น้ำมีชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

โชคดีที่เป็นมะเร็งสมอง..น้ำมีชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ผจญภัยในโรงพยาบาลราชบุรี....ภาคต่อและตอนจบ

วัน อังคารที่ผ่านมา คุ้มต้องไปฉีดAvastinที่โรงพยาบาลราชบุรีอีก คราวนี้เป็นครั้งที่สี่ เอ๋กับปั๊บพากันขับรถไปราชบุรีกันสองคนตอนคำวันจันทร์ เพื่อเอาผลตรวจเลือดและปัสสาวะไปให้หมอเพื่อทำออร์เดอร์ฉีดยา เพราะเราต้องการประหยัดเวลาเหนื่อยแรงให้คุ้มไปหนึ่งวัน วันอังคารเช้า ตั้งใจว่าจะตื่นกันตั้งแต่ตีห้า แบ่งงานกันเรียบร้อย แมลงจะเป็นกะแรก เตรียมยา ป้อนอาหารและยาให้ครบเซ็ทอาหารเช้า ขณะที่ลูกและอัปสราอาบน้ำ พอเขาเสร็จธุระ อัปสราจะมาวางบอมบ์ให้คุ้มถ่ายให้เรียบร้อย จะได้ทำความสะอาดและแต่งตัว ในขณะที่ลูกทำแซนวิชห่อไปกิน เพราะประสบการณ์คราวก่อนว่า เราหาอาหารกินกันยาก ที่ไหนๆก็คนแน่นต้องเบียดเสียดกัน



แม่ มากับสามีใหม่ แวะเอากล่องของฝากมาให้ก่อน จะเข้าไปพักกันที่โซฟิเทล คุ้มทำตาวาวๆ กับของฝากเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด อัปสราแอบดูขำกิ๊กๆ



อะไร ที่ชอบกินก็สรรหามาฝาก ปากก็อธิบายว่ามีอะไรบ้าง มือก็หยิบสิ่งของใหม่ๆออกมาวางจนเต็มหน้าตัก ใครเคยเห็นเด็กๆที่คุณลุงคุณป้าซื้ของมาฝากน่ะ คุ้มเป็นแบบนั้นเลย ตื่นเต้นว่าจะมีอะไรในกระเป๋าบ้าง



ตัด เล็บมือเล็บเท้าให้ คลึงเส้นไล่น้ำเหลืองและเลือดที่ไปค่ังที่เท้า ลูกออกไปยืนสงบอารมณ์กับอาการแปรปรวนของพ่อ เห็นถังเหลืองๆนั่ ลักษมีกำลังทำงานบ้านในมุมนั้น อัปสราเตรียมอุปกรณ์ชำระ แมลงเป็นผู้อำนวยการสร้างในฉากโรงลิเกที่ปรับลิฟว่่ิงรูมและครัวมาเป็นห้อง น้ำ ห้องนอน

แต่การกลับไม่เป็นตามแผน นายคุ้มตื่นตั้งแต่สี่ทุ่มกว่าๆ โยโย่ กินผลไม้ และเปียกกันมาตลอด จนอัปสราต้านไม่ไหว ผลอยหลับไป ในขณะที่แมลงหลับๆตื่นๆ มาดีดตัวดึ๋งขึ้นมาตอนตีสาม เพราะลืมตาขึ้นมาเห็นขาห้อยลงมาข้างเตียงสองช้าง กำลังพยายามจะออกมาลุกเดินเอง
ก็เลยตัดสินใจไม่รอตีห้า จัดการยาและอาหารชุดเช้า พร้อมวางบอมบ์ให้ท้องโล่ง แต่งตัวรัดกุม ออกเดินทางก่อนเวลาครึ่งช่ัวโมง ม่ายเป็นราย เพราะปั๊บขับรถให้เราไม่ได้ มีงานด่วนต้องพายายตัวเองไปโรงพยาบาลเหมือนกัน..ลูกต้องเพ่ิมงานอีกหนึ่งใน ฐานะพลขับ



คุ้ม สั่งให้เอากล้องถ่ายรูปไปด้วย ถ่ายรูปกันครึกครื้น พยาบาลมาบอกห้ามถ่ายรูป แว่ก หมดไปหลายรูปแล้วค่ะ นายคุ้มคุยจ้อ ไม่หลับไม่นอน หันไปเตียงอื่น คนไข้นั่งหรือนอนเงียบ (ดูตัวอย่างเตียงข้างๆ คงอิจฉาอีตานี่แรงดีเหลือเก้ิน) มีแต่เจ้านี้แหละ พูดไม่หยุด จนแมลงกับลูกต้องเข้าเวร แบ่งผลัดกันมาคุยด้วย



อ่าน หนังสือให้ฟังก็แล้ว ทำตลกให้ดูก็แล้ว ยาฉีดก็ยังไม่มาซักที คุ้มเข้ามานอนรอตั้งแต่แปดโมงครึ่งเลือกเตียงได้ตามใจชอบเพราะยังเช้ามาก มีเตียงว่างเยอะ พอสายหน่อย คนไข้มานั่งรอเตียงกันหลายคน เพราะพนักงานผสมยามีจำกัด ดูเจ้าหน้าที่ทุกคนจะทำงานมากเกินแรง แต่ก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งญาติและผู้ป่วยดูเหมือนจะคุ้นเคยกัน เป็นลุงเป็นป้า เรียกชื่อกันแม่นยำ แบ่งขนมนมเนยกัน..เป็นเพราะเขามากันหลายครั้งแล้ว บางคนเป็นยี่สิบครึ่งก็มี ..โดนยากันสะบักสะบอม สองพ่อลูกนี่ก็เล่นทำหน้าเป็นมันฝรั่งเหมือนๆกัน สนุกสนาน..ลูกและแมลงต้องผลัดกันเบี่ยงเบนประเด็น ที่จะทำให้คุ้มอยู่บนเตียงไม่อยากที่จะคิดออกไปเดิน(ซึ่งเป็นไปไม่ได้) ช่วยคนไข้เตียงอื่นหิ้วขวดน้ำเกลือไปห้องน้ำ




พอ หมดกะตัวเองก็หลบออกไปนอนที่ระเบียง ดูอินเดียมากๆ ฝรั่งนอนกระดานเย็น ส่วนแมลงนั้นไซร้นอนไม่ได้ เพราะอะดรีนาลินมันออกมามาก เลยข่มตาหลับไม่ได้ ในขณะที่ร่างกายมันหมดพลัง พอถึงเวลาเปลี่ยนกะ ก็ได้แต่พยายามหลับตาตามลมหายใจ เวลาจะเข้าห้องน้ำต้องดอดออกไปอีกห้องนึง แล้วคลานศอก(เว่อไปนะ แค่ก้มหัวค้อมตัวไม่ให้เขาเห็น เดี๋ยวโดนเรียก) ออกไปสูดอากาศแห่งอิสรภาพ ฮ่าๆ
อัปสราดูจะเป็นคนโชคดีที่สุดเพราะพูด ภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็เลยกลายเป็นคนวิ่งไปจ่ายตังค์ ไปซื้อซาละเปา(คุ้มอยากกินอะไรที่มันเค็มๆ) หายไปนาน ..พอกลับเข้ามา ญาติผู้ป่วยเตียงอื่นไชโยให้กันใหญ่ เพราะเห็นคุ้มบ่นตลอด "ซาลาเปาๆๆๆๆ"
แมลงว่า อัปสราเขาเดินตั้งเกือบยี่สิบกิโล ไปหาซาลาเปามาให้เพราะในโรงพยาบาลไม่มีเซเว่น..



มี เอกสารที่ตั้องเซ็นชื่อ แต่มือสั่นเซ็นไม่ได้ ใช้ระบบพิมพ์ลายน้ิวมือ ภูมิใจอวดใหญ่เลย มิสเตอร์ฝรั่งนี่ดูจะเป็นคนไข้รายเดียวที่พูดจ้อไม่หยุด จนผู้ดูแลเหนื่อยถามตอบ ในขณะที่เตียงอื่นเขาเงียบกริบ นอนหรือนั่งกันนิ่งๆ



ดู หน้าอีเย็นซะก่อนว่าเหนื่อยขนาดไหน คอจะตั้งอยู่บนบ่าไม่ได้แล้ว วันที่ไปโรงพยาบาลน่ะ ไม่ได้นอนยี่สิบชั่วโมง กลับถึงบ้าน คุ้มทำความสะอาดร่างกายเสร็จก็ไปกินเอ็มเคและสเวนเซ่นกัน คืนนั้น พอเข้าบ้านได้ แมลงนอนแผ่สังฆราชเลย



รูป นี้คุ้มถ่ายเองแบบตั้งใจมาก แมลงรู้ว่ามันเป็นภาพที่คุ้มอยากเห็นที่สุด จาก wrong perception ทำให้เธอหันหน้าหนี หน้าตาบูดบึ้ง ความเห็นที่ถูกต้องนั้นเปลี่ยนแปลงชีวิต เรามีคนที่เป็นที่รักคนเดียวกัน ทำไมไม่ร่วมมือกันทำให้เขามีความสุขเล่า แม้เวลาจะเหลือน้อย แต่ยังดีกว่าไม่มีเลย..
พยาบาลอาวุโสที่โรงพยาบาลราชบุรีบอกกับแมลงว่า เราช่วยให้เขาละสังขารอย่างสงบได้ ด้วยความรักและเอาใจใส่ของเรา คุณหมอน.ที่โรงพยาบาลก.หัวหิน ก็ยืนยันเช่นกัน ว่าชีวิตเขาเลือกเองว่าจะไปอย่างไร ไม่มีใครกำหนดได้..
เราต้องไม่ทำเกิน หน้าที่ หน้าที่ของเราคือฝ่ายสนับสนุนให้เขามีความสุข มีคุณภาพชีิวิตที่ดี ได้แต่สิ่งที่ดีๆ ก่อนที่จะจอดรถอย่างนุ่มนวล ไม่สะดุด ไม่กระตุก ก่อนจะไปไขกุญแจรถคันใหม่ขับออกไป..



ไม่ใช่แค่การช่วยกันป้อนยาป้อนข้าวให้คุ้ม แต่ยังร่วมมือกันอย่างยิ่งยวดในแต่ละนาที มีการสลับกันแสดง สลับกันพูด สลับกันทำหน้าที่
จาก การหันหน้าออกจากกัน กลายเป็นการสุมหัววางแผนกันว่าจะทำอย่างไรดี มีแผนหนึ่งสองสาม สำรองไว้ ขึ้นอยู่กับว่าคุ้มจะมาไม้ไหน อัปสราช่วยได้ดีมากในกะดึก ทำให้ตื่นเช้ามามีแรงคิดมุขรายนาที เพราะความคิดอารมณ์คุ้มเปลี่ยนได้ทุกนาที



ลูกสองคน กรรมมาต่างกัน ลูกสาวเห็นก่อน ได้มีโอกาสดีๆในชีวิตแบบนี้
แมลง บอกลูกว่ายามนี้คุ้มอ่อนแอ เราเป็นแหล่งพลังให้เขาได้ ดูสิพลังเราสองคนย่อมมากกว่าพลังของแมลงคนเดียว น่าเสียดายที่น้องชายไม่เห็น เพราะน้องชายมีพลังเหลือเฟือ ถ้าเธอรักน้อง ต้องช่วยให้น้องได้มีโอกาสแบบที่เธอได้รับ ส่องไฟฉายให้เขา แต่เขาจะดูหรือไม่ก็อยู่ที่เมล็ดพันธุ์ดีที่มีในตัวเขาเองด้วย..
แมลง ช่วยได้แค่สร้างบริบทให้พวกเขาได้มีโอกาสได้เดินพยุงพ่อด้วยกัน จากไฟฉายที่แมลงยื่นให้ไปในรอบปีที่ผ่านมา และเธอเป็นคนฉลาดพอที่จะรับไปทดลองใช้ดู..

ชั้นทำเต็มที่แล้วนะนายคุ้ม..เจ้าเด็กสองคนนี่จะเห็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวาสนาของเขาเองแล้ว

2 ธันวาคม


เผชิญหน้ากับความไม่"รู้"ตัว....

คุ้ม..
การที่เจ้าเซลร้ายเพิ่มขึ้นมาบริเวณสมองส่วนหน้า ทำให้คุ้มมีอาการไปๆมาๆ เดี๋ยว"รู้" เดี๋ยว"ไม่รู้"ตัว
บาง ทีก็จำแมลงไม่ได้ บางทีก็ไม่รู้ว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน บางที่ไม่รู้ว่า อยู่ที่หัวหินหรืออยู่ที่ Neustadt เพื่อนๆที่อยู่แถวนี้เป็นอันต้องโดนแมลงกวนหมดทุกคนเพื่อให้ยืนยันกับคุ้ม ทางโทรศัพท์ว่า เขาอยู่ที่ไหน..
ไม่งั้นแล้ว ก็จะให้ขับรถไปหาคนนั้นคนนี้ ที่เมืองNeustadt บางครั้งก็จะขับรถไปเอง บางครั้งก็เที่ยงคืนตีหนึ่ง ก็จะไปให้ได้

วัน หนึ่งตื่นมากินอาหารเช้าดูทีวีตามปกติ ตกลงกันอย่างดีว่าเที่ยงนี้จะกินซุปลึก สาวๆอยากกินปลาทูต้มเค็ม เตรียมเครื่องปรุงกันอย่างใหญ่ แมลงเตรียมจับปลาลงหม้อ อัปสราทำพริกน้ำปลาหอมซอย ลักษมีเตรียมเครื่องปรุงซุป



บรรยากาศ ครึกครื้นดี สาวๆทำไปเล่นไปหัวเราะกันคิกคัก จนนายคุ้มทำวงแตก ..เก็บของเข้าตู้เย็น จัดยาด่วน cabin crews stay at the station
นายคุ้มว่าเราจะต้องไปมาร์เก็ตวิลเลจให้ได้ เดี๋ยวนี้ๆๆๆๆๆๆ
ลูกขับรถออกไป เราเปลี่ยนมือคนขับที่โซฟิเทล ทิ้งลูกให้ไปหาแม่ เขามีธุระเครียดคุยกัน ส่วนนางฟ้าชาลีต่อกันไปที่หมายของเรา ..
พอถึงที่หมาย จอดรถ อย่างดี ม่ายลงๆๆๆๆๆๆ แว่กๆๆๆ ม่ายลงๆๆๆๆ
จา..กลับบ้านๆๆๆๆๆๆๆ..แล้วเรามาทำไมกันเนี่ย..
เย็น ไว้ ลูกพี่ กลับก็กลับ ..เอ ว่าแต่ว่าจะกินอะไรจะเที่ยงอยู่แล้ว กลับไปก็ทำไม่ทันแล้ว ว่าแล้ว..เอางี้อัปสราไปซื้อบะหมี่เอ็มเคมาแปดห่อ ลักษมีไปซื้อน้ำยาเช็ดกระจกของตัวเองที่บ่นว่ามันหมดแล้ว คุ้มกับแมลงนั่งรอในรถ
รอไปบ่นไป ทำไมเราต้องมานั่งแขวนแหง่วอย่างนี้ แมลงก็เลยว่า ทำไมพูดแบบนี้ ก็เธออยากออกมาจากบ้านในขณะที่เราจะกินอาหารกลางวัน พอออกมาได้ ก็ไม่ยอมออกจากรถ น้องสองคนเขาวิ่งทำธุระให้เรา ..หรือจะให้เขามาแขวนในรถ แล้วเราสองคนไปวิ่งแทนให้เขา
ไม่มีใครอยากออกมาจากบ้าน แต่เราทั้งหมดต้องออกมาเพราะเธอ แล้วที่นี้เธอก็จะกลับบ้านให้ได้ เราก็ต้องกลับบ้านเพราะเธอ ..เราทั้งหมดหิวมาก..
แหง่งๆๆคิดได้ เออๆ

สองนาทีผ่านไป บ่นอีก ทำไมเราต้องมาแขวนแบบนี้
แมลง ก็ว่า เอางี้รอแป๊บนึง พอเขามากัน เราพาเขาไปปิกนิคกันที่วังมฤคทายวันดีกว่า กินข้าวกลางวันที่ชายหาด ฟังเสียงคลื่น สาวๆเขาไม่เคยเห็น..เท่านั้นแหละ คุ้มโอเคเลย เข้าที่เรียบร้อย อยากดูแลสาวๆ
พอกินอาหารกลางวัน รับลมเย็นริมหาดเสร็จราวๆเกือบบ่ายสอง ขึ้นบ้าน สลบเหมือด

นี้เป็นหนึ่งในหลายๆเรื่องของความ"ไม่รู้"ของคุ้ม ณ ขณะนี้



สาวๆ ชอบทำงานในสวน สนุกกันใหญ่ น่าอิจฉายิ่งนัก ชอบรถน้ำกันแบบนี้ ก็เบาใจได้ว่า หน้าแล้ง ต้นไม้จะไม่อดน้ำกัน ตอนแรก แมลงถอดใจแล้วว่า หมดฝนเตรียมตัวยืนต้นตายกันแน่ๆ

ลักษมี..
เธอเป็นสาวเนปาลี พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยแต่อย่างละนิดอย่างละหน่อย ถนัดอินเดียและพม่า เวลาบอกอะไรจะโอเคตลอด
"so easy" เป็นคำถนัดของเธอ จนเราได้ขำกัน เพราะมันไม่อีซี่เลย กับการยกคุ้มขึ้นลงเตียง หรือขึ้นลงบันได หรือเข้าออกจากรถยนต์
กลาง วันลักษมีจะช่วยแมลงทำงานบ้าน รดน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้ ซักผ้ารีดผ้า มีบางมื้อทำกับข้าวให้แมลงกับอัปสราด้วย แมลงซื้อเลดี้ไบซิเคิลให้ตามคำเรียกร้องเพราะจะได้ขี่จักรยานไปตลาดใกล้ๆ บ้าน วันไหนไม่ได้ไปตลาด เย็นๆเธอจะขี่จักรยานออกกำลังกายลดหุ่นตุ้ยนุ้ยสามรอบ
เวลาลักษมีทำงาน การใดๆ จะพยายามให้อัปสราช่วยประกบเป็นล่ามให้ตลอด เพราะเธอใจเย็นค่อยๆอธิบาย ในขณะที่แมลงไม่เย็นพอที่จะพูดได้ถึงสี่ครั้ง โดยเฉพาะตอนกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่คนฟังยังไม่"รู้"ข้อความที่ต้องการจะสื่อ



สองพ่อลูกแอบดูสาวๆ เล่นรดน้ำในสวน ลูกถูกปลุกมาเป็นรถยกตั้งแต่หกโมงครึ่ง เดินตาตุ่ยออกมาจากห้องนอน

หลายๆ ครั้ง ที่แมลงต้องแหงนหน้าขึ้นฟ้า และกลืนคำพูดตัวเองลงคอไป เพราะรู้ว่ามันจะต้องเป็นคำพูดที่แผดสนั่นแน่ๆ เพราะโมโหที่ตัวเองพูดอะไร ออกไปแล้วเธอรับรู้ไปอีกทางหนึ่ง
วันหนึ่งแมลงกับอัปสราพาคุ้มออกไปผจญ ภัยในโลตัส กลับบ้านมาพร้อมสัมภาระเต็มรถ หลังจากที่หอบคุ้มขึ้นเตียงได้ แมลงกับอัปสราช่วยกันสาละวน กับการทำความสะอาด เช็ดตัวให้คุ้มก่อนที่เขาจะอ่อนแรงจนทรงตัวไม่ได้ แมลงบอกให้ลักษมีช่วยไปเก็บสัมภาระในรถขึ้นมา เพราะมีบางสิ่งที่ต้องเอาเข้าตู้เย็นทันที
แต่ลักษมีออกไปนอกบ้านและเดินไปเดินมา เตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอก แมลงก็บอกไปอีกสามรอบ โอเคๆ ไปโลตัส โอเคๆ
เฮ้ย..
ฉัน เพิ่งจะกลับมาจากโลตัส วุ่นอยู่กับนายคุ้มเนี่ย ยังจะไปหนายกันอีก แมลงเห็นอัปสราแอบหัวเราะคิกๆ ไม่รู้หัวเราะใคร ลักษมีหรือแมลง??
พอเสร็จธุระจากนายคุ้ม แมลงก็เดินไปขนของออกมาจากรถทีละถุงๆ ทีนี้ ลักษมีร้อง "อ๋ออออออ"ขอโทษๆๆๆ

ยัง มีอีกหลายเรื่อง ที่เธอ"ไม่รู้" และแมลงไม่มีแรงไม่มีเวลาที่จะบอกเธอได้ ..ได้แต่หวังว่าเธอจะไม่ร้องไห้ หรือเสียใจที่แมลงไม่สอนไม่ใส่ใจเธอเท่าที่ควร



เฮนริเก้..

ชื่อ ก็บอกว่าเป็นลูกสาวที่พ่อรักขนาดไหน เมื่อถูกรัก ก็เอาตัวตนเข้าไปผูกมัดกับความเป็นเฮนริเก้อย่างเหนียวแน่น จากวันแรกที่รู้เรื่องความป่วยไข้ของคุ้ม แมลงเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวตนของเธอมาโดยตลอด
เมื่อเริ่มการรักษาด้วย การฉายแสงและยาคีโม ที่โรงพยาบาลก. เธอมาพร้อมกับน้องชาย และรับคำสั่งจากแมลงว่าห้ามร้องไห้เด็ดขาด นาทีนั้น พ่อจะต้องจากไป ทั้งสองใช้เวลาอยู่กับพ่ออย่างเต็มที่เพื่อปรนนิบัติให้ราวกับว่าจะไม่ได้ เห็นกันอีกต่อไป
อีกสองเดือนต่อมา หลังจากที่คุ้มกลับมาอยู่บ้าน ได้กินอาหารได้ใช้ชีวิตดี ทำกายภาพบำบัด เดินด้วยวอร์กเกอร์ไกลถึงวันละยี่สิบเมตร ทุกอย่างดูดี
เมื่อเหตุการณ์ดี มนุษย์เราก็เริ่มประมาท พาเพื่อนชายมาฮอลิเดย์ สองพี่น้องพากันไปดีสโก้กันจนสว่าง สนุกสนาน เริ่มแบกอัตตา ทำเรื่องปวดหัวมาให้ จนแมลงต้องตัดสินใจทิ้งงานกลางคันไปนอนหลับอยู่ที่กระบี่ซะหลายวัน เวลาแต่ละนาทีไม่ได้ถูกใช้อย่างมีความหมายอีกต่อไป



เดือน กรกฎาคมแมลงปลีกออกไปอย่างตั้งใจ เพื่อให้สองพี่น้องได้อยู่กันลำพังกับพ่อ แมลงกับพี่น้องได้พาแม่มาเยี่ยมคุ้มและไปเล่นที่โรงพยาบาลก.หัวหินด้วย คราวนี้ มุมมองของเธอที่มีต่อแมลงเริ่มเปลี่ยนไป เพราะได้รับประสบการณ์ตรงจากการได้ดูแลกันเอง รู้ว่าการดูแลคุ้มที่เคล่ือนไหวตัวเองไม่ได้ บวกกับอาการทางสมองที่เกิดจากเซลร้าย ผนึกกับผลข้างเคียงของสารพัดยา จนเกิดความกลัวไม่กล้าอยู่ตามลำพังเมื่อน้องชายต้องกลับก่อน



เดือน กันยายนเธอกลับมาอีกครั้งก่อนหน้าที่แม่จะมาถึงสองวัน เพื่อปฏิบัติภาระกิจลับที่แมลงให้ความช่วยเหลือจนลุล่วง และเพื่อพบกับผลลัพธ์จากการตรวจ MRI หลังจากรับคีโม temodal รอบที่เจ็ดว่า มีเซลร้ายที่ไม่ยอมจำนนต่อยาคีโมตัวเก่าเพิ่มขึ้นมาอีกสี่ แถมอยู่กันกระจัดกระจาย แผนสองสำหรับการยืดอายุือยาคีโมชนิดพุ่งเป้า Avastin ต้องถูกนำมาใช้..เมื่อหมดจากยาชนิดนี้แล้ว ..แผนต่อไปไม่มี..ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพ ณ ขณะนั้น
วันที่ไปรับยาที่โรง พยาบาลธ.เป็นครั้งแรก ชายน้อยกับพี่หญิงใหญ่มาช่วยกันขับรถ โดยใช้วิธีขับรถมาจากปากเกร็ดมารับเราที่พระรามสอง แล้วเปลี่ยนรถให้แม่ไปกับพี่หญิงใหญ่ ชายน้อยมาขับรถให้เรา เพราะแมลงไม่รู้ทางแถวอรุณอัมรินทร์โดยสิ้นเชิง
มุมมองต่อพลเมืองประเทศด้อยพัฒนาของเธอเริ่มเปล่ียนไป อย่างเห็นได้ชัด
เริ่ม จากการให้ความร่วมมือ รู้จักยิ้มแย้มทักทาย ขอบคุณทุกความช่วยเหลือที่มีให้ ..รับรู้ความหมายของคำว่า"น้ำใจ" แตกต่างจากการทำเพื่อเงินที่เธอเคยพบเห็น



เดือน พฤศจิกายน หลังจากยาคีโมพุ่งเป้าผ่านไปได้สี่รอบ เธอกลับมาอีกครั้งด้วยความหวั่นไหว เพราะภาพที่เธอเห็นจากหน้าจอ skype คุ้มอ่อนแรงอย่างมาก ความดันโลหิตสูงจนเกิดอาการสมองบวม ต้องเข้าไปนอนในโรงพยาบาลห้าวันเพื่อรับสตีรอยด์แบบฉีด..
แต่ทันทีที่เธอ มาถึง สตีรอยด์ที่ทำหน้าที่เหมือนปั๊มน้ำ ปั๊มแรงคุ้มออกมาอย่างน่าตระหนก ..แขนขาอ่อนแรง ไม่มีแม้กระทั่งแรงที่จะเบ่งลมขับถ่าย แต่กลับไม่ยอมหลับยอมนอน พูดพร่ำเพ้อไม่หยุด วันๆได้แต่ร่ำร้องจะไปสนามบิน เข้าเมือง ไปเจอคนนู้นคนนี้ บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว..
เธอได้มีโอกาสมาร่วมเรียนรู้ชีวิต และทำแบบฝึกหัดยากๆที่คุ้ม สร้างสรรค์ขึ้นมาให้เราทุกวัน วันละหลายๆแบบฝึกหัด
แมลง ว่า ตอนเด็กๆแมลงดื้อกับแม่มดเอ๊กซ์มาก เข้าข่ายดื้อด้าน พอแม่เข้าสู่วัยชรา แม่ดื้อกับแมลงมากกว่าใคร แมลงโดนหนักกว่าพี่น้องทุกคน แม่เขาเอาคืนน่ะ แมลงก็คืนให้เขาไป จะได้ไม่ติดหนี้กัน เหมือนที่เรากำลังใช้หนี้ให้คุ้มกันไง..
เธอโอดว่า ไม่ยุติธรรมเลย ตอนเด็กๆ เธอไม่มีโอกาสจะได้ดื้อสักเท่าไหร่ เพราะเวลาอยู่ด้วยกันแทบจะไม่มีเลย ทำไมเธอจะต้องโดนแบบนี้..จริงเร้อ..



ความ เปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดขึ้นเป็นลำดับ คือ การเริ่มทักทายผู้คน เก็บงำข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ ไมปล่อยให้ห้องนอนและเตียงนอนเต็มไปด้วยข้าวของเหมือนแผ่นดินหลังสงคราม รู้จักการ"ให้" ไม่ได้รอแต่จะ"รับ"อย่างเดียว เหมือนที่เคยเป็นมา จากการกินเสร็จแล้วลุกหนี มาเป็นเสนอตัวเป็นผู้ล้างจาน

เธอนอนเตียง เดียวกันกับแมลง ห้องนอนที่เปิดประตูตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ทำให้เห็นชีวิตของเราทั้งหมดในบ้านว่าดำเนินไปอย่างไร แมลงจะสลับเวลากับอัปสรา ช่วงสี่ทุ่มถึงตีสี่แมลงมีโอกาสได้นอน ทุกครั้งที่ลืมตากลางดึก จะเห็นอัปสราจัดการให้คุ้มแห้งสนิท ได้ยินเสียงคุ้มเป่าลมปากเรียกแมลง แต่แกล้งทำเป็นหลับ ไม่งั้นคงไม่มีโอกาสได้นอน
ในขณะที่อัปสรานอนตอนไหนก็ได้ที่เวลาอำนวย แต่ในบางครั้ง ทั้งแมลงและอัปสราไม่ได้นอนเลย เพราะสี่ทุ่มถึงตีสี่คุ้มลุกขึ้นมาป่วนหนัก จนแมลงต้องลุกขึ้นมาบ่อยๆ

ก่อน นอน เธอจะถามเรื่องชีวิต และแมลงตอบเธอทุกคำถาม จนเธอว่า ถ้ากลับไปเยอรมันคราวนี้ คงจะคิดถึงเวลาที่ได้นอนคุยกันอย่างนี้..สงสัยไม่เคยทำแฮะ
ยิ่งเธอถาม เธอพูด แมลงยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นนั้นไม่พลาด
ความ กระด้าง แบกอัตตาไว้จนหนักอึ้ง เกิดจากการที่พ่อแม่ไม่กล้าสอนไม่กล้าบอก จนกลายเป็นการรับรู้ที่ผิด คำถามทีละข้อๆที่เกี่ยวข้องกับพ่ออันเป็นที่รัก ล้วนแต่เป็นมุมมองที่บกพร่อง เป็นมุมมองด้านเดียว ทำให้ไม่เห็นอีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นไม่ถูกก็ตอบสนองไม่ถูก ทำให้เกิดความทุกข์ทั้งสองฝ่าย



เธอ ถามว่าแมลงทำอย่างไร จึงดูไม่ทุกข์ร้อนไม่เศร้าหมองกับเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ที่เจอทุกวันมาเป็น ปีแล้ว..คำตอบสั้นๆง่ายๆว่า ก็ให้วางอัตตาลงข้างๆ และดูด้วยตาในว่า ที่แท้แล้วไม่ว่าจะเป็นคุ้มหรือแมลง มันเป็นแค่สมมติ เป็นการรวมตัวกันของธาตุสี่ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เมื่อเหตุปัจจัยอำนวย ไม่มีอะไรมาก ถ้าคิดแบบนี้ได้ รับรองไม่ทุกข์

แล้วไม่มีหลุดเลยหรือไง..โธ่ถามได้ มีหลุดสามครั้ง แต่ทุกครั้ง"รู้"ตัวว่าหลุด และ"รู้"ว่าสาเหตุของการหลุดคืออะไร
ถ้า อยู่กับปัจจุบันได้ จะไม่หลุด พอเราปล่อยให้"คิด"พ้นไปจากปัจจุบัน กลับไปอดีตหรือข้ามไปอนาคต อัตตาจะเข้ามาเกาะบนบ่าเราทันที ทีนี้แหละแกะไม่ออก ยิ่งทำให้เราต้องใช้พลังมากไปกับการคิดๆๆๆวนเวียนอยู่นั่นแล้ว
เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มเลย มีแต่เสียกับเสีย เหนื่อยไม่ได้นอน ยกของหนัก แล้วยังมาเหนื่อยคิดอีก ไม่ถูกต้อง
ลอง ไม่ต้องคิด ให้"รู้"เฉยๆ ดูอะไรอย่าใช้แต่สายตาและอัตตา ให้ใช้ตาในหรือหัวใจดู เหมือนที่อองตวน แซงเตกซูเปรีพูดในเจ้าชายน้อยไว้นิดนึง แต่พระพุทธเจ้าสอนไว้มากมาย
พอนิ่ง ตาในมองเห็น ก็เห็นเฉยๆ แต่ไม่ให้ความคิดเห็น ถ้าเราเห็นให้ตามเห็นไปลึกๆ ไม่ใช่เห็นแต่เฉพาะที่เปลือกนอก..
ให้ เหมือนกับเห็นดอกไม้งามหนึ่งดอก ก็เห็นถึงสายลมแสงแดดน้ำฝน ปุ๋ยคอก ผีเสื้อ นกหนอน และเหงื่อของคนสวน ที่ประกอบขึ้นมาเป็นดอกไม้ ตั้งแต่กำเนิด เบ่งบาน จนแห้งโรยกลายเป็นปุ๋ย
ดูไปเรื่อยๆ ในทุกๆเรื่อง จนเป็นธรรมดาไปทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามธรรมชาติ



เธอว่า จะลองหัด"รู้"เฉยๆดู ได้ผลอย่างไร จะเล่าให้แมลงฟัง
แมลงว่าไม่ต้องหรอก เล่าให้น้องชายฟังจะมีประโยชน์มากกว่า เหอๆ
ถึงเวลาร่ำลากันคราวนี้ เธออ้าแขนกอดแมลง เอาแก้มแนบกันเหมือนที่Gudrun และDorotheaทำกับแมลง อวดให้คุ้มดู พอใจไหม..

8 ธันวาคม

ชีวิต วันนี้ของแมลงจ่อยของจริง....

รูป ล่าสุดตอนสี่โมงเย็นของวันนี้ อากาศดีมากๆ ไม่ร้อนไม่หนาว ลักษมีกับอัปสราไปเก็บพุทราป่าข้างบ้านที่แมลงช่วยชีวิตไว้จากการถูกคนสวน ของโครงการมาตัดทิ้ง รดน้ำใส่ปุ๋ย ให้ผลได้กินแล้ว ลักษมีบอกว่าจะเอามาเชื่อมแบบที่เห็นขายกันที่อยุธยา เดี๋ยวนี้เป็นของหากินยาก..
















แมลงตัวนี้ว่ายตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำขังข้างบ้าน เก็บขึ้นมาปล่อย บินปร๋อไปมีชีวิตอิสระแล้ว

ภาพถ่ายชุดนี้เพื่อยืนยันว่า แม้ว่าบางวันของคุ้มจะไม่ดี แต่ก็มีบางวันที่เป็นวันดี
วันนี้เป็นวันดี แม้ว่าจะเหนื่อยกาย แต่จิตใจแมลงยังแจ่มใสดี และจะแจ่มใสตลอดไป เหมือนดอกไม้ที่บานทุกฤดูกาล..

สบม. ยห.

9 ธันวาคม


แบบฝึกหัดที่ออกแบบโดยเจ้าหนูจำไม...

ณ วันนี้ วันที่เซลมะเร็งไม่ตอบสนองต่อยาคีโมTemodal จนเราต้องฉีดยาพุ่งเป้า Avastin มาตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงวันนี้ก็ครบสองเดือนแล้ว ..อาการที่เห็นได้ชัดว่าเซลมะเร็งมีผลต่อการทำงานของสมองก็คือ ความจำสับสนปนเป บวกกับยาสารพัด ทั้งยาลดบวม ยากันชัก ต่างๆ ทำให้คุ้มกระวนกระวาย และพูดพร่ำเพ้อ ถึงสิ่งต่างๆ ที่ยากแก่คนทั่วไปจะเข้าใจ ..
แต่แมลงเข้าใจว่านี้เป็นแบบฝึกหัดที่คุ้มออกแบบมาให้แมลงโดยเฉพาะ

บท สนทนาในแต่ละวัน เป็นบทสนทนา ที่คุ้มคงจะแยกไม่ออกว่าอะไรคือความฝัน อะไรคือสภาวะที่เป็นจริง..หรือแมลงเองเป็นคนที่แยกไม่ออกกันแน่?

สี่ทุ่มของคืนนึง..
ลักษมีดูละครช่องเจ็ด อัปสราสวดมนต์ แมลงอ่านบล๊อก คุ้มไม่ยอมหลับยอมนอน
เมื่อไหร่พวกเธอจะนอนกันซักที ..
อีกสิบนาทีต่อมา..
ใครก็ได้ ช่วยปิ้งหนมปัง กับ liver sausage ให้กินหน่อยดิ..
อัปสราว่า..เอ ถ้าพวกเราไปนอนกันก่อนหน้านี้ ก็แปลว่าเขาต้องปลุกเรามาปิ้งหนมปังให้กินน่ะซี

เที่ยงคืนของวันก่อนนู้น..
กระเป๋าพร้อมอยู่ท้ายรถแล้วยัง เดี่ยวจะต้องไปสนามบิน
จากนี่ไปสองชั่วโมงเอง
ไปทำไม ที่สนามบิน
จะเอากล่องอึไปให้นักบิน
แล้วนักบินเขาจะเอาอึไปทำไม
เอาส่งไปแฟรงเฟิร์ต
??!!??!

บ่ายสองของวันนึง..
เราไปดูหมาน้อยนะ เทอร์เรีย ไปดูที่คอกแถวชะอำ
แมลงว่า..มีด้วยเหรอ
คุ้ม..มี แต่ฉันไม่เคยไป ลองดู
แต่ก่อนไป เดี๋ยวโทรไปหาเพ็กก่อน
..ฮัลโหลๆ เพ็ก อยู่บ้านนะ เดี่ยวจะเอากระต่ายไปปล่อยพรุ่งนี้ ก่อนเธอออกไปทำงาน
พอวางหูจากคุ้ม ..เพ็กโทรมาถามแมลง มันเรื่องอารายเหรอ..
ไม่มีอะไร ให้เออๆ ออๆ ไป

ตอนหน้าของรถ ห้าโมงเย็นวันนี้
แมลงว่า เดี๋ยวเราแวะซื้อส้มไปทำน้ำส้มคั้น สำหรับพรุ่งนี้เช้านะ
ฉันรู้ว่าเธอชอบ..
ไม่เอา พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่..
อ้าว ไปไหนเหรอ
ฉันเดินทางเข้ากรุงเทพ
ไปทำไม ไปกับใคร
ขับรถไปเอง
แล้วทิ้งฉันไว้คนเดียวเหรอ
ฮืื่อ ..แน่นอน อยู่แล้ว

วันนึงตอนดึก..
โว้ยยย..พวกเธอทั้งหมดนี่ทรมานฉัน ขังให้ฉันอยู่แต่บนเตียง
ฉันต้องทำตามที่พวกเธอสั่ง เหมือนกับทาส
ใจร้ายๆๆๆ..โธ่ จัมไมลูกแม่ ใครเขาอยากทรมานเธอ
ใครๆเขาวิ่งวุ่นกัน เพื่อให้เธอมีความสุข รู้ไหมหนอ



ต้อง หอบเข้าโรงพยาบาล เพราะไอมีเสมหะชนิดไม่ได้หลับไม่ได้นอน (คนดูแล) พอถามเจ้าตัวบอกไม่เจ็บและไม่อยากไปหาหมอ ก็เลยเจื้อยมาตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ที่ไปร่อนดูหมาน้อย จนถึงพฤหัสเช้า ถ่ายเหลวสองครั้ง บ่ายสองนัดหมอ จนได้เข้าไปนอนในโรงพยาบาลจนกระทั่งวันนี้

ทุกวัน ตลอดเวลา พร่ำเพ้อจะเอาหมาน้อยๆ ตัวจริงนะ สีน้ำตาลอ่อน ขาว และดำ
ขอดูหน้าก่อนนะ ว่าถูกชะตาไหม
แจ๊กกี้ หรือยอร์คกี้ก็ได้ ขอให้เป็นเทอร์เรียแล้วกัน
แจ๊กกี้จะดีกว่า
เพราะเขาน่าร๊าก
โธ่ เป็นอะไร แมลงก็ว่าลำบากอยู่ดี ไม่ใช่เฉพาะการดูแลในฐานะสิ่งมีชีวิตเท่านั้น แต่ยังต้องระวังหมัด และการติดเชื้อ เพราะร่างกายคุ้มอ่อนไหวมากๆ



วัน เสาร์ เจ้าหูแหลมมาก่อน ตามด้วยเจ้าโจรสลัดตาเดียวมาในวันอาทิตย์ ท้้ังสองตัวน้อยนี่เกลือกกลิ้งอยู่บนหน้าอกคุ้มตลอดเวลา สีเขียวตะไคร่น้ำเริ่มเกาะบนหน้าตา มาอยู่หลายวัน ยังไม่ได้กลับบ้านไปเอาอุปกรณ์เสริมสวยมาบริการ



คุณ พยาบาลมากระเซ้าว่า จะขอไป ก็ไม่ยอม หวง กอดไว้ไม่ปล่อย ถามเสียงค่อยๆว่า พวกนี้เป็นของจริงไหม แมลงได้แต่ยิ้ม ไม่อยากโกหก ถ้าไม่จำเป็น



ยามตื่นยามหลับ ก็มีสองตูบนี่ข้างกาย กอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เซล มะเร็งนี่ไปถูกที่สำคัญ ยังดีที่พื้นฐานเป็นคนอ่อนโยน ก็เลยออกแนวน่ารัก ใครมาเห็นก็เอ็นดู จัมไมลูกแม่ ..วันนี้เอาแต่นอนเพราะฤทธิิยาแก้ไอ ตื่นมาเรียกหาหมาน้อย กินข้าวกินยาได้ตามปรกติ แต่หลับตากิน



ต้อง หอบหม้อข้าวเครื่องปั่นมาตั้งครัวกันเลยเพราะ สมองสับสน เคี้ยวยาไม่ยอมกลืน ก็เลยตัดปัญหา ให้เขารู้จักกลืนอย่างเดียวพอ บดยาผสมน้ำหวาน ข้าวก็บดให้ข้น ไม่ต้องเคี้ยว ทุกอย่างป้อนหมด
ฉากหลังของครอบครัวหมาน้อยเลยมีสภาพรกรุงรังไปหน่อย



นั่งๆ นอนๆในโรงพยาบาลหลายวัน แมลงหางานมาทำ นั่งเย็บผ้าไปเพลินๆ จะได้ไม่ทรมานจนเกินไปนัก อยู่ที่โรงพยาบาลปลอดภัยดีกว่ากลับไปอยู่บ้าน และทำกันเองแบบไม่รู้



สาม วันแรก คุ้มไม่ตอบสนองหรือพูดคุยเลยโดยสิ้นเชิง และเริ่มดีขึ้น เวลาพูดต้องใช้วิธีกระซิบ ถ้าคุยเสียงดัง เขาจะเมินทันที เราทดสอบการตอบสนองโดยการชวนให้คุ้มจุ๊บ ดูทำปากจู๋ๆ จุ๊บๆ
เหมือนเด็ก น่้อย แมลงจะบอกคุ้มเสมอๆว่า เวลาที่เราอยู่ไกลกัน ฉันน่ะ transfer happiness ให้เธอทุกทีไป เวลาอยู่ใกล้กันแบบนี้จะเอามือไปวางไว้ที่หน้าอกให้เขาปั๊มไปเลย ฟี๊ดๆๆๆ ความสุขและพลังของฉันน่ะ รับไปเลย ไม่อั้น..



วันนี้ คุ้มมีอาการดีขึ้น หยุดถ่ายเหลวตั้งแต่วันแรกที่มานอนในโรงพยาบาล หยุดไอได้สองคืนแล้ว แต่ยังนอนมากเหมือนเดิม แต่ไม่สลืึมสลือยามตื่น ตาแป๋วเหมือนเดิมแล้ว รอเวลาหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ น่าจะเป็นพรุ่งนี้เย็น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

21 ธันวาคม


หมายเหตุ





มี รูปฟิล์ม MRI Brainให้ดูด้วยว่า เซลมะเร็งที่เปลี่ยนไปในสองเดือนนี้ หน้าตาเป็นอย่างไร ซ้ายคือขนากของเซลมะเร็งเมื่อสองเดือนก่อนใช้ยา ขวาคือเมื่อใช้ยาผ่านไปสองเดือน
เขาไม่ตอบสนองต่อยาคีโมราคาแพงนี่ จึงต้องหยุด เพราะผลข้างเคียงก็มาก แถมไม่ได้ผลอีก
ตอน นี้ ได้แต่ระทึกว่า ถ้าหยุดยาแล้ว การขยายตัวจะเป็นอย่างไร และก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร ..แก้กันไปตามอาการ ทุกกิจกรรมในชีวิตเพื่อให้เขาได้สุขสบายที่สุด



เจ้าหนูจำไมไม่ยอมแปรงฟัน...

การ แปรงฟันของคุ้มเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร วันหนึ่งๆ เราจะพยายามแปรงฟันให้ได้สามมื้อ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และโชคดีที่เมื่อสัปดาห์ก่อนแมลงพาคุ้มมาตรวจฟันและทำความสะอาดประจำปี ก่อนที่คุ้มจะสับสนมากกับแปรงสีฟันและการบ้วนน้ำ ไม่ยอมบ้วนแต่กลืนน้ำ แถมกัดแปรงสีฟันอีก
ตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันน้ำ

เช้า นี้ กินอาหารเช้าเสร็จ ไม่ยอมแปรงฟัน จะเป็นจะตายยังไงก็ไม่ยอมแปรงฟัน จนแมลงต้องบอกว่า พลีสดูมีอะเฟเวอร์ ฉันเหม็นขี้ฟันเธอมากเล้ย เรามาแปรงฟันด้วยกันไหม เป็น Duo ไง..











แปรง ฟันไป เล่นกันไป เวลาดีๆอย่างนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ อีกหลายคนยังคงเครียดอยู่บนท้องถนน ปัญหาการทำมาหากิน ปัญหาหน้าที่การงาน ปัญหาครอบครัว แก้กันไม่ตก
ลำบากกว่าเราสองคนเยอะ..
เรามีแค่ปัญหา เดียว ..คือเจ้าเซลมะเร็งที่มาขออาศัยอยู่ในหัวคุ้ม แล้วสร้างความปั่นป่วน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องทุกข์ทรมาน ทุกอาการที่เกิด เราจัดการไปอย่างทันท่วงที ไม่ใช้แต่ตาดู แต่ทุกอวัยวะรับสัมผัส และหัวใจเปิดดู จะหาหนทางจัดการได้
อาการชัก ก็มียากันชัก สมองบวมก็มีสตีรอยด์ ปอดอักเสบก็มีแอนตี้ไบโอติก มีเสมหะก็เคาะปอด ไม่ยอมแปรงฟัน ก็เต้นระบำให้ดู..สร้างฉากหมอฟัน..
ขอบคุณช่างภาพอัปสราที่ถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน จนได้แทบทุกท่าที่ขยับตัวทีเดียว



ไหน ..จำไมลูกรัก ให้แม่ตรวจลมหายใจหน่อยว่าสะอาดแล้วยัง..หอมไหม



พอบอกว่า อัปสราอิจฉาเราสองคน คุ้มยิ่งสนุกใหญ่ ..คราวหน้าเราจะเล่นแปรงฟันอย่างนี้กันอีกนะ

22 ธันวาคม



ชีวิตบนเตียง....

การ ที่ต้องใช้ชีวิตบนเตียงตลอดทั้วันทั้งคืนสำหรับคนปกติเป็นเรื่องเหลือทน แต่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งสมองที่มีการรักษามานานมากกว่าปี ด้วยวัยขนาดนี้ ตามรูปการแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้มีวิชาชีพด้านการแพทย์ แต่สำหรับแมลงผู้ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์กับคนป่วยเลยแม้แต่ครั้งเดียวใน ชีวิต นับว่าเป็นเรื่องที่พิเศษไปจากปกติ ที่ยากแก่การจัดการ



ไม่ ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือเมื่อยามขับถ่าย ที่ต้องวางระเบิดทุกวัน เพื่อให้สามารถกำจัดของเก่าได้ ไม่หมักหมม จะมีการวางแผนการนำเสนอบริการกับอัปสราอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ผู้รับบริการอารมณ์บูด เมื่อน้ำจากบอมบ์เข้าไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวให้ของเก่าเคลื่อนออกมา คุ้มจะเจ็บ แมลงจะให้บีบมือบ้างกอดบ้าง เอามือตัวเองลูบท้องให้ตลอด เพื่อให้เขาได้ผ่อนคลาย จากการปวดเกร็งเมื่อลำไส้บีบตัว



การ เช็ดตัวที่ต้องทำอย่างรวดเร็วแต่นุ่มนวลและสะอาดทั่วถึง จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ เพราะการขยับตัวแต่ละครั้งอาจหมายถึงการทำให้เขาเจ็บ การวางแผ่นรองซับ ชิ้นที่หนึ่ง สอง สามและสี่ ชิ้นไหนต้องวางตรงไหน และขยับขาและลำตัวอย่างไร ..ไม่ง่ายเลย ทุกครั้งที่จะทำอะไร จะต้องบอกเจ้าตัวก่อน ถ้าไม่รู้จะหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ไหนจะทาแป้ง ใส่เสื้อ สำรวจว่ามีร่องรอยบาดแผล หรือจุดดำ รอยชำ้ไหม จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที



บาง ทีก็หงุดหงิด อยากออกไปข้างนอก ไปนู่นไปนี่ ทั้งกลาวันและกลางคืน แมลงค้นหาวิธีให้คุ้มอยู่ไม่ออกไปไหน เพราะเป็นความเสี่ยงที่ต้องยกขึ้นลง ในขณะที่เขาอ่อนเพลียมากขนาดนี้
เวลาส่วนใหญ่ของคุ้มหมดไปกับการงีบหลับ พอตื่นมาก็จะนั่นนี่ แมลงกับอัปสราจะผลัดกันดูแลทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อให้อีกคนนึงได้พัก
แมลง ค้นพบว่าการขึ้นไปนอนบนเตียงทำตัวเป็นบาร์กันตก คอยลูบแขนขาให้ทำให้เขาลืมเรื่องที่จะออกจากเตียงไปไหนๆ ทำให้มุขนี้ต้องเอามาใช้บ่อยๆ ใครไม่รู้คงคิดว่าสวีทกันโอเวอร์ แต่วามเป็นจริงนั้น การขึ้นไปกายกรรมแบบนี้ไม่เสบยเลย แมลงต้องคอยเอาตัวประคองให้คุ้มตั้งตัวนอนตะแคง จะได้ปอดจะได้แข็งแรง และไม่มีแผลกดทับ ที่เขาว่ากันว่าหายยากมาก ทำให้ตัวเองก็ปวดเมื่อยและง่วงนอนเหมือนกัน



การ ต้องนอนติดเตียงแบบนี้ ผลเสียหายที่อาจตามมา คือ ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้มีเสมหะ นักกายภาพสอนให้แมลงเคาะปอด โดยชวนคุ้มนอนตะแคง และทำมือเป็นอุ้ง เคาะให้มีเสียงดังปับๆ บริวเณปอดทั้งสองข้าง วันหนึ่งๆ จะพยายามทำให้ได้สองรอบ และถ้าคุ้มยอม ก็จะชวนนั่งครั้งละยี่สิบนาที บางวันทำได้ถึงสองครั้ง



เวลา คุยกับคุ้มต้องพูดเบาๆ กระซิบกระซาบข้างหูแบบนี้ ว่านั่งบ้างจะดีกับร่างกาย แต่ก็ไม่ง่ายเลยเพราะร่างกายอ่อยเพลีย เวลานั่งหลังจะไม่ตรงยืดได้ร้อยเปอร์เซนต์เหมือนคนปกติ
แมลงต้องเอาตัวยัน บางทีก็เอาแขนสองข้างยัน..ตอนทำท่านี้นึกถึงเอี้ยก้วยที่ถ่ายทอดลมปราณให้เซียวเล่งนึ่ง



ถ้า ได้นั่งท่านี้ถือว่ากำไรสองต่อ ได้มีโอกาสเคาะปอดทั้งสองข้างในคราวเดียวกันเลย แต่การจะนั่งท่านี้ได้ รายการทีวีจะต้องน่าสนใจมาก เพื่อที่จะดึงดูดให้ใจอยู่กับทีวี



ตอนนี้รายการทีวีที่ชอบดูมีแต่สารคดีชีวิตสัตว์และการ์ตูน โชคดีที่ทีวีมีรายการพวกนี้ให้ดูทั้งวัน

29 ธันวาคม

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=buginthegarden&month=12-2011&date=02&group=10&gblog=14

Create Date : 02 ธันวาคม 2554
Last Update : 29 ธันวาคม 2554 20:40:33 น.

Additional information