกิดขึ้นเสียอีก และคงไม่มีใครทำให้ความกลัวออกไปจากจิตใจของตัวเองได้ นอกจากตัวเราเอง..จะหวังพึ่งพระเครื่อง พึ่งคุ้ม หรือพึ่งใครไม่ได้ทั้งสิ้น นอกจากการเฝ้าระวังจิตใจให้ตื่นตัวอยู่เสมอ..ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย..

9 พฤษภาคม


วันเกิดนั้นสำคัญไฉน....

ก่อน จะเล่าเรื่องเหตุฉุกเฉินที่มีที่มายึดยาว ต้องเล่าเรื่องวันคล้ายวันเกิดคุ้มเสียก่อน ..มันคือวันที่ 24 พฤษภาคม เพื่อนสามคนได้รู้รายละเอียดของโรคที่คุ้มเป็นอยู่จากหมอSnowgoose ที่เป็นหมอประจำหมู่บ้านและเป็นเพื่อนของเราด้วย และเข้าใจเรื่องเวลาเป็นของมีค่า เวลาของคุ้มเหลือน้อยมากๆ เขาก็เลยช่วยกันทำให้เวลาที่เหลือน้อยนี้มีความหมาย
Kalle เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ซื้อตั๋วเครื่องบินแบบสามร้อยยูโร นอนมาในcockpitมาถึงวันที่ 22 เย็นกลับวันที่ 24 เที่ยงคืน เพื่อมาเล่นกับคุ้ม ซื้อเสื้อใหม่มาให้เป็นของขวัญ Peter และ Dorothea เจ้าของร้านอาหารอบขนมเค๊กฝากมาร่วมยินดี



ตอน คุ้มหลับกลางวัน Kalle เอาขนมเค๊กมายื่นให้แมลงบอกว่า Peter และ Dorothea ฝากของมาให้ คุ้มโดโรธีเป็นคนอบเค๊กเอง พากันซ่อนไว้ลึกๆในตู้เย็น อีเมล์นัดกันไปบอกว่าบ่ายสามของวันที่ 24 จะskype เข้ามาอวยพรวันคล้ายวันเกิด..



ใส่ เสื้อใหม่อวด Peter และ Dorothea ยังไม่ได้ซักเลย ..เวลาคุ้มอยู่กับสามคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองไทยหรือที่เยอรมัน จะสนุกมากๆ เพราะเขาจะแกล้งกัน กัดกันตลอดเวลา มีแมลงและโดโรธีน่ังหัวเราะประกอบฉาก



ความ จริงเดือนกันยายนปีนี้ Peter และ Dorothea นัดกับเราว่าจะไปเจอกันที่ซานฟรานซิสโก และจะเที่ยวแกรนแคนยอนด้วยกัน มาเกิดเหตุแบบนี้ การจะไปเที่ยวด้วยกันแบบนั้นเป็นไปไม่ได้เลย..



เค๊ก ที่ว่านี่ โดโรธีว่ามันคือเค๊กช๊อกโกไวน์แดง อร่อยมากๆ คุ้มว่ามันเป็นของเขา แต่คอยดู Kalle จะต้องขอกินแน่ๆ ให้กินชิ้นเล็กๆก็พอนะ
Kalle ก็แจมกินเค๊กด้วยจริงๆ สนุกสนานกัน คุยกัน ทำตลกกัน..ดีนะที่เทคโนโลยีทำให้เราได้เห็นกัน..ได้มีเวลาดีๆด้วยกัน



พอ ว่าจะถ่ายรูป แมลงก็เลยไปคว้าเสื้อขอทานมาใส่ จะได้ฝากให้เพื่อนๆในบล๊อก ดูว่าเสื้อขอทานหน้าตาเป็นไง ใส่แล้วเหมือนขอทานจริงๆด้วยแหละ แต่เนื้อนุ่มมากๆ ใส่สบาย Peter เห็นเสื้อแมลง ตะโกนว่า เมืองไทยต้องหนาวมากแน่ๆ เลยตอนนี้ ฮ่าๆๆๆๆ..
ตอนที่ไปค้างบ้านเขาทุก ครั้ง Peter จะเป็นคนคอยหิ้ว heater บริการแมลงตลอด ไปนั่งตรงไหนก็จะยก heater ตามติด ไม่มีใครเขาหนาวนอกจากหญิงไทยผอมแห้งนี่คนเดียว เป็นที่ขำกัน



.. ..
แม้ ว่าแมลงจะไม่ให้ความสำคัญกับการฉลองวันเกิดของตัวเองแบบฝรั่ง วันคล้ายวันเกิดเป็นแค่วันหนึ่งที่เตือนให้นึกถึงบุญคุณของพ่อกับแม่ที่ให้ โอกาสเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มีโอกาสได้รู้จักชีวิต แต่ครั้งนี้เป็นข้อยกเว้น เป็นวันคล้ายวันเกิดที่ทำให้รู้สึกถึงความหมายของมิตรภาพ การได้เกิดมารู้จักกัน ร่วมใช้ชีวิต ใช้เวลาดีๆด้วยกัน แม้ว่าเราจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม... ...

26 พฤษภาคม
หมายเหตุ

หนึ่ง ที่นอนดึกขนาดนี้ มานั่งอัพบล๊อก เพราะตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลบ่ายสองวันนี้ กินข้าวเที่ยงเสร็จ นอนยาวสลบเหมือดจนเกือบสี่โมงเย็น
สอง เรื่องมันต่อเนื่องกัน ยาวหน่อย ยังไม่จบ เดี๋ยวมาเล่าต่อ

พอ วันเย็นวันที่ Kalle จะเดินทางกลับ พอดีกับที่Christineภรรยาเก่าที่เป็นแม่ของลูกคุ้มก็เดินทางเข้ามาเยี่ยม เราเลยพากันไปที่ร้านอาหารที่ทุกคนชอบ เพราะมีนักกีต้าร์เก่ง คุ้มใส่เสื้อใหม่ไม่ยอมถอดเลย



ถ่าย รูปกับนักดนตรี นายอูรี่ คุยกันจ้อเลยแหละ คุยกันถูกคอมากๆ พวกชอบดนตรีเหมือนกัน เขาว่าวันนี้มาแต่หัววันเป็นพิเศษสำหรับคุ้ม เพราะคุ้มอยู่ดึกไม่ได้ ทุกอย่างดูเป็นไปด้วยดี รถมารับ Kalle ไปส่งที่สุวรรณภูมิตอนทุ่มครึ่ง



เรา อยู่กันพักนึง ก็กลับบ้าน ระหว่างทาง Christine บ่นแสบท้อง ก็เลยไปหาซื้อยาประเภทเคลือบกระเพาะมากิน นึกว่าไม่มีอะไร เข้านอนกันตามปกติ พอตีห้าครึ่ง แมลงตื่นออกมามืด สะบัดเสื่อโยคะ สะดุ้งเฮือก Christine นอนกุมท้องอยู่ที่เก้าอี้หน้าทีวี แต่ยังปากแข็งบอกว่าไม่เป็นอะไร สักครู่คุ้มออกมาบอกว่าเธอไปโรงพยาบาลกันสองคน แมลงว่าไม่ได้ ถ้าจะไปก็ไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จะทิ้งคุ้มไว้คนเดียวที่บ้านได้ยังไง
สรุป แมลงสั่งให้คุ้มหุบปาก ห้ามพูดมาก (เขาเปรียบเทียบไม่หยุด เพื่อจะเลือกโรงพยาบาลที่มีให้เลือกแค่สาม) ให้ไปด้วยกันทั้งหมด เดี่ยวจัดการเอง ไม่ต้องพากษ์ เธอพูดมากทำให้สมองฉันตื้อ ฉันเลือกเองให้ไปโรงพยาบาลก. เดือนธันวาเขาเพิ่งเปิด บริการไม่ดี เพราะอาจจะยังขลุกขลัก ลองไปดูก่อนอาจจะดีขึ้นก็ได้



เข้า ไปอยู่ในห้องฉุกเฉิน คุณหมอหน้าเด็กที่เป็นหมอเวร จัดการเช็คเลือด ไ่ม่มีอะไรผิดปกติ เลยจับ CT ดู เลยรู้ว่าไส้ติ่งอักเสบ เปิดห้องผ่าตัดด่วน เราก็เลยอยู่กันที่โรงพยาบาลนั่นแหละ ตั้งแต่หกโมงเช้า กว่าจะกลับบ้านก็เกือบเที่ยง คุ้มกินแซนด์วิชทูน่ากับโกโก้ร้อนเป็นอาหารเช้า ไม่มียากันชักกับสตีรอยด์กิน เพราะแมลงลืม (แก้ตัว มันหลายอย่าง ไหนจะทุลักทุเลเอาคุ้มลงบันได ไหนจะจัดการวีลแชร์ คนปวดท้องหน้าซึดตัวงอก็วุ่นวายพยายามจะช่วย) หมอเขาสั่งยาให้กินมื้อนึง ไม่ต้องขับรถกลับมาเอายา



แมลง รู้ว่าผ่าตัดไส้ติ่งไม่น่ากลัว แต่ถ้าไส้ติ่งแตกล่ะก็เรื่องใหญ่ แต่พอเห็นถึงมือหมอ และเห็นหน้าหมอ ก็รู้ว่าวางใจได้ เรากลับบ้านกินข้าวเที่ยงแล้วกลับกันคนละตื่นใหญ่ๆ แล้วออกมาตอนสี่โมงเย็น มาเยี่ยมดูว่าเขาเรียบร้อยดีไหม จะให้ช่วยจัดการเรื่องการเงิน หรือประกันอะไรยังไง เอ๋อาสามานอนเป็นเพื่อนให้สองคืน และก็เทียวกันออกไปดูอีกสองวัน วันที่สองเขาหายดี เริ่มเดินไปด้วยกันกับน้ำเกลือ แมลงพาลากสายน้ำเกลือไปทั่วโรงพยาบาล เพราะหมอว่าต้องเดินจะได้หายไวๆ ส่วนคุ้มก็ยึดเตียง หลับคร่อกๆๆ



สรุป ว่า เหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี นอนแค่สองคืนก็ออกจากโรงพยาบาล ประกันจ่ายทั้งหมด รวมถึงค่าเดินทางของคนที่จะมารับด้วย สามีใหม่ของเขาก็เลยบินมารับ เขาจะอยู่กับเราจนถึงวันจันทร์ ก็จะกลับ..แมลงก็จะฉวยโอกาสไปตลาดสดซื้อปลามาตุน รวมถึงผักผลไม้ด้วย..

มา แถมรูปเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าคนที่เป็นผู้ใหญ่และมีความคิดเขาทำอย่างไรกัน เวลาที่มีใครเจ็บไข้ได้ป่วย อ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือ ..ไม่ใช่มากำหนดให้คนป่วยต้องทำตามใจตัวเอง ลากกันไปลากกันมา..



เนื่อง จากที่นอนมันมีขนาดแคบกว่ามาตรฐานเลยหาผ้าปูที่นอนที่ขนาดพอดีไม่ได้ ภรรยาเก่าคุ้มกับสามีซื้อผ้ามาตัดผ้าปูที่นอนใหม่ให้ เย็บอีลาสติกรอบๆเพื่อให้มันแน่นหนา แมลงก็เลยไปตามเก็บจักรเย็บผ้ามาจากคอนโดพี่หมอสุนทรีให้เขา (แฮ่ๆ เย็บจักรไม่ค่อยจะได้ เลาะเหนื่อย) เสร็จแล้วเอาผ้าปูกันเปียกที่หอบมาจากเยอรมันมาปูทับ เยี่ยมมากๆ แต่อย่างไรก็แก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด เพราะปัญหาไม่ได้เป็นเรื่องการฉี่รดที่นอน แต่ปัญหาคือเทฉี่ทั้งกระป๋องใส่ที่นอน ฮ่าๆๆ



ดู ใกล้ๆ ช่วยกันทำตอนบ่าย อากาศร้อนจนเหงื่อตกทั้งคู่ แมลงนอนเล่นอ่านหนังสือเป็นคุณนายเชียวแหละ..แต่ออกไปซื้อผัดไทยมาบริการ มื้อกลางวันแล้วนา..

หมายเหตุ..พรุ่งนี้มาเล่าต่อเรื่องไปหาหมอมา คนไม่ค่อยระวังเรื่องกินต้องอ่าน สำคัญมาก !!!
29 พฤษภาคม


ผลร้ายจากการกินน้ำตาล...

วัน เสาร์ที่ 28 มีนัดหมอเพื่อรับคีโมรอบใหม่ตอนสิบเอ็ดโมง และเลยไปเยี่ยมคุณสุชาติวิศวกรที่ปรึกษาของโรงงาน เขาก็เจอเซลร้ายเหมือนกันแต่เป็นที่อวัยวะอื่น แมลงหอบผลไม้ไปตะกร้าใหญ่ๆ ซื้อจากข้างโรงพยาบาลก. มีร้านขายผลไม้สด ราคาสมเหตุผล แมลงเลือกให้แบบหลากหลาย อยากให้เขากินผลไม้สดๆมากๆ เพราะเห็นผลจากการจัดการอาหารให้คุ้มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ผลเลือดดีขึ้นตามลำดับ ยิ่งเมื่อเทียบกับตอนออกจากโรงพยาบาล โดนยาคีโมซะย่ำแย่ ผลเลือดไม่งามเหมือนเดี๋ยวนี้ เพราะอาหารในโรงพยาบาลมันเลือกไม่ได้เหมือนอยู่บ้านเราเอง



ผล เลือดดี ทั้งเม็ดเลือดขาวเม็ดเลือดแดงสมบูรณ์ ค่าการทำงานของตับก็ดีเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม มีสองอย่างที่เห็นผลออกมาเป็นลบ ถ้าเทียบกับของเดือนที่แล้ว(เมษายน) คือค่าไตรกลีเซอไรด์ขยับขึ้นเป็น 134 แต่ก็ยังอยู่ในค่ามาตรฐาน น้ำหนักขึ้น 8.5 อันนี้เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเพราะกินขนมเค๊กมากเกินไป ..
ดูรูปก็แล้วกัน ว่ากินมากขนาดไหน.. มีความสุขขนาดไหนกับการกินขนมหวาน..เฮ้อ



อร่อยกับของหวานขนาดไหน ดูสีหน้าและแววตา ไม่สนใจ กลัวกินไม่ทัน



มุมปากก็ไม่ควรมองข้าม เลอะครีมเป็นวงเชียวแหละ มูมมามมากๆ ตลกดี ไม่เคยเห็น เพราะปกติไม่กินของหวาน



อร่อย ของหวานแบบนี้ น้ำหนักขึ้น 8.5 ก.ก. นอกจากยกตัวเองขึ้นลงจากวีลแชร์ยาก ทำให้ขาต้องรับน้ำหนักมากเกินไปเวลาเคลื่อนย้ายร่างกายแล้ว ยังทำให้ต้องกินยาคีโมเพิ่มอีกวันละเม็ดหนึ่งร้อยมิลลิกรัม ห้าวันห้าหมื่น..แว่กจะลด(หรืองด)ขนมหรือเพิ่มเงินค่ายาที่ทำร้ายเซลดี ..เลือกแบบไหนดี คำตอบเห็นชัดๆ แต่บังคับใจตัวเองไม่ได้ เหอๆ..



เห็น ผลของขนมหวานแบบนี้ ผีน้ำตาลในตัวแมลงเผ่นหนีไปแล้ว นิสัยการกินขนมเป็นประจำของแมลงหยุดโดยสิ้นเชิงเลย..ไชโย้ เราเป็นอิสรภาพจากขนมแล้ว..

31 พฤษภาคม


วันดีๆกับการได้ใช้เวลาด้วยกันกับพี่น้อง..เวลาเป็นของมีค่า

วัน อังคารพี่หญิงใหญ่ของแมลงมาพร้อมกับข้าวของที่หาซื้อที่หัวหินไม่ได้ พอดีจังหวะที่แมลงปวดหลังชนิดขยับตัวได้ยากลำบาก ต้องทาครีมและประคบกระเป๋าน้ำร้อนอยู่สามสี่วัน พี่เขาช่วยทำอาหาร เก็บกวาดล้างจาน ไปจ่ายตลาดให้ ทายา ทำกระเป๋าน้ำร้อนให้



มาสอนทำน้ำเต้าหู้สูตรเกลือและน้ำส้มสายชูให้ ใหม่สด อร่อยมาก

มี เวลาว่างระหว่างวัน ก็หัดเย็บผ้ากัน พี่เขาหัดทำแอพพลิเค่กับต่อผ้า ถึงแมลงจะมีความรู้เย็บผ้าแบบงูๆปลาๆ ก็พยายามเต็มที่ที่จะให้พี่เขาได้ทำเป็น จะได้เป็นเพื่อนเล่นเย็บผ้าสนุกด้วยกัน เอาเสื้อเก่าๆ มาแปะนู่นปะนี่ลงไป ทำเสร็จก็ได้เสื้อเก่าหน้าตาใหม่ เป็นที่สนุกสนาน



นั่งเย็บผ้ากันหงุงหงิง ถ่ายรูปออกมาหน้าตาเหรอหรา ดูๆไปคล้ายรวมหัวกันวางแผนขโมยช๊อกโกแล๊ตของคุ้ม แล้วถูกจับได้



นิ้วกลมๆและมืออวบๆแบบนี้ แม่มดเอ๊กซ์ชัดๆ ไม่เห็นเหมือนกันเลยนะพี่กับน้อง อ้วนผอมจอมยุ่ง



ในวันเวลาที่ยุ่งยาก ก็มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเสมอ Life is beautiful....

5 มิถุนายน


ต่อผ้า..ปะติดปะต่อเรื่องราวของชีวิต..

หลาย วันมานี้ บรรยากาศในบ้านดูเงียบสงบ และรื่นรมย์มาก คุ้มมีกิจวัตรที่เป็นเวลา ไม่ว่าจะเป็นกิน นอน ขับถ่าย อาบน้ำ และทำงาน ทำให้แมลงกำหนดเวลาของตัวเองได้ค่อนข้างแน่นอน อาจจะเป็นเพราะไม่มีตัวแปรคือคนนอกที่เข้ามา และเราต้องไปดูแลเขาเพิ่มอีกก็เป็นได้ ลองสังเกตดูว่า เมื่อเราอยู่กันลำพัง มีเวลาได้พูดคุยกันมากขึ้น ความเข้าใจในเรื่องต่างๆก็ดีขึ้น ทำให้ชีวิตของเราสองคนเป็นชีวิตที่สงบสุขดีมาก..แมลงเริ่มนึกถึงการเย็บผ้า



จาก การได้ลองต่อผ้าสี่เหลี่ยมเล็กๆขนาด 2.5 cm เล่นไปยกนึง พบว่า เป็นการต่อผ้าที่ไม่ได้ใช้สมอง และสมาธิในการคิดมากว่าจะต้องทำอย่างไร เริ่มมีความคิดว่า ถ้าเอาเศษผ้าในบ้านที่มีอยู่มาต่อไปเรื่อยๆ น่าจะกำจัดเศษผ้าได้ อีกทั้งได้งานชิ้นใหญ่ เอาไปทำผ้าคลุมเตียงหกฟุตได้ และที่สำคัญที่สุด คือการได้ใช้เวลาอยู่ใกล้ๆกับคุ้ม เวลาที่เขาอ่านหนังสือ นอนหรือทำงาน
จึงตกลงใจว่า ผ้าขนาด 5 cm กำลังพอเหมาะ ต่อแบบ nine patch ใส่สีไปแบบมั่วๆ จึงตั้งหน้าตั้งตาตัดผ้าไป พร้อมกับเย็บต่อผ้าไปเรื่อยๆ ตะกร้าผ้าเก็บสมบัติก็หอบหิ้วไปมาระหว่างห้องนอน กับห้องนอก เหอๆ



ผ้า ที่เอามาต่อนี้เป็นผ้าฝ้ายไทยที่เป็นเสื้อแมลงบ้าง กางเกงขาสั้นของคุ้มบ้าง เป็นเสื้อพี่หญิงใหญ่บ้าง ปลอกหมอนของพี่ปิ๋วบ้าง ต่อเรื่องราวของชีวิตของแต่ละคน ในแต่ละช่วงเวลา ผ้าบางชิ้นอยู่กับแมลงมามากกว่าห้าปีแล้ว เห็นลายผ้าสีแดงนั่นไหม ลายเดียวกับเสื้อตัวที่กำลังใส่อยู่เลย ..
เย็บไปได้วันละนิดวันละหน่อย การได้ต่อผ้าไปเรื่อยๆนี้ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันจริงๆ



อยู่ด้วยกันมากกว่าตอนที่ต้องไปเที่ยวตะลอนๆ ที่ข้างในใจไม่นิ่งเหมือนที่เป็นอยู่ในเวลานี้



นิ่ง จนรู้สึกได้ว่า อารมณ์ที่ขึ้นลงของอีกคนหนึ่ง เป็นคลื่นที่ส่งถึงอีกคนหนึ่งได้ทันที แมลงรู้ว่าคุ้มสงบและสบายใจมาก ได้จากความสบายใจที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่



เด็ด ดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว..ความสุขหรือทุกข์ใดๆ ที่เรามี จะสะเทือนไปถึงคนอื่นๆด้วยเสมอ ..มันเตือนให้เราต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง ว่าต้องไม่ทำให้คนอื่นเสียหาย หรือเสียใจเป็นอันขาด ต้องระมัดระวัง..



13 มิถุนายน

ความฝันกับความจริง ..แยกออกไหมว่าเรื่องไหนใช่

ตอน สมัยเป็นเด็กจะชอบอ่านคู่มือทำนายฝัน และเข้าใจเอาเองว่า ในตำราทำนายฝันบอกว่าเราฝันเห็นอะไร จะต้องตีความว่าจะต้องมีเหตุเกิดเป็นไปอย่างที่ตำราบอก แต่ก็ไม่เห็นมันจะเป็นอย่างว่า นานๆไปก็ไม่สนใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง ไปอ่านเจอจากที่ไหนไม่รู้ เขาว่า ไม่ต้องสนใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในความฝันเป็นอย่างไร ให้พิจารณาจิตในความฝันว่าเรารู้สึกอย่างไร รู้สึกดีก็ใช้ได้แล้ว ตื่นขึ้นมาก็สบายใจ ..เอ อย่างนี้เข้าทาง เป็นอันถูกจริต

ในรอบสิบ วันมานี้ แมลงฝันมากมายหลายเรื่องในหนึ่งคืน (ตามคู่มือสุขภาพว่า การหลับสนิทและมีผลดีต่อสุขภาพก็คือหลับสนิทและไม่ฝัน) แต่ละเรื่อง ล้วนแต่สนุกสนาน และเมื่อตื่นขึ้นมาก็จำรายละเอียดยิบย่อยได้ทั้งหมด พอกลับไปนอนต่อ ก็ฝันต่อจากเรื่องเดิมอีก ในฝันนั้นรู้ด้วยว่าเป็นความฝัน ไม่ใช่เรื่องจริง แถมยังบอกกับคนในฝันว่า จะไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้หรอกนะ เพราะตอนนี้มีความรับผิดชอบที่ต้องดูแลคุ้มอยู่ แค่ปลีกออกไปหนึ่งชั่วโมงก็ไม่ได้ เพราะไม่ต้องการให้เขาอยู่คนเดียว หากเกิดอะไรขึ้น จะช่วยกันไม่ทัน..เรื่องนึงที่สนุกมากๆ คือความฝันเรื่องไปเที่ยวบ้านป้านวน เพราะไปบอกคนชื่อป้านวนในฝันว่า เนี่ยต้องเป็นตัวปลอมแน่ๆ เพราะป้านวนเขาอยู่ที่อยุธยา แต่ป้านวนในฝันเขาอยู่ที่ลพบุรี และคอยพูดกับคนพาไปตลอดว่า คุ้มรออยู่ๆ ..ให้พากลับเดี๋ยวนี้ ตลกมากๆ



เอ..นี่เรื่องจริงหรือความฝันกันหนอ ต่อผ้าแบบ Nine patch ซะกองเบื้อเริ่มแบบนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่า ทำเข้าไปด้ายย


ใน เส้นทางพุทธแบบธิเบต พูดถึงเรื่องการฝึกฝนจิตใจให้มั่นคงเพื่อกำหนดทิศทางในการเข้าสู่ความหลุด พ้น หรือการเลือกเส้นทางเดินใหม่หลังจากหมดเวลาจากชีวิตนี้ไปแล้ว เขาบอกว่า ภาวะที่มนุษย์เรากำลังจะละจากรถคันเก่าที่ใช้การไม่ได้ เพื่อออกเดินทางไปสู่ที่อื่น จิตจะมีสภาพคล้ายๆกับจิตที่กำลังอยู่ในความฝัน

ฝึกหัด ให้รู้ตัวทุกขณะที่ตื่น รู้ว่าจิตใจเรารู้สึกอย่างไร พอใจ ไม่พอใจ โกรธ เจ็บ เสียใจ..ให้รู้เฉยๆ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องปรุง คุณหมออมรา มลิลาบอกว่าจิตกับกายแยกจากกันได้ ถ้าร่างกายเราเจ็บป่วยเอาจิตเข้าไปจับก็จะยิ่งเจ็บมาก ถ้าแยกจิต ปล่อยออกไปที่อื่น ความเจ็บปวดก็จะบรรเทา เรื่องนี้แมลงจะทำเสมอเวลาต้องไปอ้าปากให้หมอฟันทำฟัน ทำให้ผ่านพ้นได้ด้วยดีเสมอๆ หมอให้คะแนนความร่วมมือดีตลอดมา



ต่อ ผ้าแบบ Nine patch แบบมั่วๆ สีเสออะไรไม่สนใจ ขอให้เป็นสีและลายต่างกันเป็นใช้ได้ ไม่ยอมใช้รอยหยักในสมองเลย ดูใกล้ๆจะเห็นบางชิ้นตรงเป๊ะ บางชิ้นไม่เป๊ะ แต่ก็ไม่ยอมเลาะ และจะจารึกไว้ว่า ไม่ใช้จักรด้วยยย..ไม่รีบ บอกแล้ว ไม่รีบขอรับ

ย้อน กลับมาถึงเรื่องความฝันที่เกิดขึ้นในหลายวันมานี่ ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาจะรู้สึกดี จำความฝันได้อย่างละเอียด และยังรู้ด้วยว่ามันเป็นความฝัน เรื่องจริงที่เราเป็นอยู่ทุกวันมันเป็นแบบนี้ๆนะ จะไปเที่ยวเล่นสนุก ไม่รับผิดชอบอย่างในฝันไม่ได้..เอ๊ะ ที่เป็นอยู่นี่มันเรื่องจริงหรือความฝันกันเล่า

ถ้า ในฝัน จิตใจเรารู้คิด นั่นใช่เกี่ยวกันกับการรู้ในสภาวะตื่นที่เราฝึกฝนอยู่ไหมหนอ ..ถ้าใช่ ก็หมายความว่า เมื่อฝัน จิตก็รู้ เมื่อจะละสังขาร จะทิ้งรถ จิตก็รู้..อย่างนี้ก็กำหนดทิศทางได้ ว่าจะให้จิตเป็นไปอย่างไร..
ว่าแล้ว ..ก็ต้องมั่นคงฝีกฝนจิตใจให้รู้อยู่กับปัจจุบันต่อไป..ถ้าปัจจุบันดี อนาคตต้องดี..จริงไหม



ว่า แล้วโชว์ผลงานเต็มๆของการต่อผ้าในปัจจุบัน..ยืมเตียงคุ้มมาลองก่อนเพราะผ้า ปูที่นอนสีขาว กะว่าจะต่อผ้าสีขาวขนาด 15 cm.แล้วทำแอพลิเค่ด้วย ตอนนี้เหลืออีกประมาณยี่สิบบล๊อกก็หมดงานแล้ว ไม่อยากรีบทำเสร็จเลย กลัวตกงาน

เดี๋ยวมาเล่าเรื่องตุ๊กแกต่อ มันต่อเนื่องจากเรื่องการฝึกจิตใจให้รู้อยู่กับปัจจุบัน แมลงเกือบสอบตกซะแล้ว..

20 มิถุนายน


ตุ๊กแกเด็กน้อย หรือเทวบุตรจำแลงมา..

สมัย ที่คุ้มยังแข็งแรงดี จิ้งจกนับเป็นศัตรูคู่อาฆาต ที่ต้องกำจัดออกไปจากบ้าน เขาจะเอาไม้กวาดฟาดให้จิ้งจกงง แล้วกวาดออกไปทิ้ง หรือบางทีก็ใช้ผ้าขนหนูตะปบ บางทีดูเหตุการณ์ในบ้านโกลาหลมาก เพราะพวกจิ้งจกเขาเก่งในการหลบหลีก พอเจ็บป่วยต้องนั่งรถเข็น เวลาเห็นจิ้งจกแล้วทำเป็นโมโหหรือพูดให้แมลงจัดการ จิ้งจกน่ะเพื่อนกัน แมลงก็ทำเป็นมองไม่เห็น ปล่อยๆไป ตอนนี้พวกจิ้งจกชักเริ่มได้ใจ ขึ้นมาเพ่นพ่านบนโต๊ะกินข้าว ที่สกลน่ะ เขากล้าขนาดเปิดฝาหม้อข้าวเองทีเดียวเชียว..

หลายวันก่อน เราต้มไก่เอาน้ำซุป กว่าจะเสร็จก็มืดค่ำ แมลงไม่อยากให้มีเศษอาหารทิ้งค้างอยู่ในบ้าน ก็เลยเปิดประตูหน้าบ้านออกไปเพื่อจะไปทิ้งที่ถังขยะจุลินทรีย์ ตุ๊กแกตัวเล็กขนาดปากกาเขียนไวท์บอร์ด ตกใจหล่นตุ๊บลงมา แต่แทนที่จะวิ่งออก กลับวิ่งเข้าบ้าน ..เหตุการณ์นี้เกิดเหมือนกันกับเมื่อเดือนก่อนที่พี่มาอยู่เล่นสี่ห้าวัน คราวนั้นเราปิดห้องอื่นหมดเหมือนกับคราวนี้ แต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน..




สำ หรับโส่ยและพี่พี..ขีดเส้นด้วยดินสอไว้เป็นรอยเย็บ ระยะจากขอบผ้า 0.7 cm. เอาผ้าด้านถูกประกบกัน เอาเข็มหมุดตรึงให้ตรงกัน ความจริงเข็มหมุดตัวกลางก็ควรหมายไว้ที่กึ่งกลางผ้าด้วย จะได้ตรงชัวร์ ลืมหมายไว้ กะๆเอา

วันที่พี่อยู่แมลงตื่นมาตอนเช้า ยังเงียบๆ เห็นเขาแอบอยู่ข้างตู้เย็น ก็เลยเรียกพี่มาช่วยต้อน เอาพลาสติกครอบ แล้วพาตัวออกไปนอกบ้านได้สำเร็จ แต่พลาดฝาพลาสติกไปโดนหางขาดตกแกว่งดิ๊กๆอยู่ ยังว่า ถ้าเค้ากลับไปบ้านเจอพ่อกับแม่ต้องโดนทำโทษแหงม ที่ทำหางขาดหายไป..
โล่ง ใจ เพราะตุ๊กแกเขามีกลิ่นรุนแรงมาก ปล่อยของเสียที่เหม็นชนิดเวียนหัว เสียงร้องทำให้บรรยากาศในบ้านเหมือนบ้านผีสิง แต่คราวนี้ ตื่นเช้ามา ก็ไม่เห็นเขา เปิดดูทุกห้องก็ไม่มี มีแต่ของเสียและกลิ่นที่กระจายไปทั่วบ้าน..จินตนาการออกไหม ว่า คุ้มเป็นอย่างไร..



แล้ว ก็เนาถี่ๆ โดยเย็บย้ำหัวท้าย สักสามสี่เข็ม จะได้แน่นหนา ตอนแรกๆอาจเบี้ยวๆโย้เย้เป็นธรรมดา นี่เย็บมาตั้งนานก็ยังโย้เย้อยู่เลย เคยวังเกตว่าถ้าทำฝีเข็มเล็กๆถี่ๆและจิ้มติดต่อกันหลายๆจึ๊ก คอยพลิกกลับดูเป็นระยะๆ ดีกว่าบุกเย็บจนหมดแถว แล้วต้องเลาะ เพราะมันไม่ตรงเป๊ะ

ตั้งแต่ ตื่นมาตอนเช้า กินผลไม้สองจาน กินน้ำปั่น กินข้าวต้ม สลับกับการเก็บกวาดบ้านของแมลง จนกระทั่งอาหารมื้อเที่ยง นายคุ้มนี่บลาๆๆๆอยู่บนหัวแมลงตลอด ..เราต้องเอาเครื่องดูดฝุ่นมาดูดตามซอกนี่ให้หมด ..ก็ดูดอยู่นี่ไง กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ไม่เห็นหรือไง..ไม่ได้ๆ ต้องเข้าไปตรงซอกดูดเข้าไปในเครื่องเลย ..เธอเห็นรึ ว่าเจ้าเด็กน่ันอยู่ตรงไหน..ไม่รู้ล่ะ เอา steamer ไอน้ำร้อนที่ถูบ้านเอาหัวฉีดแรงสุดมาฉีด..เอ้า ฉีดก็ฉีด ฉีดลมฉีดแล้ง ..จะเที่ยงแล้วฉันยังเล่นซ่อนแอบกับตุ๊กแกอยู่เลย..
ท้ายสุด..ฉันว่าเธอ ต้องฉีดยากันยุงให้ตาย ไม่งั้นเราต้องอยู่กับตุ๊กแกชั่วชีวิต..เท่านั้นแหละ แมลงหลุดเลย ถ้างั้นเธอฉีด ให้ฉันฆ่าเจ้าเด็กตุ๊กแกไม่รู้อิโหน่อิเหน่นี่รึ ..เขาก็ตกใจพอๆกันกับเราแหละ ทั้งหิวด้วยเพราะเข้ามาไม่มีอะไรกิน กลัวก็กลัว กลับไปโดนพ่อแม่ด่าอีก.. แปร๊ดกับไปบ้าง หุบบบบบปากกกก..ซักทีได้ไหม ตั้งแต่เช้ามานี่ กิน นอน สลับบลาาาๆๆๆ เท่านั้นแหละ คุ้มเบรคเอี๊ยด หน้าสลด..



ต่อออกมาเป็นแบบนี้สามชิ้น จากผ้าเก้าชิ้น เป็นการต่อผ้าที่ง่ายที่สุด รอยหยักในสมองไม่ได้ลึกขึ้นเลย จากการนี้

ตอน แปร๊ดน่ะ เห็นหน้าตัวเอง ว่าน่าเกลียดน่ากลัวมาก ควันโขมงยิ่งกว่าโรงสีไฟลุกพรึ่บๆ ในใจตอนนั้น สงสารคุ้มอย่างมากที่ต้องเป็นเหยื่อความโกรธจากเรา หน้าสลดเหมือนต้นไม้โดนน้ำร้อนราดไม่มีผิด..
พอทำงานบ้านเสร็จ อาบน้ำกินข้าว สลบไปหนึ่งเหมือด พอตื่นขึ้นมาก็พยายามเอาน้ำชะโลมใจตัวเอง ทำไปเงียบๆ จนถึงเย็นก็กวาดออกได้สนิท พอจะเข้านอน ก็บอกขอโทษ ที่แปร๊ดออกมา ตุ๊กแกตัวเล็กๆนี่ไม่น่าจะร้ายกาจขนาดทำให้เราเสียเวลาดีๆอันมีค่าไปได้ตลอด บ่าย..ไม่น่าเลย..
ตอนที่แปร๊ดนั่น คิดโทษตัวเองว่าไม่น่าออกไปตอนกลางคืนเลย โทษคุ้มว่าไม่น่าพูดมากเลย...หยุดๆๆๆ..เวลาไฟไหม้บ้าน ไม่ต้องไปหาตัวคนจุดไฟ ต้องรีบดับไฟก่อน..จิตใจเราอยู่ในกองเพลิง ไม่ได้สงบเย็นดังเช่นเคย..ไม่ได้การแล้ว
พอเอาน้ำชะโลมใจตัวเองจนสะอาด หมดจด ถามตัวเองว่า น้ำชะโลมใจนี่เป็นอะไรกันหนอ..คำตอบที่ออกมาจากหัวใจก็คือเมตตาไง เมตตาต่อตัวเราเองและต่อคุ้ม ..จะทุกข์ไปทำไมกัน เสียเวลาดีๆไปบ่ายหนึ่งเปล่าๆ



ล้มตะเข็บแบบ Nine patch นี่ง่ายที่สุดแล้ว..ชอบๆๆ



จากการที่เราเย็บเฉพาะที่ขีด ไม่เย็บไปจนสุดผ้า เวลาเย็บมุมชนมุม ล้มตะเข็บออกมา หน้าตาจะเป็นแบบนี้

.. ขณะหายใจเข้า ข้ารู้ว่าโทสะทำให้ข้าน่าเกลียด
ขณะหายใจออก ข้าไม่ต้องการอยู่ในอำนาจของโทสะ
ขณะหายใจเข้า ข้ารู้ว่าต้องดูแลตัวเอง
ขณะหายใจออก ข้ารู้ว่าเมตตาคือคำตอบ ..

ปัจจุบันเป็นเวลาอันประเสริฐสุด ของ ติช นัท ฮันห์




หมดไปบล๊อกหนึ่งก็ต่ออีกบล๊อกหนึ่ง ค่อยๆทำไป ที่ปักเข็มหมุดก็กางเกงเลย ใกล้มือ ใครเป็นอย่างแมลงบ้างน๊า..

มาลองพิจารณาดู..เอ..หรือตุ๊กแกเด็กจะเป็นเทวบุตรจำแลงมาทดสอบใจแมลงว่าฝึกหัดได้ผลเป็นประการใด จะสอบตกไหม ..เกือบตกนะเส้นแดงขีดพอดี เดี๋ยวมาเล่าอีก เมื่อวานไปหาคุณหมอส.ทีี่กทม. มีเรื่องเล่ามากมาย เหน็ดเหนื่อยหนักหนา กลับมาสอบตก..วันนี้ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ..เขามีสอบซ่อม..

26 มิถุนายน

หมาขี้เรื้อนเพื่อนที่แสนดี.....


วัน เสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พากันออกจากหัวหินไปโรงพยาบาลก. ตั้งแต่หกโมงครึ่ง เพื่อไปทำ MRIและพบหมอดูอาการและรับคีโมเป็นครั้งที่สี่ แมลงตื่นตีสี่ครึ่ง เตรียมตัวเอง เตรียมผลไม้อาหารเช้า และปลุกคุ้มขึ้นมาตอนตีห้าเพื่อกินอาหารและขับถ่าย จะได้ไม่เป็นปัญหาระหว่างทาง
ผลเลือดปกติ ผลMRIเนื้อร้ายไม่เปลี่ยนแปลงขนาด น้ำหนักยังเพิ่มไม่หยุด 84 กก.แล้ว เท่ากับก่อนที่เราจะเจอเรื่องร้ายนี่ เขาประกาศกับพยาบาลว่าจะไม่สนใจ จะกินแหลก
คุณหมอส.พูดทันทีที่เห็นหน้าคุ้มว่า เขาซึมเศร้า ..

วัน ที่ไปหาหมอ ความจริงเป็นวันดี ที่แมลงกับคุ้มได้พบเพื่อนใหม่ผู้ร่วมชะตากรรมคล้ายกัน..น้องสองสามีภรรยา ที่สามีป่วยด้วยGBMเหมือนกัน แต่ผลกระทบต่างกัน เขาเดินได้ แต่พูดได้ยากลำบาก ภรรยาต้องทำหน้าที่ดูแลเหมือนแมลง เรากินข้าวเที่ยงด้วยกัน ร่ำลากัน แมลงซาบซึ้งใจที่เขาไม่ทิ้งกันดูแลกันอย่างดี และยังพาให้มารู้จักกัน ..แมลงเคยได้ยินว่า
ความสุขเมื่อแบ่งปัน จะมีมากขึ้น แต่ความทุกข์เมื่อแบ่งเบา จะมีน้อยลง..แมลงหวังว่าสามีของเราทั้งสองคนคงจะเข้าใจความหมายนี้..



ต่อขนาด 10 cm สำหรับทำขอบนอกด้วย เสร็จเร็วมากๆ เพราะไม่ต้องต่อผ้าเข้ามุม

เรา กลับถึงบ้านกันประมาณห้าโมงเย็น ด้วยอาการเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก ด้วยเหตุที่ว่าคุ้มไม่ให้คนขับรถคุณป้าที่โรงงานมาขับ แต่จ้างคนขับรถอาชีพข้างนอกแทน เราเคยใช้บริการเขาสองสามครั้ง ขับรถดีทีเดียว แต่คราวนี้ เขาขับรถแบบหลับใน แฉลบขอบทางสองสามหน เดี๋ยวขับเจ็ดสิบ ทั้งๆที่ถนนว่าง และเปลี่ยนเลนแบบหวุดหวิดหลายครั้ง ทำให้ต้องลุ้นตลอดทางว่าจะถึงบ้านไหม ตอนที่เราเสร็จธุระกัน โทรตามเป็นสิบครั้งก็ไม่รับสาย..หลับสนิท
มาได้ความเมื่อเราถามว่าเขาเมา เหรอเพราะขับรถไม่เหมือนทุกครั้ง ก็เลยหลุดออกมาว่าเฝ้าแม่ผ่าตัดขาเป็นเบาหวานที่โรงพยาบาลมาหลายคืน ไม่ได้นอน..อ๊าวแล้วกัน ก็เลยมาขับรถไปนอนไป
พอถึงบ้านก็ไม่ช่วยอะไร ทั้งสิ้น เพราะลำพังตัวเขาเอง ก็ยังลืมตาไม่ขึ้นเลย แมลงพาคุ้มขึ้นบันไดด้วยตัวเอง พักคุ้มที่ที่นั่งหน้าบ้าน บอกพักเหนื่อยและจ่ายตังค์เขาก่อน เดี๋ยวลงรถเข็นพร้อมกันนะ ไม่ถึงนาทีเลย รอไม่ได้ คุ้มกระโดดลงรถเข็นด้วยตัวเอง เสียงดังพลั่ก.. แว่ก..เกือบลงไปกองกับพื้น เพราะน้ำหนักตัวเขาลากรถให้ไถลออกไป แมลงต้องเอาแขนขาทั้งสี่ลากตัวเขาให้เข้ามาอยู่บนที่นั่งวีลแชร์แบบเต็ม ก้น..แล้วบอกว่า อย่าทำแบบนี้อีกน๊า..ให้รอก่อน ทำไปพร้อมๆกัน แบบนี้เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุ..



เท่านั้นแหละ เขาแปร๊ดๆๆๆใส่ใหญ่ ขว้างหมวกออกไปที่สนาม เฉียดหน้าไปฉิว..
ณ วินาทีนั้น เธอขว้าง ฉันขว้าง แมลงขว้างเป๋าตังค์ เขากระชากเป้ แมลงกระชากประตูมุ้งลวด
เขาทำอะไรแมลงก็จะทำอย่างนั้น เพื่อให้เขาหยุด..ในที่สุด เขาก็หยุด
แมลง ว่า ทำแบบนี้น่ะ ไม่รักษาน้ำใจกันเลย เธอเหนื่อย ฉันก็เหนื่อย ถ้าลูกมาเธอคงเป็นยิ่งกว่านี้ เพราะมีคนช่วยเต็ม..เท่านั้นแหละ เขาไล่ ..อยากไปไหนก็ไปเลย ไปให้พ้น ..วันนี้ไม่กินข้าวเย็น
..ถ้างั้นก็ตามใจ ฉันไม่มีแรงจะพูด จะโน้มใจ จะช่วยเหลืออะไรได้ทั้งสิ้นแล้ว ที่ทำได้คือเตรียมผลไม้และยาไว้ให้ กินก็กิน ไม่กินก็แล้วไป
ฉันเองก็กินผลไม้เหมือนกับเธอ เพราะไม่มีแรงแม้แต่จะพูดหรือขยับร่างกายแล้ว



ความจริงต่อชิ้นใหญ่ๆแบบนี้ ก็สวยดี เสร็จเร็วด้วย ..


แต่ ในที่สุดเขาก็กินผลไม้และกินยา เข้านอนสลบเหมือดทั้งสองคน ก่อนเข้านอน แมลงบอกคุ้มว่า จำที่คุณหมอส.พูดคราวนี้ได้ไหม หมอว่า ถ้าเจ้าตัวไม่คิดบวกและไม่ทำอะไรดีๆให้ตัวเอง คนอื่นก็ช่วยไม่ได้ หมอพยายามตามดูทุกระยะ หาวิธีช่วยให้ร่างกายดีขึ้น แต่ถ้าเจ้าของร่างกายไม่ร่วมมือ ก็คงไม่มีประโยชน์
..สำคัญที่คนขับรถ ไม่ใช่แต่ช่างซ่อมอย่างคุณหมอ และเด็กล้างรถอย่างแมลง คุ้มว่าเขาสัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีก พรุ่งนี้เรามาคุยกันใหม่



เอามาลองวางบนเตียงจริงดู ออกมาหน้าตาจะเป็นอย่างไร

หลาย คนปลอบใจแมลงว่า คุ้มเป็นแปร๊ดๆ แบบนี้เพราะป่วย แต่แมลงเห็นตรงข้ามเหมือนที่Kalle,Peter และ Dorothea เห็นว่า ที่ป่วยเพราะคุ้มเป็นแปร๊ดๆ แมลงนึกถึงคำพูดของคุณหมอส.ว่า มันเกีี่ยวกับ bio-chemy ในสมอง และนึกถึงพวกครูบาอาจารย์ที่สอนฝึกสมาธิว่าการฝึกสมาธิช่วยในการผลิตเอ็นโด ฟินของร่างกาย
ยามปกติที่ร่างกายฟิต จิตใจมั่นคง เวลาที่คุ้มแปร๊ดๆ แมลงจะมีวิธีจัดการ บ้างก็เงียบเสีย บางก็ทำตลก บ้างก็ทำเป็นว๊าก บ้างก็เปลี่ยนเรื่องสนทนา ได้ผลทุกครั้ง..แต่วันนั้น ท้ังคนขับรถและรถมาตรฐานไทย อยู่ในสภาพสะบักสะบอมเต็มที ..รับมือไม่ทัน..

พอ ตื่นมา ก็ยังไม่สดชื่น เรี่ยวแรงยังไม่ฟื้นคืน ..ตายละวา คราวนี้หนักกว่าคราวก่อน ร่างกายและจิตใจหมดแรงเอามากๆ ต้องใช้เวลาถึงสองวันสองคืน กว่าจะคืนกลับได้อย่างปกติ..
แมลงเงียบกริบ ท้ังวัน เพราะไม่มีแรงแม้แต่จะพูด เขาก็ถามว่า "ไหนว่าจะคุยกันปกติ" แมลงว่า ขอเวลาฉันฟื้นฟูหน่อย ไม่มีแรงแล้ว ณ เวลานั้นรู้ตัวว่าสอบตก พยายามหาวิธีการให้ตัวเองฟื้นให้เร็วกว่านี้



เฉพาะต่อผ้าสี เหลืออีกสิบบล๊อกถ้วนๆ

ลิ้นชักแห่งความจำถึงเรื่องที่เคยอ่านมาถูกดึงออกมาใช้..
เรื่องนี้..
ผู้ แสวงหาความหลุดพ้นเพียรภาวนาหลายปีก็ยังไม่เป็นผล วันหนึ่งออกจากภาวนา เดินไปตามถนนเห็นหมาขี้เรื้อน ร่างกายเปื่อย เลือดซิบ น้ำเหลืองไหลเยิ้ม หนอนกัดกิน ทุกข์ทรมาน เป็นที่น่าเวทนา ผู้แสวงความหลุดพ้นพิจารณาว่า น่าอนาจนัก เราจะช่วยให้เจ้าหมานี้พ้นทุกข์ได้อย่างไร จะหยิบหนอนออกก็คงจะยิ่งซ้ำเติมให้เจ็บเข้าไปอีก
ว่าแล้วก็เอนกายลงใช้ลิ้นค่อยๆเลียหนอนออกทีละตัวๆ เพื่อช่วยให้เจ้าหมาขี้เรื้อนได้คลายความเจ็บปวดทรมาน
ฉับพลัน รุกขเทวดาทั้งปวง ก็ปรากฎกายพากันอำนวยพรว่า พุทธะๆๆ ..

เรื่อง นี้จำไม่ได้ว่าอ่านที่ไหน และใครคือผู้แสวงบุญท่านนั้น แต่แมลงนึกถึงว่า ขนาดกับหมาขี้เรื้อนตัวเปื่อยนั้น ก็ยังมีจิตเมตตาสงสาร ปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์..
แล้วนี้คุ้มเพื่อนที่แสนดีทั้งคน ทำไมแมลงถึงไม่สามารถทำให้เขาพ้นทุกข์ได้ ..ใช้ไม่ได้เลย..

ว่า แล้ว พลังของรถมาตรฐานไทยก็กลับฟื้นคืน..แต่..ยังไม่หมด หายเหนื่อยจากวันเสาร์ที่ 23 วันศุกร์ที่ 29 เกิดเรื่องอีก เรียกรถพยาบาลกันตั้งแต่ตีห้า..เดี่ยวมาเล่าต่อนะ

4 กรกฎาคม


http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=buginthegarden&month=04-2011&date=29&group=10&gblog=9

Create Date : 29 เมษายน 2554
Last Update : 6 กรกฎาคม 2554 18:04:37 น.

Additional information