ตอนเข้ารักษาเนื้องอกสมอง จาก admin

ภาพ MRI เนื้องอกในสมอง ของ Admin1
รูป MRI ก่อนผ่า 1

ไปเตรียมตัวก่อนผ่าที่โรงพยาบาลก่อน  ตอนบ่ายของวันที่ 3 พฤษภาคม ทำ MRI เพื่อให้ได้เห็นก้อนเนื้องอก และตำแหน่งที่ชัดเจนอีกครั้งก่อนผ่า ตอนเย็นให้งดอาหาร งดน้ำ ตอนไปนอนก็ค่อนข้างจะทำใจได้บางส่วนแล้ว แต่พอไปโรงพยาบาลจริงก็รู้สึกกลัว ดีที่มีน้อง มีแม่อยู่เป็นเพื่อน เลยหายกังวลไปได้เยอะ

ภาพ MRI เนื้องอกในสมอง ของ Admin2
รูป MRI ก่อนผ่า 2

ภาพ MRI เนื้องอกในสมอง ของ Admin3
รูป MRI ก่อนผ่า 3

นัดผ่าตัดวันที่ 4 พฤษภาคม ตอนเก้าโมงเช้า  พยาบาลเข้ามาสระผมให้แต่เช้า เปลี่ยนชุดรอขึ้นเขียง (ผ่าตัดหน่ะ 5555)  รออยู่ตั้งนาน  เขาบอกว่าห้องผ่าตัดยังไม่ว่าง  กว่าจะได้ย้ายจากห้องพักไปห้องผ่าตัดก็เกือบ 11 โมงแล้ว  ตอนเข้าไปนอนรออยู่ก่อนเข้าห้องผ่าตัด  ตื่นเต้นมาก ไม่รู้ว่าห้องผ่าตัดเป็นยังไง น่ากลัวขนาดไหน รออยู่ครึ่งชั่วโมง คิดไปต่างๆ นาๆ พอพยาบาลเข็นเข้าห้องเห็นแล้วก็กลัวจริงๆ แต่กลัวได้ไม่ถึงนาทีเท่านั้นแหละ หมอก็เอาที่ครอบจมูกมา แว๊บเดียวตื่นอีกทีอยู่ห้อง ICN (ห้อง ICU ของผู้ป่วยระบบประสาทและสมอง) แล้ว

มารู้ทีหลังว่า หมอเขียนป้ายว่าจะใช้เวลาสามชั่วโมงแต่ผ่าจริงห้าชั่วโมงครึ่ง  คนที่รอหน้าห้องผ่าตัดรอแล้วรออีก ใจตกไปตาตุ่มกันหมดแล้ว ตอนออกมาสายน้ำเกลือ ท่อช่วยหายใจ  ระโยงรยางค์ และยังมีสายถ่ายน้ำจากสมองด้วย  แม่บอกว่าตอนไปรอนะทำใจไม่ได้เลย  นานมากๆ

ออกจากห้องผ่าตัดไปนอนอยู่ห้อง ICN สองคืน วันที่ 4,5 พฤษภาคม  มีอาการคลื่นไส้ตลอด อาเจียนจนตัวโก่งตลอด ถามพยาบาล ก็บอกว่าคนที่ผ่าสมองมามักจะเป็นทุกคน มารู้ทีหลังว่าเกิดจากความดันน้ำในสมอง ประมาณว่าหลังผ่าสมองบวม น้ำถ่ายไม่ทัน ความดันน้ำในสมองมาก เลยทำให้คลื่นไส้ ต้องนอนนิ่งๆ พลิกไปไหนไม่ได้เลย ตามองเห็นภาพซ้อน ลืมตาแล้วปวดหัว ตาซ้ายเป็นฝ้ามองไม่ชัด  ไม่ต้องถามว่ากินได้ไหม ขนาดฉี่ยังต้องให้พยาบาลช่วยเอาคอมฟอตร้อยมาใส่ให้ (โป๊ะหน่อยนะ แต่มันคือชีวิตจริงอ่ะ) เอาไปทิ้งให้ วันแรกที่ไปนอนกินไม่ได้เลย กินเข้าไปเท่าไหร่อาเจียนออกมาเท่านั้น  วันที่สองกินได้สองสามช้อนได้มั้ง  แต่ต้องพยายามกิน พยายามทำตามที่หมอและพยาบาลบอก เพื่อให้หายเร็วที่สุด หลังจากนั้นหมอมาดูแล้วให้ย้ายไปห้องพักฟื้น  วันที่ 6 พฤษภาคม ถึงวันที่ 12  พฤษภาคม  อาการค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ 

วันที่ 6 พฤษภาคม นอนห้องพักฟื้นจากนอนอย่างเดียวพลิกตัวยังไม่ได้  
วันที่ 7 พฤษภาคม ก็ขยับได้ ลุกนั่งยังไม่ค่อยได้ หมอให้เริ่มหัดเดินแต่ยังลุกไม่ได้ 
วันที่ 8 พฤษภาคม ลุกขึ้นนั่งได้มากขึ้น เริ่มหัดยืน 
วันที่ 9 พฤษภาคม ออกนอกห้องพักไปตากลมได้ นั่งตรงระเบียงโรงพยาบาลได้  
วันที่ 10 พฤษภาคม หัดเดินวันที่สองเดินได้สิบก้าวแบบมีคนพยุง  
วันที่ 11 พฤษภาคม หัดเดินวันที่สามเดินได้สิบก้าวแบบไม่ต้องมีคนพยุง  
วันที่ 12 พฤษภาคม หัดเดินดินได้ไกลขึ้น
วันที่ 13 พฤษภาคม  เดินได้หลายรอบขึ้น  

หมอมาตรวจแล้วให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้

Additional information